พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 25

พายผู้เป็นพื้นที่ปลอดภัย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
กลิ่นกาแฟคั่วบดเข้มข้นลอยอบอวลตัดกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนที่ซัดสาดกระทบกระจกบานใหญ่ของห้องชุดเพนต์เฮาส์หรู ทว่าบรรยากาศระอุคุกรุ่นภายในห้องกลับไม่ได้มาจากความหนาวเหน็บข้างนอก หากแต่มาจากสายตาดุดันที่กำลังจดจ้องร่างโปร่งของคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ "มองอะไรนักหนາครับ คุณคิรากร หน้าผมมีคราบกาแฟติดอยู่หรือไง" พายอาร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปากเรียวบางเอื้อiนเอ่ยประโยคยียวนออกไปทั้งที่มือยังถือแก้วเซรามิกอุ่นๆ เอาไว้ ดวงตากลมโตฉายแววรู้ทันอย่างแพรพราว แม้ภายนอกจะพยายามตีสีหน้าเรียบเฉย แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นจังหวะรัวแปลกๆ ทุกครั้งที่ต้องมาติดอยู่กับ 'มาเฟียปากร้าย' ในระยะประชิดแบบนี้ คิรากรแค่นเสียงในลำคอ ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอกก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าวอย่างคุกคาม ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนค้ำหัวโซฟาที่อีกฝ่ายนั่งอยู่ มือหนายื่นไปแย่งแก้วกาแฟจากมือบางมาถือไว้เองหน้าตาเฉย พร้อมกับโน้มใบหน้าคมคายลงไปกระซิบชิดริมฝีปาก "ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้... ดื่มกาแฟคาเฟอีนสูง เดี๋ยวก็ตาสว่างนอนไม่หลับหรอกครับ" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววแหบพร่าดังขึ้นใกล้จนพายอาร์ต้องเอนตัวหนีแทบไม่ทัน "เรื่องของผมครับ คุณจะมาวุ่นวายอะไรด้วยเล่า คืนนี้ผมว่าจะเคลียร์งานโปรเจกต์ใหญ่ให้เสร็จ" พายอาร์เบี่ยงหน้าหนีลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมันโครมคราม คิรากรไม่ยอมถอยห่าง เขากลับทิ้งน้ำหนักตัวลงนั่งเบียดชิดบนโซฟาตัวเดียวกันจนไหล่กว้างแนบชิดกับลาดไหล่บาง วงแขนแข็งแรงยกขึ้นพนักโซฟาด้านหลังราวกับกำลังโอบล้อมคนตัวเล็กไว้โดยกลายๆ ดวงตาคมกริบที่เคยเย็นชาและมองคนอื่นด้วยความเหยียดยาม บัดนี้กลับฉายแววอ่อนแสงลงอย่างที่ถ้าลูกน้องคนสนิทมาเห็นคงต้องขยี้ตาตัวเองหลายรอบ "งานสำคัญกว่าผมหรือไง" คนตัวโตเอ่ยถามเสียงทุ้มต่ำ แววตาตัดพ้อนิดๆ แบบที่คนฟอร์มจัดพยายามซ่อนไว้ไม่มิด พายอาร์ชะงัก หันขวับไปมองหน้าคนข้างๆ ทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความฉงนกับประโยคที่หลุดออกมาจากปากพ่อมหาจำเคนคนนี้ "คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย... งานบริษัทผมก็ต้องมาก่อนสิครับ ใครจะไปว่างมานั่ง..." "ผมไม่ชอบให้คุณเอาเวลาไปสนใจอย่างอื่นมากกว่าผม" คิรากรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงจริงจังจนพายอาร์เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มไม่มีแววหยอกล้อแม้แต่น้อย มันมีแต่ความจริงจังและ... ความเปราะบางบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งกร้าว ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบกระจกด้านนอกเป็นฉากหลัง พายอาร์มองลึกลงไปในดวงตาสีนิลคู่นั้น เผลอสบประสานสายตาจนพบกับความรู้สึกมากมายที่อีกฝ่ายพยายามแบกรับเอาไว้โดยไม่ยอมบอกใคร ตลอดเวลาที่ผ่านมา คิรากรคือเสาหลักที่ต้องยืนหยัดอย่างไร้รอยตำหนิ เป็นมาเฟียผู้กุมอำนาจที่คนหวาดกลัว เป็นคนที่ต้องเฉียบขาดเพื่อปกป้องอาณาจักรของตัวเอง แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าภายใต้สูทราคาแพงและท่าทีเย่อหยิ่งเย็นชานั้น มีความโดดเดี่ยวและรอยแผลเป็นในวัยเด็กที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ และวันนี้... คนที่แข็งกระด้างคนนี้กำลังทลายกำแพงลงทีละน้อย เพื่อเปิดพื้นที่ในใจให้เด็กหนุ่มธรรมดาๆ อย่างเขาได้ก้าวเข้าไป "คุณคิรากร..." พายอาร์เรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ความพยศและท่าทีตั้งแกำแพงในตอนแรกมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความเห็นอกเห็นใจและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในอก "ผมเหนื่อย..." คิรากรพึมพำเบาๆ ก่อนจะทิ้งศีรษะลงซบกับลาดไหล่บางของพายอาร์อย่างไร้ฟอร์ม ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผ่านเนื้อผ้าจนคนถูกซบสะดุ้งเฮือก แต่มือบางกลับค่อยๆ ยกขึ้นอย่างลังเล ก่อนจะวางลงบนกลุ่มผมนุ่มสีดำสนิทอย่างแผ่วเบา ราจะปลอบประโลม "เหนื่อยก็พักบ้างสิครับ... คุณไม่ใช่หุ่นยนต์นะ" พายอาร์เอ่ยเสียงนุ่ม มือเรียวลูบไล้กลุ่มผมอีกฝ่ายอย่างเบามือ เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมุมที่ไร้การป้องกันของเสือร้ายตัวนี้ "มีคุณอยู่ตรงนี้... ผมก็ไม่เหนื่อยแล้วล่ะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยชิดซอกคอขาว ทำให้พายอาร์รู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้าจนต้องตีไหล่กว้างเบาๆ เป็นการแก้เขิน "ปากหวานตลอด... ทีเมื่อก่อนยังปากร้ายใส่ผมอยู่เลยนะ" "วันนั้นกับวันนี้มันไม่เหมือนกัน" คิรากรเงยหน้าขึ้นสบตา ใบหน้าคมคายอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียว "วันนั้นผมยังโง่ที่ไม่รู้ใจตัวเอง... แต่วันนี้ ผมรู้แล้วว่าพายอาร์คือพื้นที่ปลอดภัยเดียวที่ผมอยากกลับมาหา" คำสารภาพตรงไปตรงมาทำเอาพายอาร์หน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ความหวานละมุนที่ไหล뢰เข้ามาในหัวใจทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอุ่นขึ้นมาทันตาเห็น ทั้งสองคนต่างค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าหากันอย่างลืมตัว ระยะห่างลดลงเรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ ทว่า... *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ดังแผดเสียงทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด สบถในลำคอเบาๆ ด้วยความหัวเสียที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ พายอาร์หัวเราะออกมาเบาๆ แก้เขิน รีบดันอกแกร่งให้ออกห่างเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แม้ใบหน้าจะยังขึ้นสีแดงเรื่ออยู่ก็ตาม "รับสายก่อนเถอะครับ เผื่อเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย" คิรากรถอนหายใจยาวเหยียดอย่างขัดใจ เขายอมละสายตาจากริมฝีปากอิ่มแล้วเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอ ทว่า... ทันทีที่เห็นชื่อและเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแบล็กไลต์ ดวงตาดุดันก็หรี่แคบลง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงทันทีจนบรรยากาศอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา พายอาร์สังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของอีกฝ่าย จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยระคนกังวล "ใครโทรมาเหรอครับ?" คิรากรเงยหน้าขึ้นสบตากับคนตัวเล็ก สีหน้าของเขาเคร่งเครียดจนน่ากลัว ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของพายอาร์เย็นเฉียบลงในพริบตา "คนที่ตายไปแล้ว... กลับมาที่นี่ครับ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความคลั่งรักของบอสคีย์กับน้องพายนะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%