โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 34

การไล่ล่าในลิฟต์

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียง "ติ๊ง" ของลิฟต์โดยสารตัวที่แปด ดังบาดแก้วหูราวกับเสียงกรีดร้องของโลหะที่กำลังฉีกขาด เมฆสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในสมอง ภาพเงาสะท้อนของหญิงสาวผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเขาเมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา รอยยิ้มกว้างเกินมนุษย์และปลายนิ้วที่ชี้ตรงลงมายังช่องลิฟต์นี้ คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงไซเรนใดๆ "ตั้งสติไว้เมฆ... อย่าเพิ่งสติหลุดตอนนี้" เขากระซิบบอกตัวเอง พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อกาฬที่ไหลซกเต็มขมับ แผ่นหลังแนบสนิทกับผนังกระจกนิรศบของห้องโดยสาร ภายในพื้นที่แคบขนาดไม่ถึงสองตารางเมตรนี้ อากาศเริ่มเบาบางลงทุกที กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นสนิมเหล็กและสารเคมีบางอย่างลอยคละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้ กึก... โครม! ตัวลิฟต์สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนเมฆเกือบเสียหลักล้ม สายสลิงด้านบนส่งเสียงเสียดสีกันดังลั่น *เอี๊ยด... แอด...* ราวกับลวดสลิงหลายเส้นกำลังทยอยขาดทีละเส้น น้ำหนักของห้องโดยสารทรฮวบลงไปสามฟุตในพริบตาเดียว แรงโน้มถัดที่กระชากลงทำให้กระเพาะอาหารของเมฆตีรวนขึ้นมาจุกที่ลำคอ [แจ้งเตือนระบบอาคาร: ตรวจพบน้ำหนักเกินพิกัดในเขตหวงห้าม... เริ่มกระบวนการปรับสมดุลโครงสร้าง] เสียงสังเคราะห์ที่ไร้อารมณ์ของท่านประธานดังลอดออกมาจากลำโพงเพดาน มันไม่ใช่เสียงประกาศเตือนภัยปกติ แต่มันคือเสียงประกาศิตที่แฝงด้วยความเยือกเย็น ราวกับพวกเขากำลังเล่นเกมสนุกๆ อยู่ในห้องควบคุม "บ้าเอ้ย! ปรับสมดุลอะไรวะ ลิฟต์ตัวนี้มีแค่ฉันคนเดียว!" เมฆสบถออกมาอย่างหัวเสีย สมองอันตรึงเครียดพยายามวิเคราะห์สถานะปัจจุบันตามหลักการเวิร์ลบิวดิ้งของตึกนี้ ระบบความปลอดภัยของชั้นที่ 13 ถูกออกแบบมาเพื่อการ 'กำจัดสิ่งแปลกปลอม' หากน้ำหนักไม่สอดคล้องกับฐานข้อมูล หรือมีบุคคลที่ไม่มีรหัสผ่านเข้ามาใช้งาน ระบบอัตโนมัติจะทำงานขั้นเด็ดขาด ครืดดดด—! ช่องว่างระหว่างประตูลิฟต์และผนังปูนด้านนอกเปิดกว้างขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วสูง มันคือความเร็วของการดิ่งลงเหว! รินที่ยังคงติดอยู่ทางด้านนอกของชั้น 12 พยายามใช้บัตรพนักงานระดับผู้บริหารทุบเข้าที่แผงควบคุมฉุกเฉิน เสียงตะโกนของเธอลอดผ่านรอยต่อประตูเข้ามาอย่างขาดๆ หายๆ "เมฆ! ฟังฉันนะ! นายต้องหาแผงควบคุมแมนนวล... ใต้แผงปุ่มกดหลักจะมีน็อตหกเหลี่ยมเบอร์สิบ... ไขมันออกแล้วดึงคานสีแดง! ไม่งั้นใบมีดตัดโครงสร้างจะทำงาน!" ใบมีดตัดโครงสร้าง? เมฆเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรำรัวราวกับกลองเพล เขาก้มตัวลงต่ำสุดขีด มือที่สั่นเทาควานหาไขควงขนาดเล็กที่รอดตายมาจากกระเป๋าเครื่องมือช่างในตอนที่แล้ว ดวงตาสอดส่องมองหาแผงเหล็กใต้ปุ่มกดลิฟต์ที่ขึ้นสนิมเขรอะ *แอดดดด— กริ๊ดดดด!* เสียงโลหะแหลมคมขูดขีดกันดังขึ้นจากด้านบน เพดานห้องโดยสารยุบตัวลงมาครึ่งฟุต น็อตตัวแรกหลุดกระเด็นด้วยแรงกดดันมหาศาล เมฆเงยหน้าขึ้นมอง และสิ่งที่เห็นทำให้ลมหายใจของเขาเกือบสะดุด แผ่นเหล็กหนาเตอะขอบหยักราวกับฟันเลื่อยของฉลามยักษ์ กำลังเลื่อนตัวออกจากผนังด้านข้างของเพดานลิฟต์ มันคือกลไกไฮดรอลิกอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อ 'หั่น' ทุกสิ่งที่กีดขวางในกรณีที่ลิฟต์ติดค้างระหว่างชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารพยายามปีนหนีออกทางช่องเพดาน! เป้าหมายของมันชัดเจน... มันไม่ได้ต้องการแค่ขังเขาไว้ แต่มันต้องการตัดร่างของเขาให้ขาดเป็นสองท่อนเพื่อให้เข้ากับ 'โควต้า' ของชั้นที่ 13! "ให้ตายสิ..." เมฆกัดฟันกรอดจนกรามขึ้นสันนูน เขาไม่สนอีกต่อไปว่าปลายนิ้วจะถูกบาดจนเลือดสาดกระเซ็น เขาใช้แรงเฮือกสุดท้ายบิดไขควงในมือทวนเข็มนาฬิกา น็อตตัวสุดท้ายหลุดออกพร้อมกับเสียงดีดตัวของสปริง *แกร๊ก!* แผงควบคุมหลุดออกเผยให้เห็นสายไฟระโยงระยางและคานเหล็กสีแดงสดที่ขึ้นสนิมเกรอะกรังตามที่รินบอกไม่มีผิด ใบมีดไฮดรอลิกด้านบนลดระดับลงมาจนห่างจากศีรษะของเขาไม่ถึงคืบ ไอเย็นยะเยือกและกลิ่นคาวเลือดเก่าๆ ที่ติดอยู่บนคมมีดโชยเข้าจมูก เมฆหลับตาลงเสี้ยววินาที รวบรวมสมาธิทั้งหมดที่มีในชีวิต พุ่งมือซ้ายคว้าหมับเข้าที่คานสีแดงแล้วดึงสุดแรงเกิด! ครืนบบบบบ—! เสียงเครื่องยนต์ไฮดรอลิกคำรามลั่นด้วยความเจ็บปวด ประกายไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นบริเวณมุมเพดาน ใบมีดที่กำลังจะบดขยี้ร่างของเขาหยุดชะงักลงกลางคัน ห่างจากเส้นผมของเขาเพียงแค่ไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น! เมฆหอบหายใจโยนตัวพิงมุมตู้ลิฟต์ ร่างกายชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อและคราบเขม่า แขนซ้ายมีบาดแผลยาวจากการถูกเศษเหล็กบาดจนเลือดไหลอาบย้อมเสื้อเชิร์ตสีขาวจนกลายเป็นสีแดงฉาน ทว่า... ความเงียบงันที่เกิดขึ้นหลังจากการหยุดทำงานของใบมีด ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ติ๊ง... หน้าจอแสดงผลดิจิทัลที่เคยเป็นสีแดงฉาน กลับเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนที่ข้อความตัวอักษรสีขาวขนาดใหญ่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละตัว ทีละตัว อย่างจงใจให้ผู้รอดชีวิตได้อ่านมันทีละคำ [ระบบสำรองฉุกเฉินทำงาน: ตรวจพบความพยายามขัดขวางกระบวนการชำระล้าง] [ผู้ใช้งาน 'เมฆ' ได้ละเมิดกฎข้อที่ 13: ห้ามขัดขืนคำสั่งของตึก] [ยกระดับภารกิจ: เปลี่ยนสถานะเป็น 'เป้าหมายกำจัดถาวร'] และในวินาทีนั้นเอง หน้าจอกระจกเงาภายในลิฟต์ก็สะท้อนภาพที่ไม่ควรจะมี... ร่างของหญิงสาวคนเดิม พี่สาวของเขา ก้าวทะลุกระจกออกมาจากมิติเงาดำสนิท รอยยิ้มกว้างถึงใบหูถูกส่งตรงมาให้ พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นข้างหูของเขาโดยตรง ทั้งๆ ที่ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น *“เก่งมากน้องชาย... แต่อย่าลืมสิว่า แกยังออกไปไม่ได้จนกว่าจะเที่ยงคืน”* พรึบ! ไฟทั่วทั้งตึกดับสนิทลงพร้อมกัน ลิฟต์อิสระที่ไร้การควบคุมเริ่มร่วงหลิ่งลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว ไร้ซึ่งหนทางหนี และไร้ซึ่งทางออก -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าความมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ - ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%