โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 30

วิญญาณพนักงานรุ่นบุกเบิก

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“หยุดเดินเดี๋ยวนี้เมฆ ถ้าไม่อยากให้หัวคุณหลุดออกจากบ่าเหมือนคนเมื่อกี้” รินกระชากแขนเสื้อผมจนตัวปลิว ผมเซถลาไปปะทะกับกำแพงปูนเย็นเยียบของโถงทางเดินชั้นที่ 13 เสียงหอบหายใจของผมดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัดที่กดทับประสาทสัมผัส กลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นเหล็กสนิมโชยเข้าจมูกจนอยากจะอาเจียน เบื้องหน้าของเราห่างไปไม่ถึงห้าเมตร ร่างเงาที่ดูคล้ายพนักงานชายในชุดสูทเชยๆ ยุคเก้าศูนย์ กำลังยืนหันหลังให้เรา เขากำลังใช้กรรไกรตัดกระดาษแทงซ้ำๆ ลงบนโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังกดบัตรตอกเวลาที่ไม่มีวันสิ้นสุด “นั่น... คนหรือครับริน” ผมกระซิบ เสียงสั่นพร่า “นั่นคือ 'สมชาย'” รินตอบพลางดึงหน้ากากอนามัยขึ้นปิดปากจนเห็นเพียงดวงตาที่วาวโรจน์ “หนึ่งในพนักงานรุ่นบุกเบิกที่ถูกท่านประธานสั่งเก็บเมื่อห้าปีก่อน เพราะเขาดันไปเจอเข้าว่าโครงการลับที่ตึกนี้สร้างขึ้นไม่ได้เพื่อธุรกิจ แต่มันคือเครื่องจักรดูดกลืนลมหายใจ” ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพพี่สาวของผมแวบเข้ามาในหัว... ถ้าพี่รินอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนพวกนี้ล่ะ? ถ้าพี่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยกรรไกรเล่มนั้นเพราะความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกันล่ะ? จู่ๆ สมชายก็หยุดขยับกรรไกร หัวของเขาบิดหมุนกลับมาด้านหลัง 180 องศาอย่างช้าๆ เสียงกระดูกคอที่ลั่นเปรี๊ยะราวกับกิ่งไม้แห้งหักกระจายไปทั่วโถงทางเดิน ดวงตาของเขาไม่มีลูกตา มีเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิทที่แผ่รังสีความแค้นออกมา “คุณ... เอา... รายงาน... มา... หรือ... ยัง...” เสียงแหบพร่าเหมือนคนกลืนทรายเข้าไปดังออกมาจากลำคอที่ขาดรุ่งริ่ง รินไม่ได้ถอยหนี เธอเดินก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือของเธอกำตลับนามบัตรสีทองไว้แน่น “เราไม่ได้มาส่งรายงานสมชาย เรามาเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้คนที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินชั้นนี้” วิญญาณตนนั้นหัวเราะ เสียงแหลมสูงจนแก้วหูผมแทบแตก ร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้น เสื้อสูทปริขาดเผยให้เห็นช่องโหว่กลางหน้าอกที่มีเลือดสีดำทะลักออกมาไม่หยุด เขาพุ่งเข้ามาหาเราด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์! “หมอบลง!” รินตะโกนพร้อมกับขว้างนามบัตรสีทองนั้นออกไป มันเปล่งประกายสีฟ้าเข้มกลางอากาศก่อนจะกางออกเป็นโล่โปร่งแสงที่ปะทะกับกรงเล็บของวิญญาณจนเกิดประกายไฟ ผมไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อหาทางออกสำรอง แต่เมื่อผมผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผู้หญิงที่ผมคุ้นเคยที่สุดกลับปะทะเข้าที่ใบหน้า บนโต๊ะทำงานตัวกลาง มีป้ายชื่อตั้งอยู่... 'ศิรินทร์' มือของผมสั่นระริกขณะหยิบกรอบรูปที่วางคว่ำอยู่ขึ้นมาดู ในนั้นคือรูปถ่ายของผมกับพี่สาวเมื่อห้าปีก่อน แต่ที่น่าขนลุกคือ บนหน้าของพี่สาวมีรอยปากกาสีแดงเขียนทับด้วยคำว่า 'OT ถาวร' และด้านหลังรูปถ่ายมีข้อความลายมือพี่สาวเขียนทิ้งไว้ว่า *'เมฆ... อย่าขึ้นลิฟต์ตัวนั้นอีก'* ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติ ประตูก็ถูกกระแทกปิดดังปัง! รินไม่ได้ตามเข้ามา แต่ข้างหลังผม เสียงกระซิบที่แสนเย็นเยียบดังขึ้นที่ข้างใบหู “น้องชาย... พี่รอให้มาต่อโอทีนานเหลือเกินนะ” ผมค่อยๆ หันกลับไป ร่างของหญิงสาวในชุดทำงานที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำและคราบน้ำมันยืนอยู่ตรงมุมมืด ดวงตาของเธอมีสีแดงก่ำและมีรอยเชือกรัดรอบคอจนเนื้อปริ เธอคือพี่สาวของผม... แต่ไม่ใช่พี่สาวที่ผมรู้จักอีกต่อไป เธอยื่นมือที่เย็นจัดมาแตะที่หน้าอกผม แล้วกระซิบเบาๆ “ในเมื่อมาถึงชั้นที่ 13 แล้ว... ก็จงอยู่ช่วยงานพี่ให้เสร็จสิ้นเสียที... ไม่ต้องกลับไปดูโลกภายนอกอีกเลย” เงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นห้อง มันคือร่างของท่านประธานที่ปรากฏตัวขึ้นจากกล้องวงจรปิดในมุมห้อง เขาไม่ได้พูดอะไร มีเพียงเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่งการว่า 'เริ่มงานได้' และทันใดนั้น... ประตูก็ถูกล็อคจากข้างนอกด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น! ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในชั้นที่ 13 นี้ไปกับผมนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%