“อย่าหายใจแรง... กลิ่นของมันจะตามหาเราเจอ”
รินกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าและเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในคืนเดือนดับ เมฆหยุดชะงักค้างอยู่ตรงบันไดวนที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง มือที่ถือไฟฉายสั่นเทาจนแสงไฟแกว่งไกวไปมาบนผนังปูนที่แตกร้าว กลิ่นอับชื้นผสมปนเปกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กเตะจมูกจนเขาต้องกลั้นหายใจแทบขาดใจ
เรามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ เมฆรู้ดีว่าพี่สาวของเขายังคงติดอยู่ในวังวนแห่งความมืดนี้ และเบาะแสเดียวที่เหลืออยู่คือรหัสลับบนบัตรพนักงานที่เขาพบในลิฟต์เมื่อคืน มันนำเขาลงมายังชั้นที่ไม่ปรากฏอยู่บนปุ่มกดของลิฟต์ตัวใดในอาคาร... ชั้นที่ถูกลืม ชั้นใต้ดินที่ปิดตาย
“ทำไมท่านประธานถึงต้องซ่อนที่นี่ไว้” เมฆถามเบาๆ พลางกวาดสายตาผ่านช่องว่างระหว่างขั้นบันได
รินไม่ตอบ เธอเพียงแต่เลื่อนสายตาไปยังป้ายเหล็กที่ขึ้นสนิมเขรอะเหนือประตูบานเหล็กกล้าที่ปิดตายอยู่เบื้องหน้า บนนั้นไม่มีตัวเลข มีเพียงรอยขีดเขียนด้วยของมีคมจนเป็นรอยบุ๋มลึกลงไปว่า *‘ที่เก็บขยะ’*
“บางครั้งขยะที่ทิ้งไป ก็ไม่ได้ย่อยสลายเสมอไปหรอกครับเมฆ” รินเปรยขึ้นพลางหยิบบัตรพนักงานใบเก่าของพี่สาวเมฆออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เธอแตะบัตรลงบนเครื่องอ่านบัตรที่ถูกฝังไว้ในผนังปูนอย่างเงียบเชียบ
*ติ๊ด...*
เสียงสัญญาณตอบรับดังขึ้นสั้นๆ ราวกับเสียงเตือนลมหายใจสุดท้าย ประตูเหล็กกล้าค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงครูดของโลหะที่บาดลึกเข้าไปในโสตประสาท กลิ่นเหม็นเน่าที่รุนแรงกว่าเดิมโชยออกมาปะทะหน้าจนเมฆต้องยกมือขึ้นปิดจมูก
เขาไม่ใช่คนขวัญอ่อน แต่ภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
ภายในโถงกว้างขวางที่ควรจะเป็นที่เก็บเอกสารหรือห้องเครื่อง กลับกลายเป็นสุสานไร้ป้ายหลุมศพ ร่างของมนุษย์นับสิบ... ไม่สิ นับร้อยราย ถูกจัดวางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบในลักษณะท่านั่งพิงผนัง บ้างก็อยู่ในชุดพนักงานออฟฟิศที่ซีดจาง บ้างก็เหลือเพียงโครงกระดูกที่สวมใส่ยูนิฟอร์มของตึกนี้ ดวงตาที่ว่างเปล่าของพวกเขาทุกคู่ดูเหมือนจะจับจ้องมาที่ผู้บุกรุกสองคนเป็นจุดเดียว
“นี่มันอะไรกัน...” เมฆก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังกระแทกกับขอบประตู “พี่สาวผม... พี่สาวผมอยู่ที่ไหน!”
เขารีบวิ่งเข้าไปในฝูงศพ กวาดไฟฉายส่องใบหน้าของแต่ละคนด้วยความร้อนรน รินยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู สายตาของเธอไม่ได้มีความตกใจแม้แต่น้อย ราวกับเธอคาดการณ์ไว้แล้วว่าจะต้องพบกับสิ่งนี้
“เมฆ หยุดก่อน” รินเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “อย่าแตะต้องตัวพวกเขานะครับ ถ้าคุณไม่อยากเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันนี้”
เมฆชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะไหล่ของร่างหนึ่งที่ดูละม้ายคล้ายพี่สาวของเขา “ริน... คุณรู้เรื่องนี้มาตลอดใช่ไหม คุณเป็นคนพาผมลงมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่!”
รินเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องที่เต็มไปด้วยกล้องวงจรปิดนับร้อยตัวที่หันหัวมาทางพวกเขาพร้อมๆ กัน เสียงลำโพงที่ไร้ที่มาเริ่มดังแทรกความเงียบงัน มันเป็นเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นที่เมฆจำได้ขึ้นใจ เสียงของ ‘ท่านประธาน’
“ยินดีต้อนรับสู่ส่วนแสดงนิทรรศการที่หวงห้ามที่สุดของบริษัท” เสียงนั้นก้องกังวานราวกับออกมาจากผนังทุกด้าน “คุณเมฆ... การค้นหาความจริงมักมีราคาที่ต้องจ่ายเสมอ และดูเหมือนว่าวันนี้คุณจะจ่ายครบถ้วนแล้ว”
ทันใดนั้น ไฟฉุกเฉินสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งชั้นใต้ดิน ศพที่เคยนั่งนิ่งๆ เริ่มขยับนิ้วมือและศีรษะอย่างเชื่องช้า เสียงกระดูกลั่นดัง ‘ก๊อบแก๊บ’ ไปทั่วโถง รินคว้าแขนเมฆไว้แน่นแต่ไม่ได้ดึงเขาออกไป แต่เธอกลับเดินตรงไปยังศพที่ดูเหมือนพี่สาวของเมฆที่สุด
“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยพี่สาวหรอกครับเมฆ” รินกระซิบชิดใบหูเมฆขณะที่เงาดำเริ่มขยายตัวออกจากมุมมืดของห้อง “คุณมาที่นี่... เพื่อมาเป็นคนสุดท้ายที่ทำให้คอลเลกชันนี้สมบูรณ์แบบต่างหาก”
ก่อนที่เมฆจะได้ถามอะไรต่อ ร่างของศพที่เขาคิดว่าเป็นพี่สาวก็ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าที่เน่าเฟะจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แต่นัยน์ตาสีขาวโพลนคู่นั้นกลับกะพริบถี่ๆ และขยับปากพูดด้วยเสียงที่แหบแห้งยิ่งกว่าเสียงของท่านประธาน
“มาสายไปหน่อยนะ... น้องชาย”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงไปสู่ความมืดมิดในชั้นที่ 13 ไปพร้อมกับผมนะครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 18
ชั้นใต้ดินที่ถูกลืม
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!