"ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณบุกรุกพื้นที่ส่วนตัว และผมมีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะเรียก รปภ. เชิญตัวคุณออกไปจากชั้นนี้ทันทีครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเย็นชาจนติดลบดังขึ้นทันที ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของคิรากรจะขยับตัวบังร่างบางของพายอาร์ให้อยู่ด้านหลังอย่างมิดชิด สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีจ้องเขม็งไปยังผู้มาใหม่ ร่างชะฉูดฉาดในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ยืนแข็งค้างอยู่หน้าประตูห้องทำงาน
"คีย์..." หญิงสาวเบิกตากว้าง ใบหน้าที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงฉายแววตื่นตระหนกและไม่เชื่อสายตา "นี่คุณ... คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ แล้วเด็กนี่มันเป็นใคร ทำไมถึง..."
"คนที่ไม่มีมารยาทเคาะประตูห้องทำงานคนอื่น แถมยังวิจารณ์เรื่องส่วนตัวของคนอื่นอย่างไร้คลาส ไม่มีสิทธิ์มาถามหาความจริงอะไรทั้งนั้นครับ คุณลลิน" คิรากรสวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกนที่อาบยาพิษ เขามั่นใจว่าได้ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้ว แต่ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะไม่รู้จักคำว่าถอย
พายอาร์ที่ถูกบังอยู่ด้านหลังแอบถอนหายใจเบาๆ แม้ในใจจะรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยที่จู่ๆ เจ้าพ่อมาเฟียปากร้ายกลายร่างมาเป็นโล่ห์มนุษย์ปกป้องเขาอย่างดุ The Bodyguard แบบนี้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยืนหลบอยู่ข้างหลังเฉยๆ ให้คนอื่นมามองด้วยสายตาดั่งจะกินเลือดกินเนื้อ
มือเรียวเล็กเอื้อมไปแตะที่ชายเสื้อสูทเนื้อดีของคิรากรเบาๆ เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเขาจัดการเองได้ ก่อนจะก้าวออกมารembrace แสงไฟในห้องด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความร้ายกาจไว้อย่างแนบเนียน
"สวัสดีครับคุณลลิน" พายอาร์ทักทายด้วยน้ำเสียงฉอดๆ ที่แฝงความสุภาพแบบจงใจกวนประสาท "ผมชื่อพายอาร์ เป็น... เอ่อ จะเรียกว่ายังไงดีล่ะครับพี่คีย์ ก็ในเมื่อเราเพิ่งตกลงสถานะกันไปหยกๆ"
คำพูดที่จงใจเว้นวรรคและลากเสียงยาว ทำเอาคิรากรที่กำลังทำหน้ายักษ์ขมวดคิ้วมุ่น หันขวับมามองคนตัวเล็กข้างกายทันที ดวงตาคมปลาบฉายแววระbanned ระเบิดความสงสัยปนความคาดหวังเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
ส่วนลลินนั้นหน้าเสียทันที สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยาที่พวยพุ่งขึ้นมาจนปิดไม่มิด "แก! เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าที่ไหนกล้ามาทำตัวอวดดีต่อหน้าฉันรู้ไหมว่าฉันกับคีย์..."
"หยุดพูดจาไร้สาระแล้วไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนจริงๆ" คิรากรคำรามในลำคอ เสียงต่ำทุ้มนั้นทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดลงฮวบฮาบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนลลินต้องก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหวาดกลัว
"คีย์... คุณไล่ฉันเพราะเด็กนี่เนี่ยนะ!" ลลินกรีดร้องเสียงหลงด้วยความรับไม่ได้
"ผมไล่คุณเพราะคุณน่ารำคาญ และที่สำคัญ..." คิรากรหันกลับมามองพายอาร์ สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าประหลาดจนคนมองถึงกับใจสั่น "คนสำคัญของผมอยู่ตรงนี้แล้ว ผมไม่มีเวลามาฟังเสียงน่ารำคาญของใครทั้งนั้น"
ประโยคบอกเล่าเรียบง่ายแต่ทรงพลังทำเอาพายอาร์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองศึก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกจนต้องรีบเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังระบายอยู่บนริมฝีปาก
เมื่อเห็นว่าไม่มีทางชนะและคิรากรไม่มีทีท่าจะสนใจตนเองเลยแม้แต่น้อย ลลินจึงได้แต่กัดริมฝีปากด้วยความแค้นเคือง ส่งสายตาอาฆาตมาที่พายอาร์วับหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าพรวดพราดเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง!
บรรยากาศภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่ยืนประจันหน้ากันท่ามกลางแสงไฟยามบ่ายที่สาดส่องผ่านกระจกใสบานใหญ่
คิรากรถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ยังคงยืนกอดอกทำเป็นมองนู่นมองนี่แก้เขิน "ทีเมื่อกี้ยังปากเก่งกล้าดีอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงเงียบไปล่ะครับคุณพายอาร์"
"ใครเงียบกันครับ ผมแค่กำลังคิดว่าคุณควรจ่ายค่าเหนื่อยเพิ่มนะ ที่ต้องมาคอยรับมือกับแขกไม่ได้รับเชิญของคุณเนี่ย" พายอาร์เชิดหน้าขึ้นเถียงทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววระยิบระยับด้วยความท้าทาย
"หึ ปากเก่งไม่เปลี่ยน" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อยจนพายอาร์ต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องเย็นเฉียบ "แต่เมื่อกี้... ที่พูดค้างไว้เรื่องสถานะ... หมายความว่ายังไงครับ?"
คำถามนั้นทำให้แอร์ในห้องเย็นเฉียบขึ้นมาทันที พายอาร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนสติแทบกระเจิง
"อะ... อะไรเล่าครับ ผมก็พูดไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนปากพล่อยแหละ" พายอาร์เบี่ยงหน้าหนีสายตาคมกริบที่จ้องมองมาอย่างคาดคั้น หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"ปากพล่อยเหรอ..." คิรากรพึมพำเสียงพร่า มือหนายื่นไปทาบกับผนังห้องกักขังร่างบางไว้ตรงกลางโดยสมบูรณ์ ปลายนิ้วเรียวอีกข้างเชยคางมนขึ้นมาบังคับให้ดวงตากลมโตต้องสบประสานกัน "แต่ผมจำได้ทุกคำพูด และผมไม่ใช่คนชอบเล่นขายของซะด้วยสิครับ"
"คุณ... คุณจะเอาอะไรอีกเนี่ย ปล่อยเลยนะ" พายอาร์พยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ทว่าแรงของอีกฝ่ายมีมากกว่าหลายเท่า ตัวเขาเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งและสายตาคู่นั้นที่ร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเปลวไฟ
"อยากได้ยินคำนิยามชัดๆ จากปากคุณ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบa ริมฝีปากหยักได้รูปอยู่ห่างจากริมฝีปากของเขาเพียงแค่คืบ "เราเป็นอะไรกันครับ... พายอาร์"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว พายอาร์เม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้สติหลุดลอย เขารู้ดีว่าหากตอบคำถามนี้ออกไป ชีวิตที่สงบสุข(หรือวุ่นวายเล็กๆ) ของเขาจะเปลี่ยนไปตลอดกาล แต่ถ้าไม่ตอบ... ก็ดูเหมือนจะหนีเสือปะจระเข้เสียแล้ว
ดวงตากลมโตไหวระริก ก่อนที่พายอาร์จะตัดสินใจเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบอย่างไร้ความหวาดกลัว ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำเอาคิรากรถึงกับชะงัก
"ถ้าผมบอกว่า..."
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความเป็นส่วนตัวอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดประตูที่ถูกผลักเข้ามาทันทีโดยไม่รอให้อณุญาต
"คุณคิรากรครับ เอกสารด่วนจาก..."
ประโยคของเลขาหนุ่มที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาต้องกลืนหายลงไปในลำคอทันที เมื่อดวงตาปะทะเข้ากับภาพตรงหน้า—เจ้านายหนุ่มสุดโหดกำลังกักขังนักศึกษาฝึกงานคนโปรดไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าอยู่ชิดใกล้กันจนแทบจะรวมเป็นร่างเดียว!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 27
แกล้งรักแต่ดันเผลอใจ
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!