"อย่าเพิ่งกดส่ง... ถ้าไม่อยากตายเพิ่มอีกคน"
เสียงกระซิบแหบพร่าของรินดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบที่ข้อมือของเมฆ เธอไม่ได้ดึงมือเขาไว้ด้วยความแรง แต่ด้วยน้ำหนักของความหวาดกลัวที่แฝงมาในทุกอณู เมฆชะงัก นิ้วชี้ที่จ่ออยู่เหนือหน้าจอสมาร์ทโฟนสั่นระริก แสงสีฟ้าจากหน้าจอสาดกระทบใบหน้าที่ซีดเผือดของเขาในมุมมืดของห้องถ่ายเอกสารชั้น 13
"มันคือโอกาสเดียว ริน" เมฆเค้นเสียงตอบผ่านลำคอที่แห้งผาก "ห้าปีแล้วนะที่พี่สาวฉันหายไป และคืนนี้... กล้องวงจรปิดพวกนั้นมันมองไม่เห็นจุดอับหลังตู้เหล็กนี่ ข้อความนี้ต้องถึงตำรวจ หรือใครก็ได้ที่อยู่นอกตึกนี้"
"นายคิดว่าสัญญาณโทรศัพท์ที่นี่มันทำงานด้วยคลื่นความถี่ปกติงั้นหรือ?" รินปล่อยมือแล้วถอยห่างไปพิงผนัง ดวงตาคู่คมจ้องมองไปยังกล้องวงจรปิดที่หมุนมาทางพวกเขาช้าๆ ราวกับดวงตาของนักล่าที่กำลังหยอกล้อเหยื่อ "ทุกข้อความที่นายพิมพ์ออกไป จะถูกเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ห้องเซิร์ฟเวอร์ชั้นบนสุด ท่านประธานไม่ได้แค่เฝ้ามอง แต่มันกำลัง 'อ่าน' ความหวังของนายให้กลายเป็นเรื่องตลก"
เมฆกัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือด เขาอ่านข้อความที่พิมพ์ค้างไว้—*ช่วยด้วย ผมติดอยู่ที่อาคารสำนักงาน... มีคนตาย... พี่สาวผม...*—มันดูไร้พลังเหลือเกินเมื่ออยู่ในตึกที่กฎฟิสิกส์ดูจะถูกบิดเบือนโดยอำนาจมืดบางอย่าง เขากดลบตัวอักษรเหล่านั้นทิ้งไปทีละตัวอย่างเชื่องช้า ความขมขื่นแล่นริ้วขึ้นมาในอก
"แล้วเราจะทำอย่างไร?" เมฆถามพลางหันไปมองริน "เราจะนั่งรอให้เที่ยงคืนมาถึง แล้วปล่อยให้ไอ้เสียงตามสายบ้าๆ นั่นสั่งให้เราทำอะไรก็ได้งั้นหรือ?"
รินไม่ตอบ เธอหยิบปากกาเคมีสีดำขึ้นมาแล้วเริ่มเขียนบางอย่างลงบนกระดาษเอสี่เปล่าๆ ตัวหนังสือของเธอตวัดฉวัดเฉวียนและดูเร่งรีบ เมฆขยับเข้าไปใกล้เพื่ออ่านสิ่งที่เธอเขียน เขาพบว่ามันไม่ใช่จดหมายขอความช่วยเหลือ แต่มันคือแผนผังของ 'ลิฟต์แก้ว' ที่เขาเคยใช้บริการ
"สัญญาณโทรศัพท์ออกไปไม่ได้" รินพูดเบาๆ เหมือนกลัวว่ากำแพงจะมีหู "แต่ 'คลื่น' ของลิฟต์แก้วถูกออกแบบมาให้เคลื่อนที่ผ่านชั้นมิติที่ซ้อนทับกัน ถ้าเราสามารถป้อนคำสั่งลัดในแผงควบคุมหลังตู้คอนโทรลได้ มันอาจจะส่งข้อความในรูปแบบของรหัสมอร์สผ่านระบบไฟกระพริบของลิฟต์... ซึ่งมองเห็นได้จากอาคารฝั่งตรงข้าม"
เมฆขมวดคิ้ว "มันเสี่ยงเกินไป ถ้าท่านประธานรู้ตัว..."
"ถ้าเราไม่ทำ เราก็ตายอยู่ดี" รินตัดบท สายตาของเธอหันไปทางประตูห้องโถงที่เริ่มมีเงาตะคุ่มๆ เคลื่อนไหวผ่านกระจกฝ้า "นายเห็นนั่นไหม เมฆ? สิ่งที่กำลังเดินอยู่นั่นไม่ใช่พนักงานบริษัท แต่มันคือผลผลิตของคนที่เคยพยายามจะ 'ส่งข้อความ' ออกไปแบบเดียวกับนายเมื่อปีก่อน"
เมฆมองผ่านรอยแยกของตู้เหล็ก เขาเห็นร่างสูงโปร่งที่ไร้ใบหน้ากำลังลากขาสะดุดกึกกักไปตามทางเดิน เสียงกระดูกลั่นดังกรอบแกรบทุกจังหวะที่มันก้าวเดิน กลิ่นสาบของกระดาษเก่าและน้ำหมึกเน่าๆ โชยมาแตะจมูก
หัวใจของเมฆเต้นรัวเหมือนกลองรบ ความกลัวเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น เขาคิดถึงพี่สาวที่หายไป คิดถึงใบหน้าของเธอที่เขาจำได้แม่นในรูปถ่ายใบสุดท้ายก่อนที่เธอจะก้าวเข้าตึกนี้ "ถ้ามันต้องการเล่นเกมนี้ ผมก็จะเล่น... แต่ผมจะเป็นคนกำหนดกติกาเอง"
เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่ได้พิมพ์ข้อความขอความช่วยเหลือ เขาพิมพ์รหัสเข้าถึงระบบควบคุมอาคารที่เขาเคยแอบจดไว้จากการแอบมองหัวหน้าแผนกไอทีเมื่อเดือนก่อน หากสิ่งที่รินพูดเป็นจริง และระบบอาคารเชื่อมโยงกับลิฟต์แก้ว... นี่คือทางรอดเดียว
นิ้วของเมฆกดรัวลงบนหน้าจอ เสียงเครื่องเซิร์ฟเวอร์ในห้องข้างๆ เริ่มส่งเสียงครางฮือต่ำๆ เหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น ไฟในโถงทางเดินกะพริบถี่ๆ จนแทบจะดับลงสนิท ทันใดนั้น เสียงตามสายที่เขาเกลียดชังที่สุดก็ดังขึ้นทั่วทั้งชั้น
*“พนักงานหมายเลข 402... การพยายามแทรกแซงระบบถือเป็นการละเมิดสัญญาจ้างอย่างร้ายแรง... กรุณาหยุดการกระทำนั้น... แล้วไปรอที่หน้าลิฟต์แก้ว... ประธานอยากพบคุณ”*
น้ำเสียงนั้นไม่ใช่เสียงคน แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและทรงอำนาจจนทำให้เมฆขนลุกชันไปทั้งร่าง รินหน้าถอดสี เธอคว้าแขนเขาแล้วกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ "หนีเถอะเมฆ! มันรู้ตัวแล้ว!"
แต่เมฆกลับยืนนิ่ง เขาจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ที่ตอนนี้แสดงสถานะ *'Uploading Data to Elevator System... 98%'*
"ยังก่อนริน..." เมฆแค่นยิ้มที่มุมปาก ในขณะที่เสียงฝีเท้าของสิ่งที่ไร้ใบหน้านั้นหยุดลงหน้าห้องที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ มือของมันที่มีนิ้วยาวผิดปกติเริ่มขูดขีดประตูจนเกิดเสียงแสบแก้วหู "ฉันเพิ่งส่ง 'จดหมายลาก่อน' ของพี่สาวฉันไปให้ทุกคนในเครือข่ายของตึกนี้... ไม่ใช่แค่ตำรวจ แต่เป็นทุกกล้องวงจรปิดในกรุงโตเกียว และทุกหน้าจอโฆษณาในย่านนี้"
ประตูกระแทกเปิดออกอย่างแรง! ร่างไร้ใบหน้าพุ่งเข้ามาพร้อมกับแรงลมมหาศาล เมฆกระชากประตูลิฟต์แก้วที่อยู่ติดกับห้องนั้นให้เปิดออก แล้วผลักรินเข้าไปก่อนจะกระโดดตาม
ในวินาทีที่ประตูปิดลง เมฆเห็นหน้าจอโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่นอกอาคารผ่านช่องกระจกของลิฟต์ ข้อความสีแดงฉานที่เขาพิมพ์ไว้ปรากฏขึ้นชัดเจนท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน แต่สิ่งที่ทำให้เมฆหัวใจแทบหยุดเต้นไม่ใช่ข้อความนั้น...
มันคือเงาของผู้หญิงที่ยืนยิ้มอยู่หลังข้อความบนหน้าจอนั้น เธอคือพี่สาวของเขา... และเธอกำลังใช้มือชี้มาที่ลิฟต์ที่เขากำลังโดยสารอยู่ ราวกับจะบอกว่า 'เจอตัวแล้ว'
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนระทึกนี้ไปกับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 33
จดหมายลาก่อน
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!