“หยุดเดินเดี๋ยวนี้เมฆ ถ้าไม่อยากให้หัวคุณหลุดออกจากบ่าเหมือนคนเมื่อกี้”
รินกระชากแขนเสื้อผมจนตัวปลิว ผมเซถลาไปปะทะกับกำแพงปูนเย็นเยียบของโถงทางเดินชั้นที่ 13 เสียงหอบหายใจของผมดังสะท้อนก้องในความเงียบสงัดที่กดทับประสาทสัมผัส กลิ่นเหม็นเน่าจางๆ ของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นเหล็กสนิมโชยเข้าจมูกจนอยากจะอาเจียน
เบื้องหน้าของเราห่างไปไม่ถึงห้าเมตร ร่างเงาที่ดูคล้ายพนักงานชายในชุดสูทเชยๆ ยุคเก้าศูนย์ กำลังยืนหันหลังให้เรา เขากำลังใช้กรรไกรตัดกระดาษแทงซ้ำๆ ลงบนโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังกดบัตรตอกเวลาที่ไม่มีวันสิ้นสุด
“นั่น... คนหรือครับริน” ผมกระซิบ เสียงสั่นพร่า
“นั่นคือ 'สมชาย'” รินตอบพลางดึงหน้ากากอนามัยขึ้นปิดปากจนเห็นเพียงดวงตาที่วาวโรจน์ “หนึ่งในพนักงานรุ่นบุกเบิกที่ถูกท่านประธานสั่งเก็บเมื่อห้าปีก่อน เพราะเขาดันไปเจอเข้าว่าโครงการลับที่ตึกนี้สร้างขึ้นไม่ได้เพื่อธุรกิจ แต่มันคือเครื่องจักรดูดกลืนลมหายใจ”
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพพี่สาวของผมแวบเข้ามาในหัว... ถ้าพี่รินอยู่ในกลุ่มเดียวกับคนพวกนี้ล่ะ? ถ้าพี่ต้องมาจบชีวิตลงด้วยกรรไกรเล่มนั้นเพราะความอยากรู้อยากเห็นเหมือนกันล่ะ?
จู่ๆ สมชายก็หยุดขยับกรรไกร หัวของเขาบิดหมุนกลับมาด้านหลัง 180 องศาอย่างช้าๆ เสียงกระดูกคอที่ลั่นเปรี๊ยะราวกับกิ่งไม้แห้งหักกระจายไปทั่วโถงทางเดิน ดวงตาของเขาไม่มีลูกตา มีเพียงความว่างเปล่าสีดำสนิทที่แผ่รังสีความแค้นออกมา
“คุณ... เอา... รายงาน... มา... หรือ... ยัง...” เสียงแหบพร่าเหมือนคนกลืนทรายเข้าไปดังออกมาจากลำคอที่ขาดรุ่งริ่ง
รินไม่ได้ถอยหนี เธอเดินก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว มือของเธอกำตลับนามบัตรสีทองไว้แน่น “เราไม่ได้มาส่งรายงานสมชาย เรามาเพื่อทวงถามความยุติธรรมให้คนที่ถูกขังอยู่ในห้องใต้ดินชั้นนี้”
วิญญาณตนนั้นหัวเราะ เสียงแหลมสูงจนแก้วหูผมแทบแตก ร่างของเขาขยายใหญ่ขึ้น เสื้อสูทปริขาดเผยให้เห็นช่องโหว่กลางหน้าอกที่มีเลือดสีดำทะลักออกมาไม่หยุด เขาพุ่งเข้ามาหาเราด้วยความเร็วที่ไม่ใช่มนุษย์!
“หมอบลง!” รินตะโกนพร้อมกับขว้างนามบัตรสีทองนั้นออกไป มันเปล่งประกายสีฟ้าเข้มกลางอากาศก่อนจะกางออกเป็นโล่โปร่งแสงที่ปะทะกับกรงเล็บของวิญญาณจนเกิดประกายไฟ
ผมไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปในห้องทำงานที่อยู่ใกล้ที่สุดเพื่อหาทางออกสำรอง แต่เมื่อผมผลักประตูเข้าไป กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมผู้หญิงที่ผมคุ้นเคยที่สุดกลับปะทะเข้าที่ใบหน้า
บนโต๊ะทำงานตัวกลาง มีป้ายชื่อตั้งอยู่... 'ศิรินทร์'
มือของผมสั่นระริกขณะหยิบกรอบรูปที่วางคว่ำอยู่ขึ้นมาดู ในนั้นคือรูปถ่ายของผมกับพี่สาวเมื่อห้าปีก่อน แต่ที่น่าขนลุกคือ บนหน้าของพี่สาวมีรอยปากกาสีแดงเขียนทับด้วยคำว่า 'OT ถาวร' และด้านหลังรูปถ่ายมีข้อความลายมือพี่สาวเขียนทิ้งไว้ว่า *'เมฆ... อย่าขึ้นลิฟต์ตัวนั้นอีก'*
ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตั้งสติ ประตูก็ถูกกระแทกปิดดังปัง! รินไม่ได้ตามเข้ามา แต่ข้างหลังผม เสียงกระซิบที่แสนเย็นเยียบดังขึ้นที่ข้างใบหู
“น้องชาย... พี่รอให้มาต่อโอทีนานเหลือเกินนะ”
ผมค่อยๆ หันกลับไป ร่างของหญิงสาวในชุดทำงานที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำและคราบน้ำมันยืนอยู่ตรงมุมมืด ดวงตาของเธอมีสีแดงก่ำและมีรอยเชือกรัดรอบคอจนเนื้อปริ เธอคือพี่สาวของผม... แต่ไม่ใช่พี่สาวที่ผมรู้จักอีกต่อไป
เธอยื่นมือที่เย็นจัดมาแตะที่หน้าอกผม แล้วกระซิบเบาๆ “ในเมื่อมาถึงชั้นที่ 13 แล้ว... ก็จงอยู่ช่วยงานพี่ให้เสร็จสิ้นเสียที... ไม่ต้องกลับไปดูโลกภายนอกอีกเลย”
เงาสีดำขนาดมหึมาเริ่มก่อตัวขึ้นจากพื้นห้อง มันคือร่างของท่านประธานที่ปรากฏตัวขึ้นจากกล้องวงจรปิดในมุมห้อง เขาไม่ได้พูดอะไร มีเพียงเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่สั่งการว่า 'เริ่มงานได้' และทันใดนั้น... ประตูก็ถูกล็อคจากข้างนอกด้วยโซ่ตรวนที่มองไม่เห็น!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในชั้นที่ 13 นี้ไปกับผมนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 30
วิญญาณพนักงานรุ่นบุกเบิก
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!