เสียงกระสุนปืนนัดแรกที่เจาะทะลุกระจกหน้ารถหรู คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่าความอดทนของศัตรูหมดลงแล้วครับ
"หมอบลง พาย!"
คิรากรแผดเสียงสั่งพร้อมกับกระชากร่างบางของพายอาร์เข้าหาตัวอย่างแรง แรงเหวี่ยงทำให้ไหล่ของพายกระแทกเข้ากับอกแกร่งเต็มรัก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายความตึงเครียดแผ่ซ่านออกมาจากตัวมาเฟียหนุ่ม ท่ามกลางเสียงเศษกระจกแตกละเอียดที่ร่วงกราวราวกับฝน
พายอาร์กัดฟันกรอด หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตกใจ แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็ทำให้เขาไม่ส่งเสียงกรี๊ดน่ารำคาญออกมา มือเรียวคว้าชายเสื้อโค้ตของคนตัวโตไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
"คุณคีย์... ข้างนอกนั่นมัน..."
"พวกมันตามมาเร็วกว่าที่คิด" คิรากรสบถเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบทอประกายดุดันราวกับพญาราสีที่ถูกลูบคม มือหนาเอื้อมไปเปิดลิ้นชักหน้ารถ คว้าปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติออก파มาตรวจเช็กกระสุนด้วยความคล่องแคล่ว แววตาที่ปกติมักฉายแววกวนประสาทหรือความเจ้าเล่ห์ยามอยู่ต่อหน้าพาย บัดนี้กลับมีแต่ความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว
รถยนต์ราคาแพงถูกจอดทิ้งไว้ข้างทางด่วนที่กำลังก่อสร้าง ฝุ่นควันและเศษปูนตลบอบอวล คิรากรประเมินสถานการณ์ผ่านกระจกมองข้าง เห็นเงาดำสามถึงสี่ร่างถืออาวุธครบมือเดินเข้ามาปิดล้อมทีละน้อย
"ฟังผมนะพาย" คิรากรหันมามองคนด้านข้าง มือใหญ่ข้างหนึ่งประคองใบיหนาหวานที่ซีดเผือดด้วยความตกใจเอาไว้ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนอย่างลืมตัว "วิ่งไปทางตึกร้างด้านซ้าย อย่าหันหลังกลับเด็ดขาด จนกว่าจะถึงจุดปลอดภัย"
"แล้วคุณล่ะ?" พายอาร์ถามสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้และมีความกังวลฉายชัด "คุณจะอยู่ที่นี่เพื่อรับมือกับพวกมันคนเดียวเนี่ยนะ? บ้าหรือเปล่า!"
"ผมไม่เคยทำอะไรบ้าๆ ถ้ามันไม่คุ้มค่า" คิรากรยิ้มมุมปาก ยิ้มแบบที่กวนประสาทที่สุดในสถานการณ์แบบนี้ "และชีวิตของคุณ... คุ้มค่าที่สุดที่ผมจะแลก"
คำพูดนั้นทำเอาพายอาร์ถึงกับพูดไม่ออก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นจนจุกอยู่ที่คอหอย ปากที่มักจะต่อปากต่อคำมาตลอดกลับปิดสนิท แม้แต่จะเถียงก็ยังทำไม่ลง
"ไป!"
คิรากรถีบประตูรถฝั่งตรงข้ามเปิดออกเพื่อดึงดูดความสนใจ ก่อนจะยิงสวนออกไปสามนัดซ้อน เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงกรีดร้องของลมราตรี แรงปะทะระหว่างกระสุนกับเหล็กกล้าทำให้ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืด
พายอาร์กัดริมฝีปากแน่น ตัดสินใจพุ่งตัวออกจากรถตามคำสั่ง ร่างเพรียววิ่งลัดเลาะไปตามกองวัสดุก่อสร้าง หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เสียงฝีเท้าไล่หลังตามมาทำให้รู้ว่ามีคนบางคนกำลังตามล่าเขาอยู่
*ปัง!*
กระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวหัวไหล่พายอาร์ไปไม่ถึงคืบ แรงลมจากการแหวกอากาศทำให้ผิวเนื้อแสบร้อน ร่างบางสะดุดล้มลงกับพื้นคอนกรีตขรุขระ ฝ่ามือถลอกปอกเปิกจนเลือดซึม ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมา แต่เขารู้ดีว่าหยุดไม่ได้
"คิดจะหนีไปไหนล่ะคนสวย นายท่านของฉันรออยู่" เสียงทุ้มต่ำน่ารังเกียจดังขึ้นพร้อมกับเงาดำของชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ที่เดินเข้ามาขวางทาง ปืนในมือของมันเล็งตรงมาที่หน้าผากของพายอาร์
พายอาร์ถอยหลังกรูดจนหลังชนกำแพงอิฐบล็อก ทางตัน... เขาไม่มีที่ไปแล้ว
ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก สมองหมุนติ้วเพื่อหาทางเอาตัวรอด แต่มือหนาคู่หนึ่งกลับปรากฏขึ้นจากความมืด คว้าคอเสื้อของไอ้ยักษ์นั่นแล้วกระชากลากถอยหลังด้วยพละกำลังมหาศาล
*ตุ้บ! เพล้ง!*
ร่างของชายฉกรรจ์ลอยละลิ่วกระแทกกองเหล็กเส้นเสียงดังสนั่น คิรากรก้าวออกมาจากเงาจันทร์ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยเปื้อนฝุ่นและรอยเลือดที่มุมปากเล็กน้อย แต่นัยน์ตานั้นน่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจ มือแกร่งกำด้ามปืนแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"กล้าแตะต้องคนของฉัน... มึงเบื่อชีวิตแล้วสินะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่าขนลุก คิรากรพุ่งเข้าไปประชิดตัวคนเจ็บแบบไม่ให้ตั้งหลัก หมัดหนักๆ ซัดเข้าที่ปลายคางเต็มแรงจนมันสაბลบเหมือดไปในพริบตา
แต่ในจังหวะที่คิรากลรกกำลังเผลอ เสียงก้อนกรวดกระทบกันด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของมือปืนอีกคนโผล่มาพร้อมกับปากกระบอกปืนที่จ่อตรงไปยังแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่ม!
"คุณคีย์ ระวัง!"
พายอาร์กรีดร้องสุดเสียง สัญชาตญาณความห่วงหาพุ่งทะยานเหนือความกลัวทั้งหมด ร่างบางพุ่งเข้าผลักร่างสูงของคิรากรให้พ้นวิถีรังสีมรณะในเสี้ยววินาทีนั้นทันที
*ปัง!*
เสียงกระสุนนัดที่สี่ดังลั่นบาดแก้วหู พร้อมกับความเจ็บแปลบที่แล่นพล่านไปทั่วแผ่นหลังของพายอาร์ ร่างบางทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของคิรากรที่หันกลับมารับไว้ได้ทันพอดี
ดวงตาคมกริบของคิรากรเบิกกว้างขึ้นเป็นครั้งแรกในชีวิต ความเย็นชาที่เคยมีมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นหยาดเลือดสีแดงฉานค่อยๆ ซึมเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของคนในอ้อมแขน
"พาย... พาย!" เสียงของคิรากรสั่นเทาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนากดแผลที่หลังของร่างบางไว้แน่นเพื่อห้ามเลือด แต่ยิ่งกดยิ่งเห็นเลือดไหลซึมผ่านร่องนิ้วออกมาไม่ขาดสาย "นายทำบ้าอะไรลง
รู้ตัวบ้างไหมว่าทำอะไรลงไป!"
พายอาร์หายใจหอบถี่ ใบหน้าหวานซีดเผือกไร้สีเลือด เปลือกตาเริ่มหนักอึ้ง แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่Jิ้มออกมาจางๆ ท่ามกลางความเจ็บปวด
"ก็... คุณบอกว่า... ผมคุ้มค่าไม่ใช่เหรอ..." เสียงหวานขาดห้วง ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเทียนใกล้หมดเล่ม "ผมก็แค่... ไม่อยากให้ของมีค่า... ของคุณพัง..."
พูดจบสติของพายอาร์ก็ดับวูบลงในอ้อมแขนของเขา
คิรากรคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวราวกับสัตว์ป่าที่บาดเจ็บ เขาตวัดสายตากลับไปมองมือปืนที่เหลือด้วยจิตสังหารที่แผ่พุ่งจนอีกฝ่ายถึงกับผอยหลังก้าวหนึ่ง ก่อนที่เสียงไซเรนรถตำรวจและรถคุ้มกันของลูกน้องเขาจะดังสนั่นล้อมรอบพื้นที่ไว้ทั้งหมด
แต่ในวินาทีนั้น... คิรากรไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว นอกจากร่างที่แน่นิ่งในอ้อมแขน
"ถ้าพาย เป็นอะไรไปแม้แต่ปลายเล็บ... พวกแกทุกคนได้ตายอย่างทรมานที่สุดแน่!"
คิรากรอุ้มร่างของพายอาร์แนบอกเตรียมจะวิ่งไปที่รถ แต่ก่อนที่เขาจะก้าวขาพ้นจากซากตึกร้าง เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครบางคนก็หยุดเขาไว้ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเขาอย่างเงียบเชียบจากด้านหลัง
"วางลงซะ... คิรากร ลูกชายตัวดีของฉัน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและลุ้นไปกับความรักที่แลกมาด้วยชีวิตในตอนนี้ด้วยนะครับ
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 30
พายอยู่ในอันตราย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!