เสียงกระแอมกระไอของกรรมการอาวุโสท่านหนึ่งในห้องประชุมใหญ่ดังขึ้นราวกับเสียงระฆังเตือนสติ ทว่ามันกลับไม่สามารถกลบความเงียบงันที่น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกได้เลย หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดยักษ์ตรงหน้ายังคงฉายภาพนิ่ง—ภาพที่บันทึกเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าได้อย่างคมชัดทุกอณู เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามขมับของเหล่าผู้บริหารระดับสูง ขณะที่คิรากรกลับยืนนิ่งสงบ ใบหน้าหล่อเหลาไร้ซึ่งความตื่นตระหนก ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวทอดมองบอร์ดบริหารทีละคนด้วยแววตาเยียบเย็นที่พร้อมจะแช่แข็งคนให้กลายเป็นจุล
"ท่านประธานครับ... เรื่องภาพที่ปรากฏบนจอ..." กรรมการผู้มีอาวุโสสูงสุดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย "ทางเราเกรงว่ามันอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของบริษัทในเครือคีย์กรุ๊ป โดยเฉพาะเมื่อคู่ค้าทางธุรกิจของเรากำลังจับตาดูความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด..."
"ภาพลักษณ์เหรอครับ?" คิรากรทวนคำ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเข้มก้าวเท้าช้าๆ ออกมาจากเงื้อมเงาของมุมห้อง ประหนึ่งเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "พวกคุณนั่งกินเงินเดือนในบริษัทของผมมาหลายปี จนลืมไปแล้วหรือเปล่าครับว่าใครเป็นคนหาเงินมาหล่อเลี้ยงพวกคุณ... เรื่องส่วนตัวของผม ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มันกลายเป็นวาระแห่งชาติที่บอร์ดบริหารต้องมานั่งวิเคราะห์กันบนจอโปรเจคเตอร์ขนาดแปดสิบนิ้วแบบนี้"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม พายอาร์ที่ยืนอยู่มุมห้อง—ซึ่งถูกลากตัวเข้ามาสมทบด้วยเหตุผล 'ในฐานะคู่กรณี'—กัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตากลมโตฉายแววไม่ยอมแพ้ แม้ลึกๆ ในใจจะเต้นระรัวราวกับกลองเพล เขารู้ดีว่าคิรากรกำลังปกป้องเขาด้วยการดึงความสนใจทั้งหมดมาไว้ที่ตัวเอง แต่การทำแบบนี้ท่ามกลางเสือ สิงห์ กระทิง แรด ของตระกูลคีย์ มันไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าดงกระสุนเลยสักนิด
"คุณคิรากรครับ เราไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัว" อีกเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีระมัดระวังตัวแจ "แต่ปัญหาในเวลานี้มันไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาว... แต่มันคือ 'คดีเก่า' ที่กำลังจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาต่างหากครับ!"
พายอาร์ขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อได้ยินคำนั้น สายตาคมปลาบหันขวับไปมองหน้าผู้พูด คดีเก่า? ตระกูลคีย์มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับเขากันแน่ ทำไมเขาถึงไม่เคยระแคะระร้ายมาก่อนเลย
คิรากรหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเข้าไปหาเหล่ากรรมการ ดวงตาคู่คมตวัดกลับมามองหน้าชายวัยกลางคนผู้พูดประโยคนั้นทันที บรรยากาศรอบตัวของมาเฟียหนุ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนแทบจะมองเห็นเป็นไอสีดำ "คุณรู้อะไรมา..." น้ำเสียงของคิรากรกดต่ำลงอันตราย รา1ยกับเสียงคำรามจากขุมนรก "พูดออกมาให้หมด อย่าให้ผมต้องถามซ้ำสอง"
"มีหมายศาลส่งตรงมาที่สำนักงานใหญ่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาครับ... เกี่ยวกับการฟ้องร้องสิทธิ์ในที่ดินโซนตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของโปรเจกต์ใหม่ที่เรากำลังจะเซ็นสัญญากับพาร์ทเนอร์ต่างชาติในสัปดาห์หน้า" กรรมการคนเดิมรีบหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออก1จากแฟ้มด้วยมือสั่นเทา "โจทก์ผู้ฟ้องร้องไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็นตระกูล 'วรโชติเมธา' ศัตรูเก่าแก่ของตระกูลคีย์ที่หายสาบสูญไปตั้งแต่รุ่นพ่อของคุณ!"
ชื่อนั้นทำให้พายอาร์ถึงกับสะดุดลมหายใจ วรโชติเมธา? นามสกุลนี้มีความเกี่ยวพันอะไรกับเขา หรือว่า...
"วรโชติเมธาอย่างนั้นเหรอครับ..." คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขำขันโดยสิ้นเชิง "พวกมันตายตกตามกันไปตั้งแต่เกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อยี่สิบปีก่อนแล้วไม่ใช่หรือไง หรือว่าซากศพพวกนั้นมันยังลุกขึ้นมาฟ้องร้องผมได้อีก"
"ไม่ได้ลุกขึ้นมาจากหลุมหรอกครับท่านประธาน..." เสียงทุ้มแหบพร่าดังแทรกขึ้นจากประตูทางเข้าห้องประชุมที่จู่ๆ ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ทุกสายตาในห้องหันขวับไปมองผู้มาใหม่เป็นตาเดียว ร่างของชายชราในชุดสูทเนียบพร้อมไม้เท้าหัวมังกรก้าวเข้ามาอย่างมั่นคง ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยแต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกน "แต่ทายาทตัวจริงของวรโชติเมธายังมีชีวิตอยู่... และเขากำลังยืนอยู่ตรงนี้แล้วไงล่ะครับ"
พายอาร์เบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าชัดเจนของชายชราผู้นั้น หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบเข้าที่อกอย่างแรง
"คุณตา..." พายอาร์พึมพำออกมาเบาหวิว ร่างกายชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อตระหนักได้ว่า บุคคลที่ก้าวเข้ามาในห้องประชุมเวลานี้ คือคนที่เขาพยายามหนีห่างและตัดขาดมาตลอดชีวิต!
คิรากรหันขวับกลับไปมองหน้าพายอาร์สลับกับชายชราผู้มาใหม่ทันที เค미ความร้อนแรงที่เคยระอุอยู่ในห้องเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดระดับวิกฤตที่แม้แต่มดสักตัวก็ยังไม่กล้าเดินผ่าน
"อ๋อ... ที่แท้ก็แผนการงูพิษกักตัวไว้กินเองสินะครับ" ชายชราหัวเราะหึๆ ในลำคอ สายตาฝ้าฟางแต่ทรงอำนาจกวาดมองคิรากรกับพายอาร์ที่ยืนเว้นระยะห่างกันอยู่ "หลานรักของฉัน... แกนี่มันเก่งจริงๆ นะพายอาร์ สามารถเข้าไปซุกอยู่ในอ้อมอกของศัตรูตัวฉกาจเพื่อสืบหาความลับของตระกูลคีย์ได้เนบเนียนขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นสายเลือดแท้ๆ ของวรโชติเมธา!"
"ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ!" พายอาร์ละล่ำละลักปฏิเสธหน้าซีดเผือด หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ดวงตากลมโตมองไปยังคิรากรด้วยความตื่นตระหนก กลัวเหลือเกินว่าแววตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความคลั่งรักเมื่อเช้า จะแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังและการหักหลัง
คิรากรไม่พูดอะไรสักคำ ร่างสูงใหญ่ก้าวช้าๆ เข้ามาขวางระหว่างพายอาร์กับชายชราผู้เป็นตาเอาไว้ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนน่ากลัว ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปคว้าข้อมือเล็กของพายอาร์เข้ามากำไว้แน่น ราวกับต้องการยืนยันการครอบครอง แม้ในสถานการณ์ที่กำลังพลิกผันหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้
"ต่อให้เขาจะเป็นทายาทของตระกูลวรโชติเมธา..." คิรากรเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าทรงพลังอำนาจจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ "แต่จำใส่กะโหลกเอาไว้ซะนะครับ... ว่าตอนนี้ พายอาร์ เป็นคนของผม เป็น 'ของเล่น' ชิ้นโปรดที่ผมไม่มีวันยอมปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแย่งไปต่อหน้าต่อตาเด็ดขาด!"
ชายชราหรี่ตามองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "งั้นก็ลองดูสิครับว่า... ระหว่าง 'ความแค้นตระกูล' กับ 'ความคลั่งรัก' ของคุณ อะไรมันจะพังทลายลงก่อนกัน!"
หัวใจของพายอาร์กระตุกวูบ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบกระอักเลือด คิรากรกลับกระชับมือที่กอบกุมข้อมือเขาให้แน่นขึ้นอีกนิด พร้อมกับกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร... หรือซ่อนความลับอะไรไว้ เตรียมตัวรับมือกับบทลงโทษบนเตียงของฉันได้เลย... พายอาร์"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมมานะครับ!
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 29
อดีตที่ตามมาหลอกหลอน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!