"พี่ไม่ได้รอให้พี่ชายมาหา... พี่รอให้แก 'กลายเป็น' สิ่งที่อยู่ในนี้ต่างหาก เมฆ"
เสียงนั้นไม่ได้มาจากลำโพงเสียงตามสาย แต่มันสั่นสะเทือนออกมาจากผนังปูนที่แตกร้าว เส้นเลือดสีดำเริ่มผุดพรายขึ้นบนวอลเปเปอร์ลวดลายเก่าแก่ ราวกับตึกทั้งหลังกำลังถูกบางอย่างจากชั้น 13 กัดกินจนเน่าเฟะ ผมกุมขมับแน่น กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารผุพังผสมกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ตลบอบอวลอยู่ในห้องทำงานที่ไร้ทางออก
"นั่นไม่ใช่เสียงพี่สาวผม" ผมกัดฟันพูด ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวที่พยายามสะกดไว้ แต่สายตากลับจ้องเขม็งไปที่ริน ซึ่งยืนนิ่งอยู่หน้าตู้เอกสารเหล็กที่บิดเบี้ยว เธอไม่ได้หันมามองผมเลย นิ้วเรียวยาวของเธอกำลังลากผ่านตัวเลขบันทึกเวลาบนนาฬิกาข้อมือที่เข็มวินาทีมันหมุนทวนเข็มอย่างบ้าคลั่ง
"หยุดหูไว้ซะ เมฆ" รินกระซิบ น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "อย่าพยายามฟังสิ่งที่มันอยากให้เราได้ยิน กฎข้อที่สี่ระบุไว้ชัดเจน... เสียงใดที่เรียกชื่อเราหลังเที่ยงคืน คือเสียงของเหยื่อรายถัดไป ไม่ใช่เสียงของคนที่เรารัก"
"แต่เขารู้เรื่องเมื่อห้าปีก่อน!" ผมตวาดกลับ ความอดทนที่มีต่อสถานการณ์นี้พังทลาย "เขาพูดถึงวันที่พี่รินทร์หายตัวไป พี่เขาพูดถึง... แผลเป็นที่ต้นคอผม มันจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง!"
รินหันขวับมามอง แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย เธอเดินเข้ามาประชิดตัวผม แรงบีบจากมือของเธอที่ต้นแขนนั้นหนักหน่วงและเย็นจัด "ถ้ามันรู้เรื่องนั้น นั่นแปลว่ามันกินความทรงจำของพี่สาวคุณไปแล้ว ตอนนี้มันไม่ใช่พี่คุณ แต่มันคือส่วนหนึ่งของความมืดที่กำลังไหลลงมาจากชั้นบน"
โครม!
เสียงเพดานลั่นดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นปูนร่วงกราวลงมาเหมือนหิมะสีเทา ความมืดมิดที่หนาแน่นยิ่งกว่าเงาปกติเริ่มไหลทะลักออกมาจากช่องระบายอากาศ มันไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่มันเคลื่อนที่เหมือนของเหลวเหนียวหนืด สีดำสนิทของมันตัดกับแสงไฟฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงทีละดวง
แสงไฟในออฟฟิศดับไล่จากหน้าห้องไปถึงมุมลึกสุด... มันกำลังไล่ล่าเรา
"วิ่ง!" รินตะโกน ลากผมให้พุ่งตัวออกจากโต๊ะทำงาน แรงกระชากของเธอมหาศาลผิดกับรูปร่างบอบบาง เราวิ่งฝ่าความมืดที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของเราก้องกังวานไปทั่วโถงทางเดินที่ยาวผิดปกติเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด ขณะที่เบื้องหลังของเรา เสียงกระซิบที่เคยเป็นเสียงพี่สาวผมเริ่มเปลี่ยนโทน... มันแหลมสูงขึ้น บิดเบี้ยวจนกลายเป็นเสียงกรีดร้องของโลหะที่ถูกครูดกับพื้นปูน
เราเลี้ยวเข้าสู่โซนบันไดหนีไฟ แต่ทว่า... บันไดที่ควรจะทอดลงสู่ชั้น 12 กลับกลายเป็นทางตัน กำแพงคอนกรีตหนาเตอะโผล่ขึ้นมาปิดตายทางออก ราวกับว่าอาคารนี้กำลังเปลี่ยนโครงสร้างภายในเหมือนรูบิคที่ถูกมือที่มองไม่เห็นหมุนเล่น
"ท่านประธานไม่ได้ขังเราไว้ในออฟฟิศ เมฆ" รินหอบหายใจถี่ เธอพิงหลังกับกำแพงที่เริ่มเย็นเฉียบ "ท่านประธานกำลัง 'หลอมรวม' ชั้น 13 ลงมาทับซ้อนกับชั้นที่เราอยู่ ถ้ามันลงมาถึงชั้นที่ 1... พวกเราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตึกนี้ตลอดไป"
ผมทรุดตัวลงกับพื้น ความรู้สึกหมดหนทางเริ่มกัดกินหัวใจ แต่ในจังหวะที่เงาดำกำลังจะเลื้อยผ่านขอบประตูบันไดเข้ามานั้น ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าอกเสื้อของตัวเอง... บัตรพนักงานของพี่สาว ที่ผมแอบเก็บไว้ตั้งแต่วันที่เธอหายตัวไป มันกำลังสั่นและร้อนจัดจนเสื้อผมเริ่มไหม้
มันไม่ใช่แค่บัตร แต่มันมีแสงสีแดงกระพริบถี่ๆ เหมือนสัญญาณชีพ
"ริน... ดูนี่" ผมยื่นบัตรให้ดู รินเบิกตากว้าง
"นั่นมัน... สัญญาณของตัวรับคำสั่งจากชั้น 13" รินหน้าซีดเผือด "เมฆ คุณเคยใส่บัตรใบนี้เข้าเครื่องแสกนของชั้นนั้นหรือเปล่า?"
ผมพยายามนึก สมองตื้อไปหมด "ตอนนั้น... ผมแค่ลองเอาบัตรใบนี้ไปแตะที่หน้าลิฟต์ตอนที่ไม่มีใครเห็น ผมอยากรู้ว่ามันจะพาผมไปหาเขาไหม..."
"คุณดึงมันเข้ามาหาเราตั้งแต่วันนั้นแล้ว!" รินตะโกน เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
ในวินาทีนั้น เงาดำที่พื้นหยุดนิ่ง มันค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่างของหญิงสาวคนหนึ่ง ผิวหนังของเธอซีดเผียดจนเห็นเส้นเลือดดำชัดเจน ดวงตาไม่มีตาดำ มีเพียงสีขาวขุ่นที่จ้องมองมาที่ผม ผมจำใบหน้านั้นได้แม่นยำ... พี่รินทร์ พี่สาวที่ผมเฝ้าตามหามาตลอดห้าปี
ร่างนั้นค่อยๆ ก้าวผ่านกำแพงเข้ามา นิ้วที่ยาวผิดปกติของเธอชี้มาที่ผม ก่อนที่ปากของเธอจะฉีกกว้างจนถึงใบหู แล้วเอ่ยด้วยเสียงที่ซ้อนทับกันนับสิบเสียง
"ในเมื่อกลับขึ้นไปไม่ได้... ก็ช่วยพี่อยู่ตรงนี้ไปตลอดกาลเลยนะ"
เธอยกมือขึ้น และในวินาทีนั้น ไฟทุกดวงในตึกดับสนิทพร้อมกัน เงาดำพุ่งเข้าใส่ผมเหมือนคลื่นยักษ์ แต่ก่อนที่สัมผัสนั้นจะถึงตัว แรงกระชากจากด้านหลังก็ดึงผมให้ร่วงลงสู่ช่องว่างของพื้นไม้ที่เปิดออกเองโดยอัตโนมัติ
ผมร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดที่ลึกกว่าเดิม... และกลิ่นที่ได้รับในวินาทีที่กระแทกพื้นคือกลิ่นหอมของดอกไม้แห้ง ซึ่งเป็นกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของใครบางคนที่ผมไม่คิดว่าจะเจอที่นี่
"ยินดีต้อนรับสู่ 'ห้องทำงานส่วนตัว' ของฉันครับ น้องชาย"
เสียงผู้ชายที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด เสียงนั้นทำให้ผมตัวแข็งทื่อ... ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่มันคือเสียงของคนที่ควรจะตายไปตั้งแต่ก่อนที่พี่สาวผมจะหายตัวไป... เสียงของ 'พ่อ'
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 32 กับลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 32
ความมืดที่กินพื้นที่
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!