โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 44

ความจริงที่แสนเจ็บปวด

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องประชุมลับชั้น 13.5 แห่งนี้ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้รู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย เมฆยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สักทองขนาดใหญ่ สองมือของเขายังคงสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ดวงตาสีดำสนิทจับจ้องไปยังสมุดบันทึกปกหนังสีดำที่ถูกเปิดค้างไว้ หน้ากระดาษเหลืองกรอบเต็มไปด้วยลายมือคุ้นตา ลายมือที่เขาเคยเห็นผ่านสมุดการบ้านสมัยมัธยม ลายมือของ 'ไหม' พี่สาวแท้ๆ ของเขาเองที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อห้าปีก่อน "คุณเมฆ... คงเห็นแล้วสินะครับว่าความจริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบของรินดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่สายตาที่เธอมองมากลับเต็มไปด้วยความสมเพชระคนเวทนา ซึ่งมันบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายหนุ่มยิ่งกว่าคมมีด เมฆกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอย่างยากลำบาก เสียงหัวใจของเขาเต้นโครมครามรากับจะทะลุออกมานอกอก สมองของชายหนุ่มพยายามปฏิเสธสิ่งที่ประจักษ์อยู่ตรงหน้า พยายามบอกตัวเองว่านี่คือภาพลวงตา เป็นความฝันอันบิดเบี้ยวในค่ำคืนที่โอทีกลายเป็นนรก แต่ตัวเลขงบประมาณ ลายเซ็นอนุมัติโครงการ และผังโครงสร้างตึกที่ร่างด้วยหมึกสีแดงฉานนั้น มันชัดเจนเกินกว่าจะหาข้อแก้ตัวใดๆ มาหักล้าง "ไม่จริง... พี่ไหมไม่มีทางทำแบบนี้ พี่สาวผมไม่ใช่คนแบบนั้น!" เมฆโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ ความโกรธเกรี้ยวและความเจ็บปวดตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อก รินถอนหายใจเบาๆ เธอก้าวเท้าเข้ามาใกล้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นไร้กรอบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเมฆ "คุณยังรู้จักพี่สาวตัวเองน้อยเกินไปครับ คุณเมฆ ห้าปีที่แล้ว ตึกแกรนด์ทาวเวอร์แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเงินทุนของบริษัทมหาชนทั่วไป แต่มันถูกสร้างขึ้นด้วย 'สัญญาเลือด' ที่พี่สาวของคุณเป็นคนจรดปากกาเซ็นลงไปเอง เพื่อแลกกับความทะเยอทะยาน เพื่อแลกกับการก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนจุดสูงสุดของวงการธุรกิจ" เมฆก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรง ภาพจำของพี่สาวผู้แสนอ่อนโยน ใจดี และคอยปกป้องเขามาตลอดสมัยเด็กพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงภาพเงาของปีศาจในคราบมนุษย์ที่ยอมแลกวิญญาณเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ "เธอก่อสร้างตึกนี้ด้วยวิธีที่ผิดศีลธรรมตั้งแต่เริ่มแรก" รินกล่าวต่อ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบไร้ระลอกคลื่น "การตอกเสาเข็มต้นแรกไม่ได้ใช้คอนกรีตเสริมเหล็กธรรมดา แต่มันใช้ชีวิตของคนงานก่อสร้างเจ็ดคนที่ถูกฝังทั้งเป็นเพื่อสะกดวิแญญาณไม่ให้ตึกทรุดตัวลงบนพื้นที่ตาบอด ฮวงจุ้ยที่วิปริตนี้ถูกออกแบบมาเพื่อดูดกลืนพลังงานชีวิตของพนักงานที่ทำงานล่วงเวลาหลังเที่ยงคืน และคนที่ออกแบบผังอาคารทั้งหมด... ก็คือสถาปนิกสาวดาวรุ่งที่มีชื่อว่า 'ไหม' พี่สาวแท้ๆ ของคุณเองครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหึ่งต่ำของเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ เมฆรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง ขาทั้งสองข้างแทบ1ไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงที่จะพยุงร่างของตัวเองเอาไว้ ความจริงที่ได้รับรู้มันหนักหนาสสาหัสเกินกว่าที่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งจะแบกรับไหว ความแค้นที่เขามีต่อตึกนี้ ตลอดจนความตั้งใจที่จะมาตามหาพี่สาว ตลอดห้าปีที่ผ่านมา... มันกลายเป็นเรื่องตลกขบขันที่น่าสมเพชสิ้นดี "ทำไม..." เมฆเค้นเสียงถามออกมาจากลำคอที่ตีบตัน หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาที่ขอบตา "ทำไมเธอต้องทำถึงขนาดนั้น? ครอบครัวเราไม่ได้ยากจนจนถึงกับต้องขายวิญญาณให้ซาตานไม่ใช่เหรอ?" รินส่ายหน้าช้าๆ "บางครั้ง... ความโลภและความแค้นก็ไม่ได้เกิดจากความยากจนหรอกครับคุณเมฆ แต่มันเกิดจาก 'ปม' ในอดีตที่คุณอาจจะไม่เคยรู้ พี่สาวของคุณต้องการเอาชนะใครบางคน ต้องการพิสูจน์ให้คนที่เคยเหยียดหยามครอบครัวเราเห็นว่าเธอทำได้ และตึกแห่งนี้ก็คืออนุสาวรีย์แห่งความสำเร็จที่สร้างขึ้นบนซากศพและความทุกข์ทรมานของผู้บริสุทธิ์" รินหยิบเอกสารแผ่นสุดท้ายขึ้นมาจากแฟ้ม มันคือใบมรณบัตรและบันทึกข้อตกลงลับระหว่างพี่สาวของเขากับ 'ท่านประธาน' ตัวตนปริศนาที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังทุกอย่าง "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม... พี่สาวของคุณถึงยังออกไปจากตึกนี้ไม่ได้จนถึงทุกวันนี้" รินพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เบAลง ราจะกระซิบ "เพราะวิญญาณของเธอถูกผูกติดไว้กับเสาเข็มต้นหลักในฐานะ 'ผู้สร้าง' และเธอกำลังรอคอย... รอคอยให้ใครบางคนที่มีสายเลือดเดียวกันมาปลดปล่อย หรือไม่ก็... มาสืบทอดตำแหน่งแทนเธอ" ทันทีที่สิ้นคำพูดของริน ประตูเหล็กกล้าทางเข้าห้องประชุมก็ปิดกระแทกเสียงดังสนั่น *ปัง!* จนฝุ่นละอองร่วงกราวลงมาจากเพดาน ไฟหลอดนีออนกะพริบถี่รัวก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีส้มสลัวจากโคมไฟบนโต๊ะทำงานที่ส่องใบหน้าของเมฆให้ดูซีดเซียว ระบบเสียงตามสายที่เงียบงันไปนานนับชั่วโมงกลับมาส่งเสียงซ่าอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงดนตรีคลาสสิกอันน่าขนลุก แต่เป็นเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่กำลังเดินลากยาวมาตามทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามา... ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของผู้หญิงที่คุ้นหูอย่างประหลาด เมฆตัวแข็งค้าง เขารู้จักเสียงหัวเราะนี้ดี เสียงหัวเราะของพี่สาวที่เขาไม่ได้ยินมานานนับห้าปี รินหันไปมองที่ประตูด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก เธอยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากเป็นเชิงห้ามส่งเสียง ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าที่ผิดไปจากบุคลิกเดิมอย่างสิ้นเชิง "เธอกลับมาแล้วครับ... และดูเหมือนว่าพี่สาวของคุณไม่ได้มาคนเดียว เธอนำ 'ข้อเสนอสุดท้าย' มาให้คุณเลือกแล้ว" มือเย็นเฉียบข้างหนึ่งแตะลงบนไหล่ของเมฆจากทางด้านหลัง ทั้งที่ในห้องนี้ควรจะมีเพียงเขากับรินเท่านั้น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงสู่ความมืดมิดในบทนี้นะครับ ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%