“นี่ไม่ใช่ใบหน้าของผม... มันเป็นไปไม่ได้”
เสียงของเมฆสั่นเครือ สะท้อนก้องไปมาในห้องโดยสารลิฟต์ที่กำลังสั่นสะเทือน เขาจ้องมองภาพสะท้อนในกระจกเงาด้านหลังของท่านประธาน—ร่างที่สวมชุดสูทเนี้ยบกริบ แต่ในวินาทีที่หน้ากากเซรามิกสีขาวนวลแตกร้าวและร่วงหล่นลงสู่พื้น ใบหน้าที่ปรากฏอยู่ใต้หน้ากากนั้นกลับเป็นใบหน้าของเขาเอง ในเวอร์ชันที่ถูกกัดกินด้วยริ้วรอยแห่งความทุกข์ระทม รอยแผลเป็นลึกพาดผ่านดวงตาซ้ายที่บอดสนิท และรอยเย็บที่ดูเหมือนถูกกระชากด้วยของมีคม
ลิฟต์กระตุกอย่างรุนแรงก่อนจะหยุดนิ่งสนิทที่ชั้น 13 ร่างที่ดูเหมือนเมฆในอนาคตไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาเพียงแค่ขยับไหล่ที่ดูทรุดโทรมนั้น แล้วก้าวออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า ทิ้งให้เมฆยืนตัวแข็งทื่ออยู่ภายในลิฟต์ที่กลิ่นอายความตายโชยออกมาจากผนัง
“ริน... เธอเห็นใช่ไหม?” เมฆเค้นเสียงถาม ทั้งที่รู้ดีว่ารินไม่ได้อยู่ข้างในนี้กับเขา ความเงียบที่ตอบกลับมานั้นบาดลึกกว่าเสียงกรีดร้อง ประตูลิฟต์เปิดอ้าออก เผยให้เห็นโถงทางเดินที่แตกต่างออกไป พื้นทางเดินชั้น 13 นี้ไม่ใช่พรมสีแดงหรูหราอย่างชั้นผู้บริหาร แต่มันคือปูนเปลือยที่ชุ่มไปด้วยคราบเชื้อราและหยดน้ำที่ไหลรินดั่งเลือด
เขาไม่มีทางเลือกนอกจากก้าวออกไป ทุกย่างก้าวบนพื้นปูนเย็นเฉียบนำพาเขามายังห้องที่ถูกปิดตายด้วยโซ่ตรวนหนาหนัก ป้ายหน้าห้องเขียนไว้ด้วยลายมือที่เลือนรางว่า ‘หอจดหมายเหตุและประวัติการก่อสร้าง’
เมฆกระชากโซ่ที่ผุพังจนหลุดออก แรงสั่นสะเทือนทำให้ฝุ่นผงตลบอบอวล ภายในห้องนี้มีเพียงแสงสลัวจากหลอดฟลูออเรสเซนต์ที่กะพริบถี่ๆ ราวกับจังหวะหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น บนโต๊ะไม้ตัวยาวมีแฟ้มเอกสารเก่าเก็บกองเป็นภูเขา แฟ้มเหล่านั้นไม่ใช่เอกสารออฟฟิศทั่วไป แต่มันคือแปลนตึกที่วาดด้วยหมึกสีดำสนิท
เขารีบเปิดแฟ้มหน้าแรกมือไม้สั่น “...บันทึกการปรับปรุงโครงสร้างอาคาร โครงการลับ: ฐานรากที่ไม่มีวันสิ้นสุด”
หัวใจของเมฆหล่นวูบ เมื่อไล่สายตาอ่านรายละเอียดที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกแดง เขาพบชื่อของ ‘พี่สาว’ อยู่ในบันทึกรายชื่อวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อสร้างชั้นใต้ดิน และที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า คือวันที่ระบุไว้ในเอกสารนั้น มันคือวันที่ 13 เดือน 13 ปีที่ไม่มีเลขระบุ แต่มันถูกประทับตราด้วยหมึกสีแดงสดว่า *‘วัตถุดิบถาวรสำหรับเสาเข็มที่ห้า’*
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...” เมฆพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าเมื่อเห็นลายมือพี่สาวในหน้าสุดท้ายของแฟ้ม *‘ถ้าใครอ่านเจอกระดาษแผ่นนี้ โปรดรู้ไว้ว่าชั้นที่ 13 ไม่ใช่จุดสูงสุดของตึก แต่มันคือจุดที่ขังเงาของทุกคนที่เคยทำงานที่นี่เอาไว้ อย่ากลับไปที่ลิฟต์... อย่าให้เขารู้ว่าคุณเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาแล้ว’*
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นปูนก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เป็นจังหวะที่เชื่องช้า มั่นคง และคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด เสียงนั้นหยุดลงที่หน้าประตูห้องสมุดร้างพอดี
“อ่านจบแล้วหรือยังล่ะ เมฆ?” เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ
เมฆหันขวับไปมอง ร่างนั้นยืนอยู่ตรงธรณีประตู ใบหน้าของเขาในอนาคตที่เต็มไปด้วยบาดแผลไม่ได้สวมหน้ากากอีกต่อไป แต่ในมือของเขากลับถือ ‘หน้ากาก’ อันใหม่ที่ไร้ใบหน้าว่างเปล่า เมฆรู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นพล่านไปทั่วกระดูกสันหลัง เมื่อเงาของชายคนนั้นบนผนังห้องไม่ได้รูปร่างเหมือนมนุษย์ แต่มันกลับขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนดูเหมือนอสูรกายที่มีกรงเล็บแหลมคม
“ถ้าอยากรู้ว่าพี่สาวเธอไปอยู่ที่ไหน...” ชายคนนั้นยกมือที่สั่นเทาชี้ไปยังมุมมืดของห้อง “...ลองก้มลงมองใต้โต๊ะตัวนั้นดูสิ เธอรอให้เธอมาเก็บ ‘เศษเสี้ยว’ ที่เหลือของเธออยู่นะ”
เมฆก้มมองตามนิ้วนั้นอย่างไม่ตั้งใจ ก่อนที่ลมหายใจของเขาจะหยุดชะงักลงเมื่อเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เงาโต๊ะนั้น... รอยเท้าเปื้อนเลือดของเด็กสาวขนาดเล็กนับร้อยคู่ที่ประทับอยู่บนพื้น และกล่องพัสดุสีน้ำตาลที่วางอยู่ตรงกลาง ซึ่งมีป้ายชื่อสลักไว้ว่า ‘เมฆ’
เขาเอื้อมมือออกไปสั่นๆ ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องสมุดที่เปิดอ้าอยู่ก็ปิดกระแทกดังสนั่น! ความมืดมิดเข้าครอบงำฉับพลัน พร้อมกับเสียงกระซิบจากข้างหูที่เมฆจำได้ขึ้นใจว่ามันคือเสียงของริน... แต่ทว่ารินคนนั้นกลับกำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่ในความมืด!
“ยินดีต้อนรับสู่บทบาทใหม่นะเมฆ... ต่อจากนี้ไป นายคือ ‘ประธานคนต่อไป’ ของที่นี่แล้ว”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางเข้าสู่มุมมืดของอาคารแห่งนี้ไปพร้อมกับผม ลิฟต์แก้วชั้นลบนะครับ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 38
ห้องสมุดร้างในตึก
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!