โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 28

ห้องแล็บลับ

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“อย่ากะพริบตาเด็ดขาดนะเมฆ ถ้าสิ่งที่คุณเห็นในนั้นมันทำให้คุณสติแตก เราอาจจะไม่มีโอกาสได้ออกจากชั้นใต้ดินนี้ไปตลอดกาล” รินกระซิบ เสียงของเธอเย็นเยียบพอๆ กับไอความชื้นที่เกาะอยู่ตามผนังคอนกรีตของโถงทางเดินลับหลังตึก ผมกระชับไฟฉายในมือแน่น แสงสีนวลจากหลอดแอลอีดีราคาถูกสั่นไหวไปตามจังหวะชีพจรที่เต้นโครมครามอยู่ในอก ผมไม่ตอบ ได้แต่พยักหน้าช้าๆ สายตาจดจ้องไปที่ประตูเหล็กกล้าบานยักษ์ที่ถูกลงกลอนด้วยแม่กุญแจดิจิทัลถึงสามชั้น กลิ่นสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นสารเคมีที่คล้ายกับน้ำยาฟอร์มาลีนโชยออกมาจากรอยแยกของประตู มันเป็นกลิ่นที่ผมจำได้แม่น... กลิ่นที่เคยติดอยู่ที่เสื้อตัวสุดท้ายของพี่สาวผมเมื่อห้าปีก่อน “ริน... มั่นใจนะว่าข้อมูลในไดรฟ์นั่นบอกทางมาที่นี่จริงๆ?” ผมถาม เสียงของผมแหบพร่า รินไม่ตอบ เธอเพียงแค่เสียบแผ่นวงจรที่ขโมยมาได้จากห้องเซิร์ฟเวอร์เข้าไปในช่องอ่านข้อมูลข้างประตู เสียงเครื่องจักรทำงานครืดคราดดังขึ้นเบาๆ ก่อนที่ไฟสัญญาณจะเปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว ประตูเหล็กบานหนาค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงเสียดสีของโลหะที่ชวนให้ขนลุกชันไปถึงท้ายทอย สิ่งที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่ห้องเก็บเอกสารอย่างที่ผมจินตนาการไว้ แต่มันคือ ‘ห้องแล็บ’ ขนาดมหึมาที่กินพื้นที่กว้างขวางเหมือนโถงออฟฟิศทั้งชั้น แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นตู้กระจกเรียงรายอยู่เต็มห้อง ภายในตู้เหล่านั้นไม่ได้ใส่สารเคมีอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ แต่เป็น... ‘มนุษย์’ ไม่ใช่มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่เป็นร่างของพนักงานที่หายสาบสูญไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทุกร่างลอยเคว้งอยู่ในของเหลวสีมรกต สายระโยงระยางที่เชื่อมต่อจากแท่งเหล็กกลางห้องทิ่มแทงเข้าไปในกะโหลกศีรษะของพวกเขา เหมือนกำลังดูดดึง ‘อะไรบางอย่าง’ ออกมา “นั่นมัน...” ผมก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนกับผนังเย็นเฉียบ “นั่นพี่พิม... พี่สาวผม” ผมชี้ไปยังตู้ใบที่สามจากซ้ายมือ ร่างของผู้หญิงที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดห้าปีลอยนิ่งสนิท ดวงตาที่ปิดสนิทนั้นดูสงบเงียบจนน่าสะพรึงกลัว แต่สิ่งที่ทำให้ผมใจสลายยิ่งกว่า คือจอมอนิเตอร์ที่ติดอยู่ข้างตู้ มันแสดงกราฟคลื่นสมองที่ยังคงเต้นอยู่เป็นจังหวะ ราวกับว่าพวกเขายังคง ‘ถูกใช้งาน’ ในฐานะหน่วยประมวลผลข้อมูลของบริษัทนรกแห่งนี้ “ไม่ใช่แค่พี่สาวคุณหรอกเมฆ” รินเดินเข้าไปใกล้ตู้กระจก เธอใช้มือแตะพื้นผิวมันวาว “นี่คือโครงการ ‘เซิร์ฟเวอร์ชีวภาพ’ ที่ท่านประธานสร้างขึ้น การประมวลผลของคอมพิวเตอร์ทั่วไปมันช้าเกินไปสำหรับสิ่งที่บริษัทเรากำลังทำ... พวกเขาเลยใช้ ‘จิตวิญญาณ’ ของพนักงานมาเป็นตัวช่วยประมวลผลแทน ยิ่งคนพวกนี้เคยมีทักษะสูงเท่าไหร่ ก็ยิ่งถูกกักขังไว้ในระบบที่ซับซ้อนขึ้นเท่านั้น” “นี่มันไม่ใช่บริษัทแล้ว... นี่มันนรกชัดๆ!” ผมตวาดออกมาอย่างสุดกลั้น มือไม้สั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว “เราต้องพาทุกคนออกไป เดี๋ยวนี้!” “อย่าโง่ไปหน่อยเลย” รินหันกลับมามองผม แววตาของเธอว่างเปล่าจนผมรู้สึกหนาวสั่น “ถ้าคุณถอดสายพวกนั้นออกตอนนี้ จิตของพวกเขาที่แตกสลายไปแล้วจะดับสูญไปจริงๆ ตลอดกาล และตึกทั้งตึก... ระบบนิรภัยทั้งหมดที่ถูกควบคุมโดยพวกเขาก็จะพังทลายลง พร้อมกับการปลดปล่อยสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าวิญญาณคนตายออกมา” จู่ๆ เสียงประกาศผ่านลำโพงที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงที่ผมคุ้นเคย แต่มันเป็นเสียงที่บิดเบี้ยวและซ้อนทับกันเหมือนคนนับร้อยกำลังพูดพร้อมกัน *“ยินดีต้อนรับสู่ส่วนที่ลึกที่สุดขององค์กร... พนักงานเมฆ คุณกำลังละเมิดกฎความเป็นส่วนตัวของโครงการนะ”* ทันใดนั้น ของเหลวในตู้กระจกทั้งหมดเริ่มเดือดพล่าน ร่างในตู้ที่เคยสงบนิ่งเริ่มบิดเบี้ยว ดวงตาที่เคยปิดสนิทลืมโพลงขึ้นมาพร้อมกัน ทุกดวงตาจ้องมองมาที่ผมด้วยความเจ็บปวดทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด ประตูทางออกที่ผมเพิ่งเดินเข้ามาถูกปิดล็อกลงด้วยระบบอัตโนมัติ พร้อมกับเสียงล็อกที่ดังสนั่นหวั่นไหว รินชักปืนพกขนาดเล็กออกมาจากใต้เสื้อโค้ท เธอไม่ได้หันไปมองมอนิเตอร์ แต่จ้องมาที่ผมด้วยรอยยิ้มที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความสงสารและ... ความจำนน “เมฆ... จริงๆ แล้วฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยคุณหาพี่สาวหรอกนะ” เธอพูดพลางลดปืนลง “ฉันมาที่นี่เพื่อมา ‘รับมอบตำแหน่ง’ ต่อจากท่านประธานคนก่อนต่างหาก และโชคร้ายหน่อยนะ... วันนี้ห้องแล็บจำเป็นต้องใช้หน่วยประมวลผลตัวใหม่ที่มีความรู้สึกเข้มข้นพอๆ กับคุณ” เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนหรือ ‘อะไรบางอย่าง’ กำลังเดินตรงมาจากเงามืดหลังตู้กระจก ร่างนั้นสูงใหญ่และไร้ใบหน้า ในมือถืออุปกรณ์บางอย่างที่คล้ายกับเข็มฉีดยาขนาดมหึมา ผมพยายามจะถอยหนี แต่กลับพบว่าพื้นห้องเริ่มสั่นไหวและยุบตัวลง ราวกับว่าตึกทั้งตึกกำลังจะกลืนกินผมเข้าไปในรอยแยกของมิติ ความมืดมิดรอบตัวเริ่มบีบอัดเข้ามา แสงไฟนีออนดวงสุดท้ายในห้องแล็บระเบิดออกจนกลายเป็นความมืดมิดสนิทที่ผมไม่สามารถแม้แต่จะมองเห็นปลายนิ้วตัวเอง ก่อนที่มือเย็นเยียบของใครบางคนจะคว้าหมับเข้าที่ลำคอของผมจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นหูที่สุดในโลกดังขึ้นข้างหู “ไม่ต้องกลัวนะเมฆ... เดี๋ยวพี่จะพาเธอไปอยู่ในระบบกับพี่เอง” ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในชั้นที่ 13 นี้ไปกับผมนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%