"หา... เจอ... แล้ว...สินะครับ..."
เสียงกระซิบที่ลอยมาตามช่องแอร์เมื่อสักครู่ยังคงก้องกังวลอยู่ในโสตประสาทของเมฆ มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์ เสียงนั้นแหบพร่าเหมือนกระดาษทรายที่ถูกลากผ่านแผ่นโลหะ และมีความเย็นยะเยือกที่พัดพาเอาออกซิเจนออกไปจากปอดจนเกือบหมดสิ้น
เมฆยืนตัวแข็งทื่ออยู่หน้าโต๊ะทำงานของตัวเองในโซนบัญชี แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบถี่รัวราวกับกำลังจะขาดใจตายตามบรรยากาศรอบข้าง กลิ่นอับชื้นที่เคยคุ้นตาของสำนักงาน กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนรุนแรงของสนิมเหล็กและคาวเลือดจางๆ ที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ
"คุณเมฆ..." เสียงของรินกระซิบเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เธอไม่ได้ขยับเขยื้อnจากมุมห้อง แต่สายตาคู่คมกลับจ้องเขม็งไปที่เก้าอี้หนังสีดำตัวใหญ่ประจำตำแหน่งหัวหน้าแผนก ซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้าไปในความมืด "อย่ามองตรงนั้น... และถอยหลังมา"
แต่มันสายเกินไปเสียแล้วครับ
เมฆกะพริบตาช้าๆ ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยวเหมือนคลื่นความร้อนบนถนนยางมะตอย โต๊ะทำงานไม้สักอัดลายหินอ่อนที่ตั้งเรียงรายอยู่เป็นระเบียบ กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างน่าสะพรึงกลัว ขอบโต๊ะโค้งมนเริ่มนูนพองขึ้นราวกับมีบางสิ่งกำลังหายใจอยู่ใต้พื้นผิวเคลือบแลกเกอร์
*ตึก... ตึก... ตึก...*
เสียงคล้ายชีพจรเต้นต่ำๆ ดังมาจากโครงสร้างของตึกสำนักงานแห่งนี้ มันไม่ใช่เสียงของเครื่องปรับอากาศหรือท่อประปา แต่มันคือเสียงหัวใจดวงมหึมาที่ซ่อนอยู่หลังผนังปูน
"ริน... นั่นมัน... อะไรกันครับ" เมฆกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก มือที่กำปากกาอยู่สั่นเทาจนแทบควบคุมไม่ได้
"ชั้นที่ 13 กำลังปรับโครงสร้าง" รินขยับเข้ามาใกล้ด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด สายตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา "กฎข้อที่แปดของตึกนี้... เมื่อความลับถูกเปิดเผย สิ่งไม่มีชีวิตจะทวงคืนความเป็นเจ้าของ"
ฉับพลัน เก้าอี้ทำงานตัวเก่งของแผนกที่ตั้งอยู่ริมหน้าต่าง ก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดดังสนั่น ขาเก้าอี้ที่เป็นเหล็กชุบโครเมียมเริ่มบิดงอและงอกยาวขึ้น คล้ายกับกระดูกสันหลังของสัตว์ประหลาดที่กำลังยืดตัว พนักพิงหนังสีดำแตกปริออก เผยให้เห็นเนื้อเยื่อสีแดงสดที่ยังคงเปียกชุ่มไปด้วยของเหลวหนืดข้น ไหลย้อยลงมากองบนพื้นพรมสีเทา
เมฆเบิกตากว้างด้วยความสะอิดสะเอียน กลิ่นคาวเลือดตีรวนขึ้นมาจนเขาต้องยกมือขึ้นปิดปาก เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นในห้องทำงานรวมกว่าสิบตัวกำลังแปรสภาพ โซฟาต้อนรับแขกบุด้วยกำมะหยี่สีน้ำเงิน ยุบตัวลงและพองออกเป็นจังหวะราวกับกำลังหายใจ ซอกมุมของโซฟาอ้ากว้างออกคล้ายปากที่เต็มไปด้วยเข็มสนิมเหล็กแหลมคม
"หนี!" รินตะโกนลั่นพร้อมกับกระชากแขนเมฆให้ถอยหลัง แต่พื้นพรมใต้ฝ่าเท้าของพวกเขากลับเหนียวหนึบราวกับกำลังเหยียบย่ำลงไปบนเนื้อสดๆ ที่ยังมีชีวิต
เบื้องหน้าของพวกเขา ตู้เอกสารเหล็กสูงตระหง่านสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ประตูเหล็กบานพับค่อยๆ อ้าออก ส่งเสียงกรีดร้องของโลหะที่เสียดสีกันบาดหู ภายในตู้ไม่ได้มีแฟ้มเอกสารการเงินอีกต่อไปแล้วครับ แต่มีกลุ่มก้อนเนื้อสีเทาขุ่นข้นพ치ขึ้นมาเป็นรูปร่างคล้ายใบหน้ามนุษย์นับสิบชีวิต ดวงตาสนิมเขรอะนับร้อยคู่ในก้อนเนื้อนั้นหันมาจ้องมองเมฆเป็นตาเดียว
"ช่วย... ด้วย..." เสียงแหบพร่าหลายร้อยเสียงประสานกันดังระงมออกมาจากตู้เอกสาร เสียงนั้นคุ้นหูอย่างประหลาด มันคือเสียงของพนักงานที่เคยสูญหายไปทีละคนในรอบห้าปีที่ผ่านมา รวมถึง... เสียงของพี่สาวเขาด้วย
เมฆรู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นมาบีบลำคอไว้แน่น เข่าทั้งสองข้างอ่อนแรงลงจนแทบทรุดฮวบลงกับพื้น ความแค้น ความโศกเศร้า และความกลัวตีรวนกันอยู่ในอกจนแทบหายใจไม่ออก ภาพพี่สาวที่เดินเข้าลิฟต์แก้วเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาในหัว ซ้อนทับกับก้อนเนื้อที่กำลังส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ตรงหน้า
"คุณเมฆ ตั้งสติไว้ครับ!" รินตบหน้าเมฆเบาๆ เพื่อเรียกสติ ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวท่ามกลางวิกฤต "ถ้าคุณปล่อยให้ความกลัวครอบงำ คุณก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโต๊ะทำงานพวกนั้นเหมือนกัน!"
แต่ทว่า... เสียงตามสายบนเพดานที่เงียบงันมานานนับชั่วโมง ก็ส่งเสียงคลิกเบาๆ ดังขึ้นอีกครั้ง
*ซ่า... แกร๊ก...*
*(เสียงทุ้มต่ำ เย็นยะเยือก และทรงอำนาจดังขึ้นผ่านลำโพงกระจายเสียงทั่วชั้น)*
"ยินดีต้อนรับ... สู่การประเมินผลงานรอบสุดท้าย... พนักงานหมายเลข 013... ความจริงที่คุณตามหา... อยู่ใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด... หันกลับไปมองข้างหลัง... สิครับ..."
เมฆและรินตัวแข็งทื่อ ชะตากรรมของพวกเขาแขวนอยู่บนเส้นด้าย เมฆค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ ตามคำสั่งของเสียงนั้น หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ที่ด้านหลังของพวกเขา ประตูลิฟต์แก้วที่ควรจะปิดตายไปแล้ว กลับเปิดอ้าออกอย่างไร้เสียง พร้อมกับร่างเงาดำทมิฬในชุดสูทเนี๊ยบที่ก้าวเท้าออกมาจากความมืดของตัวลิฟต์ และเมื่อเงาร่างนั้นเงยหน้าขึ้นภายใต้แสงไฟกะพริบ เมฆก็แทบหยุดหายใจ
คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือคนที่น่าจะตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน... และเธอกำลังยิ้มให้เขา
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "ลิฟต์แก้วชั้นลบ" ด้วยกันเสมอนะครับ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 46
ออฟฟิศที่เปลี่ยนสภาพ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!