โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 42

ห้องเก็บเอกสารมรณะ

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียงเหล็กหนาหนักบดเสียดสีกันด้วยความเร็วสูงจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบในความมืด คือสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าพื้นที่หายใจของผมกำลังถูกลดทอนลงทีละน้อย "คุณเมฆ! ทางนั้นมันตันแล้ว!" เสียงตะโกนของรินดังแทรกเสียงคำรามต่ำๆ ของโครงสร้างตึกที่บิดเบี้ยว เธอกำลังใช้สันแฟ้มกระดาษแข็งยันบานประตูเหล็กนิรภัยที่กำลังเลื่อนเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง เม็ดเหงื่อกาฬไหลย้อยอาบโครงหน้าซีดเซียวของเธอจนผมเปียกลู่แนบขมับ แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของผมไม่ใช่ความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาทางประตูหนาเตอะนั่น... มันคือภาพของวิชัย ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลผู้เย่อหยิ่ง ที่ตอนนี้กำลังทรุดฮวบลงแทบเท้าของร่างที่โชกเลือด ร่างนั้น... พี่สาวของผมเอง "พี่... พี่จริงๆ ด้วยเหรอครับ" ริมฝีปากของผมสั่นระริกจนแทบเปล่งเสียงไม่ออก หัวใจในอกเต้นรัวระเบิดราวกับจะทะลักออกมานอกซี่โครง ภาพเมื่อห้าปีก่อนย้อนกลับมาซ้อนทับ รอยยิ้มสุดท้ายก่อนที่เธอจะก้าวเข้าสู่ลิฟต์ตัวนั้น รอยยิ้มที่ไม่มีวันได้หวนคืน แต่วันนี้... เธอกลับมายืนอยู่ตรงนี้ ในสภาพที่ไร้ซึ่งผิวหนังกำพร้า มีเพียงเนื้อสดสีแดงฉานและเส้นเอ็นที่โยงใยขยับไหวตามจังหวะการหายใจที่ว่างเปล่า วิชัยกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวสุดขีด มือที่สั่นเทาพยายามตะกุยพื้นพรมเก่าคร่ำคร่าเพื่อหนีให้ห่างจากเงาร่างนั้น แต่ช้าเกินไป นิ้วมือที่ไร้เล็บและเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังของพี่สาวผม เอื้อมลงไปกุมรอบลำคอของเขาอย่างแผ่วเบา... ราวกับคนรักที่กำลังหยอกล้อกันในยามเช้า "พะ... ประธาน... ช่วยผมด้วย!" วิชัยสำลักเลือดออกมาเป็นลิ่มใหญ่ ดวงตาเบิกโพ้างลานด้วยความสิ้นหวัง ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากระบบกระจายเสียงภายในห้องเก็บเอกสารหมายเลข 13 แห่งนี้ นอกจากเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังลอดออกมาจากลำโพงเพดาน... เสียงหัวเราะที่คุ้นหูอย่างประหลาด มันไม่ใช่เสียงของท่านประธาน แต่เป็นเสียงของใครบางคนที่เคยนั่งอยู่โต๊ะทำงานฝั่งตรงข้ามผมเมื่อห้าปีก่อน! ครบรอบสิบวินาทีที่กำแพงฝั่งทิศตะวันออกและตะวันตกเริ่มเคลื่อนตัวเข้าหากันอย่างเชื่องช้า ทว่าไร้ซึ่งความปรานี ชั้นวางแฟ้มเหล็กนับร้อยตู้ถูกแรงอัดมหาศาลบดขยี้จนส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด กระดาษเอกสารนับล้านแผ่นปลิวว่อนคละคลุ้งในอากาศราวกับหิมะสีขาวที่ถูกย้อมด้วยหยดเลือด "คุณเมฆ! ตั้งสติก่อนครับ! ถ้าเรายังยืนอยู่ตรงนี้ เราจะกลายเป็นหมูบดไปพร้อมกับตู้เอกสารพวกนั้นนะ!" รินพุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนเสื้อของผมแล้วออกแรงกระชากสุดกำลัง แรงดึงของเธอทำให้ผมหลุดจากภวังค์อันเลือนราง กลิ่นคาวเลือดและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าพุ่งปะทะเข้าเต็มรูจมูกจนอยากจะอาเจียน ผมหันไปมองริน ดวงตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความว่างเปล่าและความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนไว้ภายใต้แว่นตากรอบบาง "ริน... พี่ผม..." ผมพยายามจะเอ่ยปากถามเรื่องราวทั้งหมด "เก็บคำถามไว้ถามตอนที่เรายังหายใจอยู่เถอะครับ!" เธอกัดริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด มือเรียวเล็กคว้าท่อเหล็กฉุกเฉินที่หลุดออกมาจากผนัง แล้วพุ่งเข้ากระแทกใส่รอยต่อของบานประตูเหล็กที่กำลังบีบเข้ามาอย่างไม่คิดชีวิต เสียงโลหะกระแทกันดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนทำให้แขนของรินสั่นสะท้านจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน แต่เธอกลับไม่ยอมปล่อยมือ ผิวเนื้อบริเวณข้อศอกของเธอเริ่มมีรอยถลอกและมีเลือดซึมออกมา แต่สีหน้าของเธอกลับนิ่งสนิท ราวกับความเจ็บปวดทางกายเป็นเรื่องไร้สาระเมื่อเทียบกับเงื่อนงำที่กำลังไล่ล่าพวกเรา ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง วิชัยก็ส่งเสียงกรีดร้องครั้งสุดท้าย... เสียงกระดูกคอหักดัง "กร๊อบ!" สะท้อนก้องไปทั่วห้องแคบๆ ร่างท้วมของเขาแน่นิ่งไปในทันที ดวงตาเบิกค้างอย่างไร้แววชีวิต พี่สาวของผมค่อยๆ ชำเลืองสายตาที่ไร้หนังเปลือกตามาทางผม ช้าๆ... และมั่นคง รอยยิ้มบนใบหน้าที่มีเพียงเนื้อสดๆ ถูกฉีกกว้างขึ้นจนถึงใบหู เธอยกมือข้างที่เปื้อนเลือดขึ้นมาโบกให้ผม... เป็นการอำลาแบบเดียวกับเมื่อห้าปีก่อนเป๊ะๆ "ไป!" รินตะโกนลั่นพร้อมกับใช้เท้าถีบเข้าที่บานประตูเหล็กที่เปิดอ้างว้างเพียงแค่คืบเดียว ช่องว่างนั้นแคบเสียจนเราต้องบิดตัวแทรกผ่านเข้าไปอย่างยากลำบาก ผมหันกลับไปมองเป็นครั้งสุดท้าย ท่ามกลางกองเอกสารที่กำลังถูกบดขยี้ ร่างของพี่สาวยืนตระหง่านท่ามกลางความมืดมิด ขณะที่เสียงประกาศจากลำโพงเพดานดังขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก *"ยินดีด้วยครับคุณเมฆ... ผ่านการทดสอบชั้นที่ 13 แล้ว เอกสารชิ้นสุดท้าย... กำลังรอให้คุณเซ็นชื่ออนุมัติอยู่ครับ"* ผมกับรินกลิ้งหล่นลงมาบนพื้นปูนเย็นเฉียบของทางเดินด้านนอก ประตูเหล็กด้านหลังปิดสนิทลงด้วยเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงลมจากการปิดกระแทกทำให้ผมต้องหลับตาปี๋ เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง... ทางเดินยาวเหยียดที่ควรจะเป็นโถงออฟฟิศธรรมดา กลับกลายเป็นห้องโถงสีขาวโพลนไร้ขอบเขต และที่ตรงหน้าของเรา มีโต๊ะทำงานไม้โบราณตั้งอยู่เดี่ยวๆ บนโต๊ะนั้นมีแฟ้มเอกสารสีดำสนิทวางอยู่เล่มหนึ่ง พร้อมกับปากกาหมึกซึมที่ยังมีหยดเลือดสดๆ ไหลหยดลงบนกระดาษแผ่นแรก และที่ข้างโต๊ะนั้น... ร่างของใครบางคนกำลังนั่งหันหลังให้เราอยู่ บนเก้าอี้หมุนสีดำที่ค่อยๆ หมุนกลับมาหาเราอย่างช้าๆ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... น้องรัก" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางดำดิ่งลงมาสู่ชั้นลึกที่สุดของตึกนรกแห่งนี้ด้วยกันนะครับ *ลิฟต์แก้วชั้นลบ*
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%