"อย่าแตะมันนะเมฆ"
เสียงของรินราบเรียบและเย็นเยียบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการแช่แข็งในไนโตรเจน เธอไม่ได้หันมามองผม แต่สายตาจดจ้องอยู่ที่บานประตูตู้เย็นสีขาวซีดในมุมมืดของห้องพักพนักงาน มือของผมที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบกล่องข้าวพลาสติกของตัวเองถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ
"ทำไมล่ะริน? ผมแค่อยากกินอะไรสักหน่อย ผมหิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว" ผมถามพร้อมกับพยายามกลืนก้อนความกลัวลงคอ
รินค่อยๆ หันกลับมา แสงไฟฟลูออเรสเซนต์เหนือหัวกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนสัญญาณชีพที่กำลังจะขาดหาย "คุณไม่ได้ยินหรือไง? เสียงในตู้เย็นน่ะ..."
ผมเงียบ... ตั้งใจฟัง เสียงแอร์ที่ครางอื้ออึงในตึกนี้ปกติจะกลบทุกสรรพเสียง แต่ในความเงียบสงัดของบ่ายสองโมงยี่สิบนาที ผมกลับได้ยินเสียงบางอย่างที่อยู่หลังบานประตูตู้เย็น มันไม่ใช่เสียงเครื่องยนต์ทำงาน แต่เป็นเสียง... 'เคี้ยว' ช้าๆ หนืดๆ คล้ายเนื้อเยื่อที่ถูกฉีกออกจากกระดูก
ผมตัดสินใจรวบรวมความกล้า มือสั่นเทาเอื้อมไปจับที่จับตู้เย็น "ริน ผมว่าเราต้องรู้ว่าข้างในมันเกิดอะไรขึ้น ถ้าพี่สาวผมหายไปเพราะเรื่องพวกนี้ ผมต้องขุดคุ้ยมันออกมาให้ได้"
"ถ้าคุณเปิดมันตอนนี้ คุณจะไม่ได้เห็นคำตอบ แต่คุณจะเห็นความตาย" รินเตือน แต่ผมไม่รอฟังคำทัดทานอีกต่อไป
ผมกระชากประตูตู้เย็นออกทันที
กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงจนแทบจะทำให้สำลักพุ่งเข้าปะทะจมูก มันไม่ใช่กลิ่นอาหารบูด แต่มันคือกลิ่นของซากศพที่ถูกทิ้งไว้ใต้แดดจัดเป็นสัปดาห์ ในพริบตาที่สายตาของผมปรับโฟกัส ภาพตรงหน้าทำให้ผมต้องผงะถอยหลังจนเกือบสะดุดล้ม
อาหารในกล่องพลาสติกของทุกคน... ไม่ว่าจะเป็นผัดกะเพรา หรือแซนด์วิชที่เพิ่งซื้อมาเมื่อเช้า มันกำลังเน่าเปื่อยไปต่อหน้าต่อตา! สิ่งที่เคยเป็นอาหารสดใหม่กลับกลายเป็นสีดำคล้ำ มีหนอนตัวอ้วนพองค่อยๆ ไชชอนออกมาจากผิวเนื้อที่กำลังยุ่ยสลาย เมือกสีเขียวเข้มข้นไหลเยิ้มออกมาจากชั้นวางราวกับเลือดที่ไหลออกจากบาดแผล
แต่ที่น่าสยดสยองยิ่งกว่าคือ 'นาฬิกา' ของผมที่วางอยู่ข้างกล่องข้าว เข็มวินาทีมันหมุนกลับหลังด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดกึกที่เลขสิบสอง
"เมฆ... กฎข้อที่สามของตึกนี้คือ 'ห้ามเปิดสิ่งที่ถูกล็อคไว้ด้วยความหิว'" รินกระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นเครือเป็นครั้งแรก "และตอนนี้... เราได้เปิดกล่องแพนโดร่าแห่งความอดอยากเข้าให้แล้ว"
เสียงประกาศจากลำโพงประจำชั้นดังแทรกขึ้นมาทันที มันเป็นเสียงทุ้มต่ำและแหลมสูงปนเปกันอย่างประหลาด เสียงนั้นคือ 'ท่านประธาน' ที่เราหวาดกลัว
*"พนักงานหมายเลข 404... คุณไม่ได้ทำงานในมื้อเที่ยงที่ได้รับอนุญาต และคุณได้ละเมิดพื้นที่จัดเก็บ... จงรับผิดชอบด้วยการเป็น 'วัตถุดิบ' ในมื้อเย็นนี้ซะ"*
ไฟทุกดวงในห้องพักพนักงานดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดที่หนาแน่นเหมือนก้อนน้ำมันดิบ ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แล่นผ่านต้นคอ ไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นลมหายใจที่มีกลิ่นเน่าเหม็นของสิ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังผม
ผมหันกลับไปส่องไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือ แต่แสงที่สาดออกไปกลับสะท้อนกับดวงตาคู่หนึ่งที่อยู่เหนือระดับสายตาคนปกติไปมาก มันเป็นดวงตาที่ไม่มีลูกตา มีเพียงความมืดมิดว่างเปล่าและน้ำเมือกที่ไหลออกมาคล้ายกับอาหารในตู้เย็น
"ริน... ออกไปจากที่นี่เร็ว!" ผมตะโกนพลางคว้าแขนเธอไว้ แต่สิ่งที่ผมจับได้ไม่ใช่ผิวหนังมนุษย์ แต่มันกลับเป็นผิวที่เปียกชื้น เย็นเฉียบ และเปื่อยยุ่ยราวกับเนื้อปลาที่ถูกทิ้งไว้ในน้ำนานเกินไป
รินค่อยๆ หันหน้ามาหาผม ใบหน้าของเธอที่เคยสวยงามบัดนี้กลับบิดเบี้ยวจนมองไม่เห็นเค้าเดิม ดวงตาของเธอหลุดลุ่ยและกำลังละลายลงมาบนแก้ม เธอไม่ได้หนี แต่กลับยิ้มให้ผมอย่างน่าขนลุก
"มื้อเที่ยงน่ะ... มันไม่มีใครกินหรอกเมฆ... เพราะเราทุกคนคือ 'จานหลัก' ของท่านประธานมาตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในตึกนี้แล้ว"
มือที่เปื่อยยุ่ยของเธอคว้าคอเสื้อผมไว้แน่น ก่อนที่เธอจะลากผมเข้าสู่ความมืดมิดที่อยู่เบื้องหลังตู้เย็นนั้น
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างผมในความมืดมิดของชั้นที่ 13 นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 10
มื้อเที่ยงที่ไม่มีใครกิน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!