ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
จังหวะการเคาะบนฝ้าเพดานยิปซัมเหนือโต๊ะทำงานของเมฆไม่ได้ดังสะท้าน แต่มันชัดเจนและจงใจ จนเส้นขนอ่อนต้นคอของชายหนุ่มลุกชันขึ้นพร้อมกันโดยไม่ต้องมีคำสั่งจากสมอง
มันไม่ใช่เสียงหนูวิ่ง ไม่ใช่การขยายตัวของโครงสร้างตึกจากความร้อน และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เสียงลม
เมฆกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก หน้าจอคอมพิวเตอร์พิกเซลสีฟ้าสว่างวาบสะท้อนในดวงตาที่เบิกกว้าง ภายในห้องทำงานรวมของแผนกพัฒนาผลิตภัณฑ์ซึ่งควรจะมีแค่เขา—คนที่กำลังติดพันกับกองเอกสารงบประมาณของโปรเจกต์ที่ต้องส่งก่อนพระอาทิตย์ขึ้น—เวลานี้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะบีบตัวของหัวใจตัวเอง
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
สี่ครั้ง... เว้นจังหวะสม่ำเสมอราวกับมีใครบางคนกำลังใช้นิ้วเคาะลงบนแผ่นกระเบื้องฝ้าเพดานจากด้านบน
ปัญหาคือ... ออฟฟิศชั้นที่ 14 ซึ่งอยู่ตรงกับเพดานจุดที่เขานั่งอยู่นั้น 'ถูกปิดตาย' ไปตั้งแต่เกิดเหตุเพลิงไหม้เมื่อสามปีก่อน ไม่มีบันไดหนีไฟเชื่อมต่อ ไม่มีลิฟต์ตัวไหนจอด และตามผังอาคารที่รินเคยเอาให้ดูด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก พื้นที่ตรงนั้นถูกระบุไว้ในเอกสารราชการว่าเป็น "เขตปรับปรุงโครงสร้างถาวร" ไม่มีแม้กระทั่งพื้นปูน มีเพียงโพรงอากาศว่างเปล่ากับระบบท่อระบายอากาศเก่าๆ
เมฆค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ สายตาเพ่งมองผ่านความมืดสลัวของหลอดไฟนีออนที่กะพริบติดๆ ดับๆ เงาของท่อแอร์สีเทาดำทอดยาวพาดผ่านฝ้าเพดานราวกับลำไยของอสุรกาย ในความเงียบงันนั้น เสียงเคาะหยุดลงแล้ว แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับน่ากลัวยิ่งกว่า
มันคือเสียงลาก... *ครืดดด...*
เสียงวัตถุหนักๆ ถูกลากไปกับพื้นปูนชั้นบน เสียงนั้นเคลื่อนตัวจากมุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งห้องทำงานเก่าของพี่สาวเขา... พิมพ์ชนก ผู้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในตึกนี้เมื่อห้าปีก่อน
เมฆลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ล้อเลื่อนไถลกระแทกกับชั้นวางเอกสารเสียงดังสนั่น เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือสั่นเทาหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดไฟฉายแล้วส่องขึ้นไปบนฝ้าเพดาน รอยต่อของแผ่นยิปซัมมีคราบน้ำสีน้ำตาลเข้มเกรอะกรังคล้ายคราบเลือดแห้งกราด และ ณ จุดที่เสียงลากมาหยุดอยู่ตรงนั้น... มีรอยร้าวเป็นทางยาวราวกับมีแรงกดมหาสารกำลังพยายามดันทะลุลงมา
"ใคร... ใครอยู่ข้างบนนั่นวะ" เมฆพึมพำเสียงสั่น รสชาติเค็มปร่าของเหงื่อไหลเข้าปากจนแสบตา
ทันใดนั้น เสียงตามสาย (Intercom) บนผนังห้องก็ส่งเสียง *ซ่า...* แหลมสูงเสียดหู ก่อนที่น้ำเสียงนุ่มนวลเยือกเย็นของท่านประธานจะดังแทรกเข้ามาในความเงียบ
*"คุณเมฆครับ... งานที่มอบหมายให้ทำคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว อย่ามัวแต่สนใจเพื่อนบ้านชั้นบนเลยครับ พวกเขา... รำคาญเสียงที่คุณทำตกเมื่อครู่มากนะ"*
หัวใจของเมฆหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขายังไม่ได้ทำอะไรตกเลยสักนิด!
ก่อนที่เขาจะได้ตั้งสติ ประตูห้องทำงานที่ควรจะถูกล็อกสนิทจากด้านนอกด้วยระบบคีย์การ์ดอิเล็กทรอนิกส์ กลับส่งเสียง *คลิก* เบาๆ กลอนประตูเหล็กกล้าเลื่อนเปิดออกเองช้าๆ เผยให้เห็นความมืดมิดสนิทของทางเดินด้านนอก
และในความมืดนั้น มีเงาร่างของใครคนหนึ่งกำลังยืนนิ่งสนิท หันหลังให้เขา... เงาร่างที่สวมเสื้อสูทสีดำคุ้นตา เส้นผมยาวสลวยเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำ ทั้งๆ ที่ตึกนี้ไม่มีฝนตก
"เมฆ..." เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากเงาร่างนั้น เป็นเสียงที่เขาจำได้แม่นยำแม้ว่าจะไม่ได้ยินมันมานานถึงห้าปีเต็ม "ช่วยพี่ด้วย... เพดานข้างบนนี้... มันกำลังจะพังลงมาทับเราแล้ว"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในชั้นนี้ด้วยกันครับ แล้วพบกันใหม่ในความหลอนระดับถัดไป... ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 3
เสียงเคาะจากเพดาน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!