“อย่าขยับ ถ้าไม่อยากกลายเป็นเนื้อย่างเกรียมๆ บนพรมสำนักงานราคาแพงนี่”
เสียงของรินราบเรียบ ทว่าสั่นพร่าเล็กน้อยในจังหวะสุดท้าย เธอใช้สันแฟ้มเอกสารในมือยันเมฆเอาไว้ไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า ดวงตาคู่คมของเธอจ้องเขม็งไปยังรอยแยกของแผ่นฝ้าเพดานที่ห้อยลงมาพาดกับสายไฟเปลือย ซึ่งบัดนี้กำลังส่งเสียง ‘เปรี๊ยะ’ แหลมเล็กบาดหู กลิ่นโอโซนผสมกับกลิ่นไหม้ของฉนวนพลาสติกอบอวลไปทั่วโถงทางเดินชั้นที่ 13
เมฆหยุดชะงัก รองเท้าหนังของเขาห่างจากจุดที่สายไฟระย้าลงมาเพียงไม่กี่เซนติเมตร กระแสไฟฟ้าสีฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่บนพื้นพรมที่ชื้นแฉะด้วยน้ำจากท่อประปาที่เพิ่งแตกเมื่อครู่ การเดินก้าวเดียวอาจหมายถึงชีวิต
“มันไม่ใช่แค่ไฟฟ้ารวนแล้วริน” เมฆกระซิบ เสียงของเขาแหบแห้ง “นี่มันการเซ็ตระบบ... มันตั้งใจจะกักพวกเราไว้ที่นี่”
“ดูนั่น” รินพยักพเยิดหน้าไปยังกล้องวงจรปิดที่มุมเสา เลนส์ของมันหมุนคว้างด้วยความเร็วที่ผิดปกติ เสียงมอเตอร์ภายในกล้องครางครืดคราดราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย ก่อนที่เสียงประกาศจากระบบเสียงตามสายจะดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
*‘ความผิดพลาดทางเทคนิค... ท่านพนักงานโปรดอยู่ในความสงบ... การทำงานล่วงเวลาของท่านจะไม่มีวันสิ้นสุด จนกว่ายอดขายจะทะลุเป้า’*
เสียงท่านประธานไม่ได้มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่เลย มันเป็นเสียงที่สังเคราะห์ขึ้นจากสัญญาณรบกวนนับพันชั้น จนเมฆรู้สึกปวดแก้วหู รินรีบคว้าแขนเขาแล้วลากถอยหลังไปทางห้องเก็บเอกสารที่อยู่ใกล้ที่สุด ทว่าทันทีที่เท้าของเธอแตะเข้าที่หน้าประตู เสียง ‘กริ๊ก’ ของกลอนไฟฟ้าก็ดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้น
ไฟในสำนักงานดับวูบลง เหลือเพียงแสงสีแดงจากไฟฉุกเฉินที่กะพริบถี่ๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวของคนใกล้ตาย
“ประตูล็อคหมดทุกบานแล้ว” รินพึมพำ เธอทรุดตัวลงพิงกำแพงมือยังคงกุมแฟ้มแน่น “ตึกนี้กำลังปรับสถานะตัวเอง... มันกำลังเปลี่ยนผังชั้นที่ 13 ให้กลายเป็นเขาวงกตไฟฟ้า”
เมฆไม่ได้ฟังที่เธอพูดทั้งหมด สายตาของเขาจับจ้องไปที่ช่องระบายอากาศเหนือศีรษะ ความทรงจำเกี่ยวกับพี่สาวที่หายตัวไปผุดขึ้นมาในหัวเมื่อห้าปีก่อน—วันนั้น พี่สาวของเขาก็พูดประโยคสุดท้ายผ่านโทรศัพท์ว่า ‘ไฟที่นี่มันไม่เหมือนไฟบ้านเรานะเมฆ... มันกินคนได้’
“ริน... คุณรู้ใช่ไหมว่าเป้าหมายของมันคืออะไร?” เมฆหันไปถาม ดวงตาเขาสะท้อนแสงสีแดงวับวาม “เราไม่ได้แค่ต้องหนี แต่มันต้องการ ‘เซ่นสังเวย’ ใช่ไหม?”
รินเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาที่เคยเย็นชาบัดนี้สั่นไหวด้วยความหวาดกลัว “ถ้าไฟฟ้าลัดวงจรนี้ครอบคลุมทั่วทั้งชั้นเมื่อไหร่ ระบบจะตัดการจ่ายไฟจากภายนอกโดยสมบูรณ์ และเมื่อตึกขาดกระแสไฟจากโลกภายนอก... ชั้นที่ 13 จะกลายเป็นพื้นที่ปิดตายที่กาลเวลาจะหยุดนิ่ง เราจะติดอยู่ในนี้ไปตลอดกาล เมฆ... เราต้องหาห้องควบคุมหลักก่อนที่ไฟจะดับสนิท”
ทันใดนั้น เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังมาจากโถงทางเดินด้านหน้า ประกายไฟพุ่งกระจายราวกับดอกไม้ไฟมรณะ สายไฟที่ห้อยอยู่เริ่มแกว่งไกวไปมาเหมือนงูพิษที่เตรียมฉกกัด ทุกอย่างรอบตัวเริ่มสั่นสะเทือน โครงสร้างตึกส่งเสียงร้องครวญครางราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเจ็บปวด
เมฆตัดสินใจคว้าเหล็กงัดจากกระเป๋าเครื่องมือช่างที่วางทิ้งไว้ข้างทาง เขาต้องเลือก—จะอยู่เฉยๆ ให้ไฟฟ้าช็อตตาย หรือจะวิ่งฝ่ากับดักนรกนี้ไปหาโอกาสรอดที่ริบหรี่
“ผมจะวิ่งไปที่ห้องคอนโทรลรุม คุณตามผมมา” เมฆกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางกระชับเหล็กในมือ
รินมองเขาด้วยสายตาที่ซับซ้อน “ถ้าคุณพลาด คุณจะไม่ใช่แค่ตาย แต่คุณจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของวงจรไฟฟ้าในตึกนี้... คุณพร้อมจะแลกกับเรื่องนั้นหรือยัง?”
เมฆไม่ตอบ เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกจนสุดปอด แล้วออกตัววิ่งฝ่ากลุ่มควันและประกายไฟที่ร่วงหล่นลงมาเป็นห่าฝน ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นที่ปลายโถงทางเดิน เงาร่างนั้นสวมชุดสูทคุ้นตา รูปร่างสูงโปร่ง ผมยาวสลวยที่ดูเหมือนจะลอยละล่องอยู่ในอากาศแม้จะไม่มีลมพัด
เมฆเบรกเท้าจนตัวโก่ง รองเท้าครูดไปกับพื้นจนเกิดเสียงดังแสบแก้วหู เขาเบิกตากว้างเมื่อเห็นหญิงสาวคนนั้นหันกลับมา
ใบหน้าของเธอถูกปกปิดด้วยหน้ากากกระดาษที่เขียนด้วยลายมือพี่สาวของเขาเอง... ‘อย่าไปต่อ’
ขณะที่เมฆกำลังจะเอ่ยชื่อพี่สาว สายไฟเส้นใหญ่เหนือหัวเขาก็ขาดผึงลงมา และในวินาทีที่กระแสไฟฟ้าแรงสูงกำลังจะสัมผัสตัวเขา รินก็กรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่หลังเงามืดข้างหลังหญิงสาวคนนั้น—ไม่ใช่พนักงานบริษัท... แต่เป็นร่างโชกเลือดของตัวเมฆเองที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในห้องควบคุมหลักสภาพเหมือนศพที่ตายมาแล้วนับสิบปี!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในชั้นที่ 13 นี้ไปกับผมนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 29
กับดักในออฟฟิศ
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!