โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 45

กุญแจชั้น 13

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
"คุณแน่ใจนะว่าเราไม่ได้เดินวนกลับมาที่เดิม... ริน" เสียงของเมฆแหบพร่าจนแทบกลืนหายไปกับเสียงหึ่งต่ำๆ ของหลอดไฟฟلูออเรสเซนต์เหนือหัว แสงสีขาวนวลชวนคลื่นไส้สาดส่องลงมากระทบพื้นกระเบื้องยางสีหม่นที่เต็มไปด้วยรอยขูดขีด ทางเดินแคบๆ ของชั้น 13 ในยามวิกาลดูเหมือนจะยืดยาวออกไปทุกครั้งก้าวที่เราเดิน ความกดอากาศที่นี่ต่ำจนแก้วหูอื้ออึง ราวกับเรากำลังดำดิ่งลงไปใต้ก้นมหาสมุทรที่ไร้ซึ่งแสงตะวัน รินหยุดเดินกะทันหัน จนผมเกือบชนแผ่นหลังบางของเธอ เธอยังคงสวมชุดยูนิฟอร์มพนักงานบัญชีเรียบร้อย แม้รอยเปื้อนสีดำคล้ายคราบเขม่าหรือน้ำมันเครื่องที่ข้อมือซ้ายจะฟ้องชัดว่า เราผ่านการหลบหนีอะไรมาบ้างในค่ำคืนนี้ "ถ้าคุณยังไม่อยากกลายเป็นส่วนหนึ่งของวอลเปเปอร์ผนังนี้ กรุณาหุบปากแล้วเดินต่อเถอะค่ะ... เอ๊ย... ครับ" รินสะดุดคำพูดตัวเองเล็กน้อย ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบแว่นทรง The Matrix เหลียวกลับมามองผมด้วยความหงุดหงิดปนหวาดระแวง "เราไม่ได้เดินวน คุณเมฆ แต่โครงสร้างตึกนี้มันบิดเบี้ยวไปตั้งแต่เที่ยงคืนตรงแล้ว... ท่านประธานกำลังบิดพื้นที่เพื่อต้อนเราให้จนมุม" ผมกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความกลัวไม่ใช่แค่ความรู้สึกนามธรรมอีกต่อไป แต่มันมีน้ำหนัก... มันกดทับอยู่บนบ่า ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นนับร้อยกำลังพยายามกดหัวเราให้จมลงไปกับพื้น ภาพของพี่สาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว ซ้อนทับกับเงาดำที่ทอดatยาวไปตามผนังทางเดิน ตึ้ง! เสียงประกาศจากระบบเสียงตามสายดังขึ้นกะทันหัน ทะลุทะลวงความเงียบงันจนเราสะดุ้งสุดตัว *"เรียน... พนักงานทุกท่าน ขณะนี้เวลาเลยเที่ยงคืนสิบห้าส นาที... ผู้ที่ยังฝ่าฝืนกฎการทำงานล่วงเวลา ถือว่าจงใจละเมิดทรัพย์สินของบริษัท... บทลงโทษกำลังเดินทางไปหาท่านแล้ว ขอให้ทุกท่าน... อยู่ในความสงบ..."* น้ำเสียงทุ้มต่ำ เรียบเฉย และไร้อารมณ์ของท่านประธานดังสะท้อนก้องไปทั่วทิศทาง ราวกับลำโพงซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของเราเอง รินกัดริมฝีปากจนห่อเลือด เธอคว้าแขนผมแล้วพุ่งตัวเข้าไปหลบในซอกมุมอับสายตาของห้องเก็บเอกสารเก่าที่ประตูแง้มอยู่ครึ่งหนึ่ง ความมืดภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นละออง เรายืนแนบชิดกับชั้นเหล็กขึ้นสนิม ลมหายใจของเรารดรินสลับกันด้วยความถี่สูง เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้น... มันไม่ใช่เสียงคนเดิน แต่มันคือเสียงลากของวัตถุหนักๆ ขูดไปกับพื้นปูนด้านนอก... ครอด... ครอด... ครอด... ผมยกมือขึ้นกุมหน้าอก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่ามันจะทะลุออกมานอกซี่โครง สายตาคมกวาดมองไปทั่วความมืดเพื่อหาทางหนีทีไล่ ทันใดนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นกระเป๋าเสื้อสูทสีดำที่ผมสวมอยู่ มันไม่ใช่เสื้อของผม... แต่มันคือเสื้อของ "ผู้จัดการแผนกบุคคล" คนที่กระโดดตึกหายไปจากชั้นนี้เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งผมบังเอิญหยิบทับมาตอนที่ชุลมุนหนีการไล่ล่า ทำไมกระเป๋าเสื้อข้างซ้ายถึงตุงแปลกๆ? ผมเหลือบมองรินที่กำลังเอานิ้วแตะริมฝีปาก ส่งสัญญาณเตือนให้เงียบสนิท เสียงฝีเท้าด้านนอกหยุดลงตรงหน้าประตูห้องพอดี เงาดำทึบปราบลงบนพื้นตรงช่องว่างใต้ประตู ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาจนขนลุกซู่ ในความกดดันถึงขีดสุด ผมค่อยๆ สอดมืออันสั่นเทาเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทตัวนั้น นิ้วมือสัมผัสโดนกระดาษแข็งบางๆ ก่อนจะเกี่ยวเข้ากับวัตถุเย็นเฉียบ โลหะหนักอึ้งที่คุ้นเคย ผมชักมือกลับพร้อมกับวัตถุในกำมือ... ภายใต้แสงสลัวจากช่องประตู รินเบิกตากว้างจนแทบถลน เมื่อสิ่งที่ผมถืออยู่คือ "กุญแจดอกใหญ่" ทำจากทองเหลืองโบราณ หัวกุญแจสลักลวดลายประหลาดรูปดวงตาที่เปิดกว้าง และที่ก้านกุญแจมีรอยขูดตัวเลขโรมันสลักไว้ชัดเจน... *XIII* กุญแจชั้น 13 ดอกจริงที่ตามหากันมาตลอดห้าปี ซ่อนอยู่ตรงนี้ ใกล้ตัวกว่าที่คิด แต่ก่อนที่เราจะได้ขยับตัว เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง... ก๊อก ก๊อก ก๊อก... ตามด้วยเสียงกระซิบแหบพร่าติดใบหูจากความว่างเปล่าข้างหลังผม *"หา... เจอ... แล้ว...สินะครับ..."* โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "ลิฟต์แก้วชั้นลบ" ครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%