พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 24

ความอ่อนแอของมาเฟีย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าก้าวออกไปตอนนี้... คุณจะได้เห็นศพของตัวเองก่อนที่จะได้เหยียบพ้นเขตคฤหาสน์แน่นอนครับ พายอาร์" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความหงุดหงิดระคนร้อนรนดังขึ้นตัดผ่านเสียงคำรามของสายฝนด้านนอก ท่ามกลางความมืดสลัวที่มีเพียงแสงแฟลชจากฟ้าแลบเป็นระยะ คิรากรในสภาพสวมกางเกงขายาวตัวเดียวโดยปราศจากเสื้อเชルปกปิดแผงอกกำยำ ยืนขวางประตูระเบียงกว้างที่เปิดกว้างรับลมพายุไว้ด้วยร่างสูงใหญ่ บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีคุกคามที่พร้อมจะแหลกสลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า แต่ในดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับมีประกายความหวาดหวั่นที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ร่างบางของพายอาร์ที่ยืนท้าทายสายลมอยู่ตรงขอบประตูกระจกสะดุ้งเล็กน้อย เส้นผมชื้นเหงื่อและละอองฝนลู่ปรกกรอบหน้าหวาน นัยน์ตากลมโตตวัดกลับมามองคนตัวโตด้วยความดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าหัวใจของเขาจะเต้นระรัวด้วยความตกใจกับท่าทีดิบเถื่อนของอีกฝ่ายเมื่อครู่ก็ตาม "หลบไปครับ คุณคิรากร" พายอาร์เชิดคางขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "ผมไม่ใช่สัตว์เลี้ยงในกรงขังของคุณ ถึงได้ต้องมาคอยรายงานตัวหรือรอให้คุณกัก The องศาอิสรภาพตามใจชอบ เปิดประตูครับ ผมจะกลับห้อง" "ดึกดื่นป่านนี้ พายุเข้า พยากรณ์อากาศเตือนระดับสีแดง แล้วคุณจะเดินฝ่าฝนออกไปไหนสภาพนี้ สมองคุณเอาไปทิ้งไว้ที่ไหนหมดฮึ?" คิรากรก้าวเข้าไปประชิดตัวด้วยความรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกเรียวแล้วดึงรั้งเข้ามาในห้องอย่างไม่เบามแรงนัก แรงปะทะทำให้แผ่นหลังบางชนเข้ากับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและไออุ่นร้อนผ่าวได้อย่างเหมาะเจาะ "ปล่อยนะ! ผมจะไปไหนมันก็เรื่องของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่ง!" พายอาร์ดิ้นขลุกขลัก พยายามผลักไสแผงอกกว้างที่ขวางกั้นอิสรภาพ แต่ยิ่งดิ้น วงแขนแข็งแกร่งก็ยิ่งรัดแน่นราวกับคีมเหล็กที่หลอมรวมพวกเขาเข้าไว้ด้วยกัน กลิ่นกายเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่มปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนน่าหงุดหงิด "มีสิทธิ์สิครับ ทำไมจะไม่มี" คิรากรก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหู ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่ตรงลาดไหล่เนียนจนคนฟังขนลุกชัน "ในเมื่อเตียงตรงนั้น... และตัวคุณในตอนนี้ มันอยู่ในอาณาเขตของผมทั้งหมด" "คนเผด็จการ! คนบ้า!" พายอาร์ตวาดเสียงกร้าว ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความโกรธระคนเคืองใจ ดวงตาคู่สวยรื้นหยดน้ำใสด้วยความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครวะ อยากทำอะไรก็ทำ อยากกักขังก็กักขัง เคยสนใจความรู้สึกคนอื่นบ้างไหม หรือโลกใบนี้มันหมุนรอบตัวคุณคนเดียว คิรากร!" คำพูดตัดพ้อที่หลุดออกมาพร้อมกับแรงทุบตีเบาๆ บนอกแกร่ง ทำให้คิรากรชะงักไป ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความดุดันค่อยๆ อ่อนแสงลง ความกรุ่นโกรธเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาในอกข้างซ้ายอย่างไม่ทันตั้งตัว ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงสาดซัดกระแทกกระจกด้านนอกเป็นระยะ คิรากรคลายมือที่บีบข้อมือบางออกเปลี่ยนเป็นกุมมือเรียวนั้นไว้อย่างทะนุถนอม สัมผัสที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้พายอาร์ชะงัก เงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ ในเสี้ยววินาทีนั้น แววตาของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลไร้พ่ายกลับไหววูบราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่หลงทางในความมืด มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความเปราะบางที่พายอาร์ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต "ผมไม่ได้อยากขังคุณไว้เพราะความสนุก..." เสียงทุบตีในหัวใจของคิรากรดังสะท้อนออกมาเป็นคำพูดที่แผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับเสียงฝน "แต่ทุกครั้งที่คุณเดินออกไปจากสายตาผม... ภาพในอดีตมันมักจะย้อนกลับมาหลอกหลอนเสมอ" พายอาร์ขยับปากจะเถียง แต่เมื่อเห็นประกายความเจ็บปวดลึกๆ ในดวงตาคู่นั้น คำพูดทั้งหมดก็กลืนกลับลงคอไป ความเย่อหยิ่งทระนงถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความเห็นอกเห็นใจที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน "คุณหมายความว่ายังไง..." เสียงของพายอาร์อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข สมเพชตัวเองเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งพิงขอบเตียงสีขาวสะอาดตา ปล่อยให้ร่างบางยืนนิ่งอยู่ตรงหน้า สายตาทอดมองออกไปนอกกระจกที่เปียกปอนไปด้วยหยาดฝน "คุณคิดว่าผมเกิดมาบนกองเงินกองทองแล้วจะมีความสุขเหรอครับ พายอาร์" คิรากรเริ่มต้นเล่าด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เย็นชา แต่แฝงรอยร้าวลึก "ครอบครัวของผม... มันไม่ใช่เซฟโซน แต่มันคือสนามประลองที่คนที่อ่อนแอที่สุดจะถูกกำจัดทิ้งอย่างไร้ความปรานี" พายอาร์เม้มปากแน่น ค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้ามาเฟียหนุ่ม เพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือเรียวยื่นไปแตะหลังมือหนาที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน คิรากรสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้สะบัดหนี "พ่อของผมมีภรรยาหลายคน และพวกเขาก็ฆ่ากันตายเพื่อแย่งชิงอำนาจ... ต่อหน้าต่อตาผมตอนที่ผมอายุแค่สิขวบ" คิรากรหลับตาลง ภาพเหตุการณ์นองเลือดในอดีตพรั่งพรูเข้ามาในสมองราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก "พี่น้องที่คลานตามกันมา ถูกจับกรอกยาพิษเพียงเพราะแย่งชิงความโปรดปรานจากผู้ชายคนเดียวที่ชื่อว่าพ่อ และวันที่แม่ของผมต้องตาย... ท่านสิ้นใจในอ้อมแขนผม เพราะความไว้ใจผิดคน" ความเงียบสงัดเข้าโอบล้อมทั้งคู่ไว้อีกครั้ง พายอาร์รู้สึกได้ถึงความเย็นเฉียบจากฝ่ามือของคิรากร หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความรู้สึกโกรธเคืองและเกลียดชังที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหนับหน่วงในช่องท้องและหยดน้ำตาที่เอ่อรื้นขึ้นมาในดวงตาของเขาเอง "คุณก็เลย... กลัวการสูญเสีย?" พายอาร์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา "ผมไม่เคยกลัวอะไรในชีวิตนี้ พายอาร์... จนกระทั่งวันที่ผมเจอคุณ" คิรากรลืมตาขึ้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สะท้อนเงาของเขาอยู่ "วันที่คุณเกือบเอาชีวิตไป 1 แลกกับคดีบ้าๆ นั่น วันที่รถคันนั้นพุ่งชนคุณ... คุณรู้ไหมว่าผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบมันพังทลายลงมาต่อหน้าต่อตาเลยหรือเปล่า ผมมันก็แค่อี A ฆาตกรเลือดเย็นที่ใส่สูทผูกไท แต่อ่อนแอที่สุดเมื่อเป็นเรื่องของคุณ" คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้พายอาร์นิ่งงันไป คำว่า 'คนคลั่งรัก' ที่เขาเคยค่อนขอดในใจ บัดนี้มันกลับหนักอึ้งและทรงพลังเสียจนทำให้ขอบตาร้อนผ่าว มือเรียวยกขึ้นประคองแก้มสากของมาเฟียหนุ่มอย่างลืมตัว นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไหลออกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ "ผมไม่ใช่แม่ของคุณ... และผมก็ไม่ใช่ใครที่จะต้องมาทิ้งให้คุณโดดเดี่ยวสักหน่อย" พายอาร์แย้มยิ้มบางเบา แม้ขอบตาจะแดงก่ำ "ผมดื้อ... แต่ผมก็ไม่ใช่คนอกตัญญูที่จะทิ้งคนที่ช่วยชีวิตผมไว้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าหรอกนะ" คิรากรมองรอยยิ้มนั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับมาเต้นแรงอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ มือหนายยกขึ้นทาบกับมือบางที่แนบอยู่บนแก้มของตนเอง แนบแน่นราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองอบอวลไปด้วยความหวานล้ำและความเข้าใจที่ลึกซึ้งจนแทบไม่ต้องมีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม คิรากรโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ทีละน้อย ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินริมฝีปากของกันและกัน พายอาร์หลับตาลงช้าๆ ยอมจำนนต่อแรงดึงดูดอันมหาศาล ปลายจมูกแตะกันแผ่วเบา ริมฝีปากกำลังจะทาบทับลงหาความหวานที่โหยหา ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูห้องนอนดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามมาด้วยเสียงตะโกนร้อนรนของลูกน้องคนสนิทจากด้านนอก "นายครับ! แย่แล้วครับ! ทางฝั่งตระกูลหลิวส่งคนบุกเข้ามาทางโกดังท่าเรือตอนเหนือแล้วครับ! พวกมันประกาศกร้าวว่าจะมาทวง 'ของสำคัญ' คืนคืนนี้!" คิรากรชะงักกึก ดวงตาคมกริบที่กำลังพราวระยับด้วยความปรารถนาแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทันที บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความเป็นมาเฟียผู้ไร้ความปรานีอีกครั้งอย่างรวดเร็วดั่งพายุหมุน พายอาร์ลุกขึ้นยืนตาม มองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งจะเปิดเผยมุมอ่อนแอให้เขาเห็นเมื่อครู่ แต่บัดนี้กลับกลายเป็นนักรบผู้พร้อมจะพุ่งเข้าสู่สนามรบ คิรากรหันกลับมามองสบตากับพายอาร์เป็นครั้งสุดท้าย แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและคำสั่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ล็อคห้องให้ดี... ไม่ว่าใครหน้าไหนมาเคาะประตู ห้ามเปิดเด็ดขาดจนกว่าผมจะกลับมา" คิรากรเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนจะหยิบปืนพกสีดำสนิทจากลิ้นชักหัวเตียงขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอว "คุณคิรากร..." พายอาร์เรียกชื่อนั้นไว้ด้วยความใจหาย คิรากรชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวเดิน หันกลับมาคว้าตัวพายอาร์เข้ามากอดแนบอกแน่น กดจูบลงบนหน้าผากเนียนมนอย่างหนักหน่วงครั้งหนึ่ง ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้หัวใจคนฟังกระตุกวูบ "รอผม... ต่อให้พลิกแผ่นดิน ผมก็จะกลับมาหาคุณ" พูดจบ คิรากรก็หันหลังเดินพุ่งตัวออกไปจากห้อง ปิดประตูกระแทกเสียงดังสนั่น ทิ้งให้พายอาร์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงัน และในจังหวะที่หัวใจของพายอาร์กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความกังวลอยู่นั้นเอง... เสียงกริ่งหน้าห้องนอนส่วนตัวของคัรากรกลับดังขึ้น... ทั้งที่ประตูกระจกที่เชื่อมออกสู่ระเบียงที่ควรจะปิดสนิท กลับมีเงาร่างสีดำประหลาดสายหนึ่งกำลังปีนข้ามราวกั้นเข้ามาภายในห้องอย่างเงียบเชียบ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและอินไปกับความคลั่งรักของบอสคีย์กับน้องพายอาร์ในตอนนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%