พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 4

อย่าทำตัวน่ารำคาญ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กบนโต๊ะทำงานกระจกใสสไตล์มินิมอลดังขึ้นจนก้องกังวานไปทั่วห้องประชุมใหญ่ มันไม่ใช่เสียงที่เกิดจากความพลั้งมือ แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างเงียบงันผ่านแรงโน้มถ่วง พายอาร์ที่กำลังเอื้อมมือจะหยิบปากกามาเซนต์เอกสารชะงักกึก ปลายเล็บเรียวสวยหยุดอยู่ห่างจากกระดาษเพียงมิลลิเมตรเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ฉายแววหวาดกลัวอย่างที่คนเป็นประธานกรรมการบริหารควรจะได้เห็น กลับกัน เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ท่าทีนิ่งสงบจนน่าหมั่นไส้นั้นทำเอาสันกรามของคิรากรขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "คุณคิดว่าตัวเองกำลังเล่นเกมสนุกๆ อยู่หรือไง พายอาร์" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยเอ่ยลอดไรฟัน น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องประชุมที่เปิดแอร์ไว้ฉ่ำราวกับติดลบ คิรากรโน้มตัวลงมาท้าวแขนกับขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน ดวงตาคมกริบสีนิลกาฬจ้องมองคนตรงข้ามราวกับราชสีห์กำลังขย้ำเหยื่อตัวน้อยให้จมเขี้ยว "ฉันไม่ได้เล่นเกมค่ะ... เอ้ย ไม่ใช่ค่ะ ฉันไม่ได้เล่นเกมสักหน่อยค่ะ... เอ๊ย พูดผิด! ฉันไม่ได้เล่นเกมสักหน่อยครับ!" พายอาร์เผลอหลุดเสียงหลงเกือบจะใช้สรรพนามตามความคุ้นชิน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้เธอกำลังอยู่ในฐานะพนักงานตาดำๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับท่านประธานจอมเผด็จการ เธอจึงรีบเปลี่ยนคำลงท้ายกระทันหันจนลิ้นแทบพันกัน ดวงตาคู่สวยกะพริบปริบๆ กลบเกลื่อนความเพลี่ยงพล้ำเมื่อครู่ คิรากรหรี่ตามองอาการลุกลี้ลุกลนที่พยายามตีหน้าตายของคนตรงข้าม มือหนาข้างหนึ่งเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ทว่าน่าเกรงขาม "ถ้าไม่ได้เล่น แล้วที่คุณนั่งไขว่ห้าง หมุนปากกาเล่น และทำหน้าตาท้าทายผมเมื่อกี้ มันเรียกว่าอะไร หืม?" "มันเรียกว่า 'การใช้ความคิด' ต่างหากล่ะคะ... แฮ่ม! หมายถึง... ใช้ความคิดค่ะ... เอ๊ย! ใช้ความคิดครับท่านประธาน!" พายอาร์กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ นึกอยากจะตบปากตัวเองสักทีสองทีที่ดันติดสำนวนพูดคุยกับเพื่อนสนิทมาใช้ต่อหน้าคนเข้มงวดอย่างเขา "สมองฉันกำลังประมวลผลงานที่คุณเพิ่งโยนกองมาให้ต่างหากล่ะครับ ทำงานร่วมกันวันแรก คุณก็เล่นแจกโปรเจกต์ใหญ่ระดับชาติให้ฉันเคลียร์ภายในสามวัน แบบนี้เขาไม่เรียกว่ามอบหมายงานหกล้างหกจ่ายหรอกนะ... เขาเรียกว่า 'แกล้งกันชัดๆ' ต่างหาก" ประโยคหลังพายอาร์หลุดพูดด้วยน้ำเสียงปกติที่ไม่มีคำว่า 'ครับ' เจือปนแม้แต่น้อย ความโมโหที่สะสมมาตั้งแต่เช้าทำให้เธอเลิกเกรงกลัวอำนาจมืดของเจ้าพ่ออสังหาฯ ผู้นี้ชั่วขณะ มือเรียวบางตบลงบนโต๊ะเบาๆ เพื่อเน้นย้ำความไม่ยุติธรรมที่เธอได้รับ คิรากรนิ่งไปชั่วอึดใจ ดวงตาคมกริบสำรวจใบเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความฮึดฮัด ปากอิ่มสีระเรื่อเม้มเข้าหากันแน่นอย่างขัดใจ ท่าทางพยศเหมือนลูกแมวป่าที่พยายามแยกเขี้ยวใส่เสือตัวใหญ่นี้ ช่างเป็นภาพที่ทั้งน่ารำคาญใจและ... แปลกประหลาดที่มันทำให้มุมปากข้างหนึ่งของเขาต้องกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว แต่นั่นแหละ เขาคือคิรากร ผู้ชายที่เกลียดความไร้ระเบียบและเกลียดการต่อปากต่อคำเป็นที่สุด "อย่าทำตัวน่ารำคาญ, พายอาร์" คิรากรเหยียดยิ้มเย็นชา น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวกริบมีดโกนบาดลึก "ถ้าคิดว่างานแค่นี้มันหนักหนาจนสมองกระจ้อยร่อนของคุณประมวลผลไม่ทัน ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า ผมแนะนำให้คุณเก็บของแล้วเดินออกไปจากตึกนี้ซะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคนไร้ความสามารถที่เอาแต่เถียงฉอดๆ เหมือนเด็กอมมือหรอกนะ" คำพูดที่เชือดเฉือนตรงไปตรงมานั้น ทำให้พายอาร์ที่เตรียมใจมาดีแล้วถึงกับหน้าชาวาบ ความรู้สึกเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นจุล ให้ตายสิ! ผู้ชายคนนี้ปากร้ายยิ่งกว่าสุนัขในปากซอยบ้านเธอเสียอีก! พายอาร์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ขึ้นมาอย่างไม่ยอมแพ้ เธอค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงตัว แต่รัศมีแห่งความทระนงตนไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "คนไร้ความสามารถเหรอคะ?" พายอาร์เน้นเสียงคำว่า 'คะ' หนักๆ อย่างจงใจประชดประชัน ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาใช้เสียงเข้ม "อ้อ... ขอโทษด้วยนะคะท่านประธาน พอดีฉันจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งด้านการบริหารธุรกิจมา ไม่ใช่จบโรงเรียนอนุบาลที่จะต้องมานั่งฟังใครดูถูกอย่างไร้เหตุผล งานสามวันที่คุณว่า... ฉันจะทำให้เสร็จภายในคืนนี้ให้ดูเลยค่ะ! และเมื่อถึงวันนั้น หวังว่าคุณจะกรุณาหุบปากแล้วเลิกทำตัวเป็นผู้ชายใจแคบสักทีนะคะ!" สิ้นคำพูดท้าทายนั้น ความเงียบสงัดก็ปกคลุมทั่วห้องประชุมทันที ไอร้อนระอุแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่จนแทบจะได้ยินเสียงประกายไฟปะทะกันในอากาศ คิรากรชะงักไป ดวงตาสีนิลเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ไม่เคยมีพนักงานคนไหนกล้าต่อปากต่อคำและท้าทายอำนาจของเขาแบบนี้มาก่อนในชีวิต ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างคุกคาม ความกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขาจนพายอาร์เผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่งจนสะโพชนิดติดขอบโต๊ะทำงาน คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้ซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่บางจนเจ้าตัวต้องขนลุกชัน เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหูด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา "ปากเก่งนักนะ... ถ้าพรุ่งนี้เช้างานที่คุณรับปากไว้มันยังกองอยู่บนโต๊ะแล้วไม่มีอะไรคืบหน้าล่ะก็..." คิรากรจงใจเว้นจังหวะ ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างแก้มเนียนอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้หัวใจของพายอาร์กระตุกวูบอย่างแรง "ผมจะลงโทษคุณด้วยวิธีที่ทำให้คุณไม่มีแรงมาเถียงผมแบบนี้ไปอีกสามวันเต็มๆ จำคำพูดของผมเอาไว้ให้ดี, พายอาร์" พายอาร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล ดวงตาสบประสานกับดวงตาคมกริบทรงเสน่ห์ที่อยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว เคมีบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายกำลังแผดเผาจนเธอแทบจะหายใจไม่ออก ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบงันและบรรยากาศอันชวนใจสั่นระทึกนั้นลงอย่างฉับพลัน ก่อนที่ประตูกระจกจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต "คีย์ครับ... แย่แล้วล่ะ! เอกสารสัญญาลับฉบับนั้นที่นายสั่งให้เก็บไว้ในเซฟ... ตอนนี้มันหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว!" เสียงหอบหายใจรัวของเลขาคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อสายตาปะทะเข้ากับภาพท่านประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นกำลังยืนคร่อมร่างพนักงานสาวคนใหม่ในระยะประชิดติดชิดขอบโต๊ะทำงานอย่างหมิ่นเหม่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธนาการร้ายร้อยเล่ห์รักฉบับคนคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%