กลิ่นผงหมึกร้อนๆ คละคลุ้งผสมกับกลิ่นไหม้จางๆ ของแผงวงจรไฟฟ้าในห้องถ่ายเอกสารมืดทึบ มีเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอเครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชันรุ่นยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่มุมห้อง เมฆยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกักไว้ที่ลำคอ ขณะที่ดวงตาคู่คมกวาดมองแผ่นกระดาษ A4 สีขาวโพลนที่ค่อยๆ ถูกดันออกมาจากช่องรับเอกสารทีละนิดอย่างเชื่องช้า ราวกับมันกำลังจงใจทรมานประสาทสัมผัสของเขาให้พังทลายลงทีละเซนติเมตร
*แกรก... แกรก...*
เสียงกลไกภายในเครื่องจักรทำงานดังก้องในความเงียบสงัดยามวิกาล บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความกดอากาศประหลาดจนหูอื้อ เมฆกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก มือขวาที่กำปากกาไว้แน่นสั่นระเทือนจนแทบควบคุมไม่ได้ เขาไม่ได้กดสั่งพิมพ์อะไรเลยสักนิด—และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ระบบเครือข่ายของออฟฟิศนี้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปตั้งแต่ตอนที่เขาก้าวเท้าลงมาติดอยู่ในชั้นที่ 13 นี้แล้ว
กระดาษแผ่นสุดท้ายหลุดออกจากช่องรับพร้อมกับเสียงกริ่งสัญญาณเตือนเบาๆ ที่ทำเอาเมฆสะดุ้งสุดตัว
เขาก้าวเข้าไปใกล้เครื่องถ่ายเอกสารอย่างระมัดระวัง ฝ่าเท้าเหยียบลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ นิ้วมือสั่นเทาทื่เอื้อมไปหยิบแผ่นกระดาษขึ้นมาพลิกดู ทันทีที่สายตาปะทะกับตัวอักษรหมึกสีดำสนิทที่ยังคงเปียกชื้น ร่างกายของเมฆก็เย็นเฉียบราวกับถูกสาดด้วยน้ำแข็งขั้วโลก
*‘อย่าหันกลับไปมอง... มันไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว’*
ข้อความสั้นๆ แต่ทรงพลังทำเอาสันหลังวาบตื่น หัวใจของเมฆเต้นรัวกระหน่ำจนแทบทะลุออกมานอกอก ความกลัวระดับสัญชาตญาณพุ่งพล่านขึ้นมาเตือนภัย เขารู้สึกได้ถึงความผิดปกติในอากาศ ความชื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน และที่สำคัญที่สุด... กลิ่นน้ำหอมกลิ่นกุหลาบจางๆ ที่ลอยวนเวียนอยู่ใกล้ต้นคอ ทั้งๆ ที่เมื่อครู่ห้องนี้มีแต่กลิ่นผงหมึก
"เมฆ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจดังขึ้นชิดใบหูขวา ลมหายใจเย็นเยียบเป่ารดผิวเนื้อจนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
เมฆกัดฟันแน่น สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง กฎเหล็กของรินผุดขึ้นมาในหัว: *'อย่าตอบสนอง อย่าแสดงความอ่อนแอ และที่สำคัญที่สุด... ห้ามเชื่อเสียงที่ได้ยินในห้องทึบ'* แต่สัญชาตญาณการเอา
ชีวิตรอดกลับกรีดร้องให้เขาขยับเขยื้อน
"นายกำลังทำหน้าโง่ๆ อีกแล้วนะ"
น้ำเสียงเรียบนิ่ง ค่อนไปทางเย็นชาแต่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดริมหน้าต่าง เมฆสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองพร้อมกับยกกระดาษในมือขึ้นป้องกันตัว รินยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย แสงไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ สะท้อนดวงตาสีนิลที่ไร้ประกายความกลัวของเธอ เธอปรายตามองแผ่นกระดาษในมือเมฆแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่น
"เธอยังไม่ไปไหนอีกเหรอ?" เมฆถามเสียงสั่น พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ "เราติดอยู่ที่นี่... และไอ้เครื่องบ้านี่มันพิมพ์ข้อความบ้าๆ นี่ออกมา"
รินไม่ตอบทันที เธอก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้แสงสีฟ้าจากหน้าจอเครื่องพิมพ์ ร่างเพรียวในชุดสูททำงานยับยู่ยี่ดูโดดเดี่ยวท่ามกลางความมืดมิดของออฟฟิศร้าง เธอยื่นมือเรียวบางออกไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาจากมือเมฆอย่างไร้ความเกรงกลัว ดวงตาสีเข้มหรี่ลงขณะกวาดอ่านข้อความสั้นๆ นั้น
"เธอกลัวอะไร?" รินถามเสียงเรียบ ย้อนถามด้วยคำถามที่ทำให้เมฆชะงัก
"เธอก็เห็นนี่! มันเตือนเรา... หรือบางทีมันอาจจะเป็นกับดักของท่านประธาน..." เมฆกระซิบเสียงลอดไรฟัน สายตาเหลือบมองไปทางลำโพงติดผนังที่เงียบสนิท แต่ใครจะรู้ว่ามันกำลังแอบฟังพวกเขาอยู่หรือไม่
รินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เมฆไม่เคยเข้าใจ—รอยยิ้มที่มักจะซ่อนความลับบางอย่างเอาไว้เสมอ
"ท่านประธานไม่ได้ใช้เครื่องพิมพ์เก่าๆ แบบนี้หราหรอกเมฆ..." รินพูดพลางพลิกกระดาษกลับด้าน "เครื่องนี้มันถูกถอดปลั๊กไปตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว... ตั้งแต่วันที่พี่สาวของนายหายตัวไป"
คำพูดนั้นราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางศีรษะ เมฆเบิกตากว้าง ลมหายใจติดขัด "เธอ... เธอว่ายังไงนะ?"
"นายคิดว่าทำไมฉันถึงรู้กฎเหล็กของตึกนี้?" รินหันมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเมฆ แววตาของเธอในตอนนี้ไม่มีความเยชาหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเศร้าสร้อยและคำเตือนที่หนักอึ้ง "เพราะฉันเคยยืนอยู่ตรงจุดที่นายยืนอยู่เมื่อห้าปีที่แล้ว... ในคืนที่พี่สาวของนายพยายามจะหาทางออก"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงเครื่องปรับอากาศที่เคยส่งเสียงฮัมเบาๆ เงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอย ความมืดภายนอกกระจกบานใหญ่เริ่มเคลื่อนไหว เงาร่างนับสิบรูปร่างเริ่มปรากฏลางๆ แนบชิดกระจกจากด้านนอก—พวกมันกำลังมองลงมาจากชั้นที่สูงกว่า หรือบางที... อาจจะกำลังปีนขึ้นมาจากชั้นที่ต่ำกว่า
ก่อนที่เมฆจะได้ซักถามอะไร รินก็คว้าข้อมือเขาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงและเย็นเฉียบจนน่าตกใจ
"อย่าหันหลังกลับไปมองเด็ดขาด..." รินกระซิบเสียงสั่นเครือเป็นครั้งแรก "เพราะตอนนี้... ร่างที่ยืนอยู่ข้างหลังนาย มันไม่ใช่แค่เงาอีกต่อไปแล้ว"
เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้น *เป่ารด* ต้นคอของเมฆอย่างชัดเจน พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยเกินทน—น้ำเสียงของพี่สาวของเขาเองที่หายสาบสูญไปเมื่อห้าปีที่แล้ว
"เมฆ... ช่วยพี่ด้วย..."
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งลงมาในความมืดมิดของชั้นที่ 13 ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 6
จดหมายในเครื่องถ่ายเอกสาร
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!