พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 26

ความรู้สึกที่ห้ามไม่อยู่

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงปิดประตูกระจกนิรภัยดังขึ้นเบาๆ แต่กลับก้องกังวานในความเงียบสงบของห้องทำงานเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด คิรากรไม่ได้ขยับตัวไปไหน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มยืนปักหลักอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงาน ทว่าสายตากลับไม่ได้มองเอกสารสำคัญที่กองอยู่ตรงหน้าแม้แต่น้อย นัยน์ตาคมกริบราวกับพญาอินทรีคู่นั้นกำลังจดจ้องร่างบางที่ยืนหายใจหอบสะท้านอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามก้าว พายอาร์กำลังใช้มือข้างหนึ่งกำชายเสื้อเชิ้ตของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง แม้ดวงตากลมโตจะพยายามฉายแววแข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหว แต่ทว่าพวงแก้มแดงก่ำกับจังหวะการหายใจเข้าออกที่ถี่กระชั้น กลับทรยศความรู้สึกทั้งหมดภายในใจอย่างหมดเปลือก "มองอะไรนักหนาครับ คุณคิรากร" พายอาร์เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงแม้จะพยายามทำให้ราบเรียบและมั่นคงเพียงใด แต่ก็ยังเจือความสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด "มองคนที่กำลังพยายามโกหกตัวเองอยู่มั้งครับ" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าบาดลึกเข้าไปถึงโสตประสาท ร่างสูงก้าวเท้าเข้าหาทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลรอบกาย "ปากบอกว่าเกลียดนักเกลียดหนา ปากบอกว่าไม่อยากเกี่ยวข้องกับผม... แต่ทำไมตอนที่ผมเข้าใกล้เมื่อกี้ ตัวถึงสั่นขนาดนั้นล่ะครับ หืม?" "ผมไม่ได้สั่นเพราะกลัวคุณ!" พายอาร์สวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตตวัดมองอย่างเอาเรื่อง "ผมแค่... หงุดหงิดที่คุณชอบทำตัวรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวต่างหาก ถอยไปเลยนะ!" "ถ้าผมไม่ถอยล่ะ คุณจะทำไม?" คิรากรหยุดยืนประชิดตัว ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือพื้นที่ให้อากาศไหลผ่าน กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายราคาแพงและบุคลิกอันทรงอำนาจแผ่ซ่านจนพายอาร์รู้สึกราวกับถูกโอบล้อมด้วยกรงข่องที่มองไม่เห็น หัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกซี่โครง ไม่ใช่เพราะความกลัวอย่างที่ปากว่า แต่มันคือความตื่นตระหนกที่เกิดจากเคมีบางอย่างที่กำลังปะทุขึ้นระหว่างเขากับผู้ชายอันตรายคนนี้ มือหนาเอื้อมออกไปอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะทันตั้งตัว ปลายเรียวเลื่อนไปแตะที่กรอบหน้าเนียนใสอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากฝ่ามือของมาเฟียหนุ่มทำให้พายอาร์สะดุ้งเฮือก ร่างบางเผลอสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ ทว่ากลับไม่ยอมถอยหนี นัยน์ตาทั้งสองคู่สบประสานกันอย่างมีความหมาย ในความเงียบงันนั้นมีกระแสไฟฟ้าบางอย่างแล่นพล่าน ราวกับเปลวไฟที่ถูกจุดขึ้นในความมืด และไม่มีใครยอมดับมันลง "คุณมันบ้า..." พายอาร์พึมพำเสียงเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายไล้ผ่านพวงแก้มลงมาหยุดอยู่ที่ริมฝีปาก "ปล่อยผมนะ..." "ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอครับ ว่าผมไม่ใช่คนใจดีขนาดนั้น" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนผิวแก้ม นัยน์ตาคมดุที่มักจะเย็นชากับคนทั้งโลก บัดนี้กลับฉายแววคลั่ง and กระหายบางอย่างที่เด่นชัดจนน่ากลัว "ยิ่งคุณดื้อ ยิ่งคุณเถียง ผมยิ่งอยากทำลายกำแพงที่คุณสร้างขึ้นมาให้พังคามือ" คำพูดนั้นไม่ได้เจือแววขู่ ⁠แต่มันคือคำประกาศิตจากชายผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด และในวินาทีนี้ เหยื่อในกรงขังของเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจำนนต่อความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาอีก พายอาร์หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสกำแพงป้องกันเฮือกสุดท้าย แต่ทว่าหัวใจกลับทรยศด้วยการปล่อยให้ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นมานานหลุดรอดออกมาทางภาษากาย เมื่อมือเรียวเล็กที่เคยผลักไส ค่อยๆ ยกขึ้นมาแตะที่ลาดไหล่กว้างของคนตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว แรงสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นเปรียบเสมือนใบอนุญาตที่คิรากรรอคอย มาเฟียหนุ่มไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ มือหนารั้งเอวบางเข้ามาประชิดแนบแน่นจนร่างทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ก่อนที่ริมฝีปากร้อนผ่าวจะทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดทั้งหมดของคนอวดเก่ง ความนุ่มนวลถูกแทนที่ด้วยความเร่าร้อนและโหยหาที่สะสมมานาน คิรากรบดขยี้เรียวปากอิ่มด้วยความเอาแต่ใจ ทว่ามีความลึกซึ้งและอ่อนหวานซ่อนอยู่เบื้องหลังความดุดันนั้น มือหนาประคองท้ายทอยของพายอาร์ให้รับองศาการจูบได้ถนัดยิ่งขึ้น พายอาร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจในคราแรก แต่รสสัมผัสที่ทั้งวาบหวามและดุดันกลับสูบฉีดสติสัมปชัญญะของเขาให้หลุดลอย ร่างกายที่เคยขัดขืนกลับอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออกนอกจากเสียงหัวใจที่เต้นรำเป็นจังหวะเดียวกัน ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เคยมีถูกแผดเผาจนมอดไหม้ กลายเป็นความลุ่มหลงที่ก้าวข้ามเส้นกั้นทุกอย่าง... เส้นที่ไม่มีวันหวนกลับไปจุดเดิมได้อีกแล้ว ริมฝีปากที่ผละออกจากกันเล็กน้อยเพื่อกอบโกยอากาศ ยิ่งทำให้ใบหน้าของทั้งคู่แนบชิดกันจนได้ยินเสียงหอบหายใจ คิรากรไล่สายตามองริมฝีปากที่บวมเจ่อและแดงก่ำด้วยความพึงพอใจ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นลุกโชนไปด้วยไฟปรารถนาที่ยากจะดับลง "ทีนี้... ยังจะกล้าบอกผมไหมครับ ว่าเราเป็นแค่คนแปลกหน้าที่บังเอิญมารู้จักกัน" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปาก พายอาร์ลืมตาขึ้นมองสบกับแววตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความคลั่งรักอย่างไม่ปิดบัง พายอาร์เม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบกระเด็นออกมานอกอก กำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามนิสัยเดิม ทว่าจังหวะนั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างกะทันหัน ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังแกร๊กโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต! "คิรากรคะ! คือว่าแนนมีเรื่องด่วน..." ร่างชะฉูดฉาดของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นภาพตรงหน้า! ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนฟีนิกซ์สีทองมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%