พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 11

ความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงหอบหายใจแผ่วเบาของพายอาร์ยังคงสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงันของห้องทำงานส่วนตัว ร่างบางถอยร่นไปสามก้าว แผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือจนสันปกกระทบกันเบาๆ ใบหน้าหวานแดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศสุกงอมด้วยความอับอายและความโกรธที่ตีรวนขึ้นมาจนจุกอก สองมือเรียวพยายามยกขึ้นกอดอกเพื่อสร้างเกราะกำบังให้กับหัวใจที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ ขณะที่ดวงตากลมโตคู่สวยตวัดมองร่างสูงใหญ่ของคิรากรด้วยความไม่พอใจ "คุณ... คุณมันฉวยโอกาส!" พายอาร์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุๆ พยายามข่มความสั่นไหวในน้ำเสียงไม่ให้คิรากรจับพิรุธได้ "เราตกลงกันเรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แบบนี้" คิรากรไม่ได้ถอยหนี เขายังคงยืนนิ่งอยู่ในระยะประชิด ร่างสูงโปรดปรานการคุกคามทางสายตา ดวงคมกริบสีนิลกาฬคู่นั้นจดจ้องเรือนร่างสั่นเทาของคนตัวเล็กกว่าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด เสี้ยววินาทีหนึ่ง แววตาไหววูบประหลาดฉายชัดขึ้นในดวงตาดุคู่นั้น ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามแบบฉบับของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร "เล่นเหรอ?" คิรากรทวนคำเสียงต่ำ ทว่าทรงพลังจนคนฟังต้องกลืนน้ำลายลงคอ "คุณคิดว่าผมมีเวลาว่างพอจะมาเล่นขายของกับเด็กฝึกงานปากดีอย่างคุณหรือไง พายอาร์" "ถ้าไม่มีเวลาว่างนัก ก็ถอยไปสิครับ! จะมาประชิดตัวผมทำไม" พายอาร์สวนกลับทันควันอย่างไม่เกรงกลัว แม้ขาจะสั่นพับๆ แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึกของคิรากร มือหนายื่นออกไปทาบลงบนชั้นหนังสือเหนือศีรษะของพายอาร์ เป็นการกักขังร่างบางไว้ในอาณาเขตของเขาโดยสมบูรณ์ ระยะห่างที่เพิ่งถูกถอยออกไป ถูกร่นกลับมาแนบชิดยิ่งกว่าเดิมจนกลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส "ปากเก่ง..." คิรากรพึมพำเสียงพร่า ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นด้วยความเคืองโกรธ "เวลาคุณโกรธ แล้วหน้าแดงแบบนี้ มันน่าแกล้งให้ร้องไห้คาอกจริงๆ นะครับ" "คนบ้า!" พายอาร์ผลักอกแกร่งเต็มแรงอีกครั้ง แต่คิรากรกลับมั่นคงราวกับกำแพงหิน ผิดคาดที่คราวนี้ร่างสูงไม่ได้รุกไล่ต่อ แต่กลับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ดวงตาคมกริบหลุบลงมองพื้นพรมราคาแพง สีหน้าและบรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความดุดันเกรี้ยวกราด กลายเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัดใจ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คิรากรเสยผมสีเข้มของตัวเองลวกๆ อย่างขัดใจ ท่าทางแบบนั้นทำให้พายอาร์ที่กำลังฮึดฮัดอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววฉงนเมื่อสังเกตเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าคมเข้มนั้น นานทีเดียวที่ไม่มีใครปริปากพูดอะไร จนกระทั่งคิรากรเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ขัน หรือแม้แต่ความกวนประสาทที่เคยมี "เอกสารงบประมาณโครงการรีสอร์ทที่เกาะช้างที่คุณส่งมาเมื่อเช้า... มีจุดผิดพลาดอยู่สามจุด" คิรากรหันกลับมามองหน้าพายอาร์ตรงๆ น้ำเสียงจริงจังจนน่าตกใจ พายอาร์กะพริบตาปริบๆ สมองที่กำลังพุ่งพล่านด้วยอารมณ์โกรธเมื่อครู่สะดุดกึก "หา? ผิดตรงไหน ผมตรวจทานมาอย่างดีแล้วนะ" "คุณมั่นใจเกินไป" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ เดินผละออกจากอาณาเขตของชั้นหนังสือ ไปหยิบแฟ้มสีน้ำเงินเข้มบนโต๊ะทำงานแล้วโยนมันลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าโซฟา "หน้าสิบสอง บรรทัดที่ห้า ถึงแปด ตัวเลขงบประมาณการถมที่ดินมันคลาดเคลื่อนไปสิบล้าน" พายอาร์หน้าถอดสี รีบพุ่งเข้าไปคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว กวาดสายตาอ่านตัวเลขยุกยิกด้วยความตกใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อพบว่าสิ่งที่คิรากรพูดนั้นถูกต้อง... มันพลาดไปสิบล้านบาทจริงๆ! "เอ่อ..." พายอาร์อ้าปากค้าง สมองประมวลผลแทบไม่ทัน มือเรียวรีบหยิบปากกาขึ้นมาเพื่อจะแก้ไข แต่ความล่ำลำทำให้ทำปากกาหลุดมือ คิรากรย่อตัวลงเก็บปากกาให้ ยื่นส่งคืนให้ด้วยท่าทางนิ่งเฉย "ไม่ต้องรีบแก้หรอกครับ เพราะต่อให้คุณแก้มันตอนนี้ มันก็ไม่ใช่ต้นเหตุจริงๆ ที่ทำให้ผมหงุดหงิดตั้งแต่เช้า" พายอาร์รับปากกามาถือไว้แน่น เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มด้วยความไม่เข้าใจ "แล้วอะไรล่ะครับที่ทำให้คุณหงุดหงิด? หรือว่าโปรเจกต์นี้มันมีปัญหาใหญ่อื่นอีก" คิรากรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีดำตัวยาว ขาข้างหนึ่งยกขึ้นไขว่ห้าง ปลายนิ้วเรียวนวดขมับตัวเองเบาๆ คล้ายคนกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก ดวงตาคมกริบเหม่อมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพตึกสูงระฟ้าของกรุงเทพมหานครยามบ่าย "เกาะช้าง..." คิรากรพึมพำชื่อสถานที่นั้นออกมาเบาหวิว ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง "คุณรู้ไหม... ทำไมผมถึงดึงดันจะเอาชนะการประมูลที่ดินแปลงนั้น ทั้งที่บอร์ดบริหารคัดค้านหัวชนฝา" พายอาร์ส่ายหน้าช้าๆ ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกอยากเอาชนะเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอย่างประหลาด "เพราะผลกำไรมหาศาลมั้งครับ หรือไม่ก็ขยายอาณาจักรธุรกิจของคุณ" "หึ..." คิรากรหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยความขมขื่น "เงินทอง อำนาจ... ผมมีมันมากพอที่จะซื้อเกาะนั้นได้ทั้งเกาะโดยไม่ต้องกระพริบตาด้วยซ้ำ แต่มันมีบางอย่างที่เงินซื้อไม่ได้... และผมต้อง 'ทวงคืน' มันกลับมา" คำว่า 'ทวงคืน' ทำให้พายอาร์ขมวดคิ้วแน่น บรรยากาศรอบตัวของคิรากรในเวลานี้ช่างแตกต่างจากมาเฟียปากร้ายจอมเผด็จการที่เขาเคยรู้จัก ร่างสูงตรงหน้าดูเปลือยเปล่าและเปราะบางอย่างน่าใจหาย ราวกับกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองกำลังละลายลงทีละน้อย "คุณหมายความว่ายังไง... ทวงคืนอะไรเหรอครับ?" พายอาร์เอ่ยถามเสียงแผ่ว ความกล้าๆ กลัวๆ กลับมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้ง คิรากรหันกลับมาสบตา ประกายในดวงตานิลกาฬคู่นั้นลẫกล้ำและมืดมนเกินกว่าจะหยั่งถึง "อดีต... พายอาร์ อดีตที่พวกมันพรากมันไปจากครอบครัวผม" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักอึ้งราวกับมีก้อนหินมาถ่วงไว้ที่หน้าอก พายอาร์อ้าปากค้างเล็กน้อย สมองเชื่อมโยงเรื่องราวต่างๆ ที่เคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูล 'คิรากร' ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจในอดีต และการหายตัวไปอย่างปริศนาของคุณพ่อของคิรากรเมื่อหลายปีก่อน "เรื่องเมื่อสิบปีก่อน..." พายอาร์พึมพำออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเมื่อนึกขึ้นได้ "บริษัทของคุณพ่อคุณ ที่ล้มละลายกะทันหันเพราะถูกโกง... หรือว่าที่ดินเกาะช้างแปลงนั้น มันเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย?" คิรากรรubหน้าช้าๆ ดวงตาคมกริบไม่มีประกายแห่งความสนุกสนานเหลืออยู่เลย มีเพียงความแค้นเคืองที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ก้นบึ้งของหัวใจมานานแสนนาน "ที่ดินตรงนั้น... เคยเป็นของตระกูลเรา ก่อนที่มันจะถูกขายทอดตลาดอย่างไม่เป็นธรรมด้วยฝีมือของไอ้สารเลวคนหนึ่ง คนที่ตอนนี้มันกำลังนั่งยิ้มระรื่นอยู่ในสภาธุรกิจ" พายอาร์เม้มปากแน่น หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบด้วยความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด เขาไม่เคยรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากความเย่อหยิ่งและท่าทีคลั่งรักที่คิรากรชอบแสดงออกเวลาอยู่ใกล้ตน จะซ่อนบาดแผลลึกขนาดนี้ไว้ "แล้วทำไม... คุณถึงเล่าเรื่องนี้ให้ผมฟังล่ะครับ?" พายอาร์ถามเสียงสั่นเล็กน้อย "เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเสียหน่อย" คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าหาคนตัวเล็กที่ยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม ร่างสูงโน้มตัวลงมาจนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มเนียนของพายอาร์ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต ราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่างในนั้น "เพราะคุณ..." คิรากรกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น "เพราะคุณคือคนเดียว... ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ผมไม่อยากซ่อนตัวตนที่น่าเกลียดพวกนี้ไว้ข้างหลังอีกต่อไปแล้ว" พายอาร์สะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกเกรียวขึ้นมาทันทีเมื่อปลายนิ้วอุ่นของคิรากรเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่พวงแก้มแดงระเรื่อ ไล้แผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย "ผม..." พายอาร์อ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เคมีร้อนแรงที่เคยเป็นแค่การปะทะคารม บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความผูกพันลึกซึ้งที่ดึงดูดพวกเขาทั้งคู่เข้าหากันอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ก่อนที่พายอาร์จะได้กล่าวคำใดออกมาเพื่อทำลายความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดนี้... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูแก่นดราม่าลงในเสี้ยววินาที คิรากรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมดุหันขวับไปมองที่ประตูห้องทำงานด้วยแววตาพร้อมฆ่าคน "ไสหัวไป! ผมบอกแล้วว่าห้ามใครรบกวน!" "คุณคิรากรคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงหวีดร้องด้วยความตื่นตระหนกของเลขาฯ หน้าห้องดังทะลุบานประตูไม้เนื้อดีเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดที่ดังขึ้นโดยไม่รอคำอนุญาต "แขกที่ไม่ได้รับเชิญ... บุกเข้ามาถึงชั้นนี้แล้วค่ะคุณ!" ประตูกว้างถูกผลักเปิดออกผาง! ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพง ใบหน้าเปื้อนยิ้มเยียบเย็นที่พายอาร์คุ้นตาจากหน้าหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับผู้ติดตามอีกสองคน คิรากรชะงักกึก ร่างสูงถอยห่างจากพายอาร์ทันที ดวงตานิลกาฬเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือน ก่อนที่แววตานั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง รุนแรงเสียยิ่งกว่าเดิม "สวัสดีครับคุณคิรากร... ไม่ได้เจอกันนานนะ หลานรัก" ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่เข้มข้นขึ้นทุกทีนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%