“อย่าเพิ่งขยับ... ถ้าไม่อยากให้ปอดของแกหลุดออกมาเต้นระบำบนพื้นพรม”
เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งแห้งเสียดสีข้างหูของเมฆ ทันทีที่เขาลืมตาขึ้น ความมืดมิดที่กดทับดวงตาไม่ได้มาจากยามค่ำคืน แต่มันมาจากความเงียบที่หนาแน่นจนแทบจะกลายเป็นของแข็ง เมฆรู้สึกถึงแรงกดทับที่ลำคอ—ปลายปากกาลูกลื่นโลหะถูกกดลงบนเส้นเลือดใหญ่ของเขาอย่างแม่นยำ
“ริน...?” เขาเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงกลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคย กลิ่นที่เป็นสัญลักษณ์ของ ‘ชั้นที่ 13’ เมฆค่อยๆ กวาดสายตาผ่านความมืดมิดของออฟฟิศ พื้นที่กว้างใหญ่ที่เคยเต็มไปด้วยเสียงคีย์บอร์ดและเสียงถอนหายใจของพนักงาน กลับว่างเปล่าสนิท ราวกับว่าตึกทั้งตึกถูกดูดกลืนเข้าสู่มิติที่ไร้ซึ่งลมหายใจ
เมฆขยับมืออย่างระมัดระวัง พบว่าเขายังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวเดิม แต่สภาพแวดล้อมรอบข้างกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะทำงานรอบตัวเขากำลังแสดงผลเป็นตัวอักษรสีแดงสดที่วิ่งวนไม่รู้จบ: *‘เวลาทำงานของคุณยังไม่สิ้นสุด’*
“นี่มันกี่โมงแล้ว” เมฆถามเบาๆ ขณะที่ปลายปากกาที่กดลำคอเขาค่อยๆ ผ่อนแรงลง
“เวลาสำหรับคนตายไม่มีความหมายหรอกนะ เมฆ” รินโผล่ออกมาจากเงามืดด้านหลัง เธอไม่ได้ถือปากกาไว้ในมือแล้ว แต่กลับถือแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำที่เขามั่นใจว่ามันไม่ได้อยู่ที่นี่เมื่อตอนเย็น “นายหลับไปห้านาที... แต่ในตึกนี้ ห้านาทีคือการผ่านไปของทศวรรษ”
เมฆลุกขึ้นยืน ตัวของเขาเซเล็กน้อยเพราะความวิงเวียนที่แล่นพล่านในศีรษะ เขาเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงด้านล่าง แต่ภาพที่เห็นกลับไม่ใช่แสงไฟจากตึกรามบ้านช่องที่ควรจะเป็น สิ่งที่ปรากฏแก่สายตามีเพียงความว่างเปล่าสีเทาขุ่นมัวราวกับหมอกควันหนาทึบที่ปิดกั้นตึกนี้ออกจากโลกภายนอก
“ตึกนี้ถูกตัดขาดแล้ว” เมฆพึมพำ มือของเขาสั่นเทาขณะสัมผัสกับกระจกที่เย็นเฉียบ “ทำไมเรายังอยู่ในนี้ ทำไมทุกคนหายไปไหนหมด”
“ทุกคนไม่ได้หายไปไหน” รินเดินมาหยุดข้างๆ เขา เธอจ้องมองออกไปที่ความว่างเปล่านั้นด้วยสายตาที่ว่างเปล่ากว่า “พวกเขาแค่ถูก ‘คัดออก’ ไปสู่ส่วนลึกที่นายยังไม่เคยย่างกรายเข้าไปถึง พี่สาวของนาย... เมฆ... เธอไม่ได้หายตัวไป เธอแค่ได้รับหน้าที่ใหม่ในฐานะผู้ควบคุมระดับสูงของชั้นที่ 14”
คำพูดของรินราวกับเข็มพิษที่ปักลงกลางใจ เมฆหันขวับมามองเธอ “โกหก พี่ฉันเป็นแค่พนักงานบัญชี!”
“นั่นคือสิ่งที่เธอต้องการให้นายเชื่อ” รินแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความสงสารและสมเพช “นายคิดว่าทำไมกฎเหล็กถึงห้ามออกหลังเที่ยงคืน? ไม่ใช่เพราะผีสางหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะกระบวนการ ‘ปรับโครงสร้างองค์กร’ จะเริ่มต้นขึ้นในเวลานั้น และคืนนี้... นายคือรายชื่อพนักงานดีเด่นที่จะได้รับการ ‘เลื่อนตำแหน่ง’ ถาวร”
ทันใดนั้น เสียงประกาศตามสายที่เงียบหายไปนานก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งชั้น เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่แหบพร่าและก้องกังวานราวกับมาจากก้นบึ้งของบ่อน้ำลึก
*‘เรียน พนักงานทุกท่าน... ถึงเวลาเริ่มงานรอบพิเศษ การตื่นจากนิทราเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสูญเสียตัวตน ท่านประธานรอพบคุณอยู่ที่ห้องโถงกลาง... และกรุณาอย่าพยายามหันหลังกลับ เพราะทางออกที่ถูกปิดตายไปแล้ว ไม่ได้เตรียมไว้สำหรับคนเป็น’*
เมฆรู้สึกถึงความสั่นสะเทือนที่พื้นใต้ฝ่าเท้า มันไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นเสียงของเครื่องจักรขนาดมหึมาที่กำลังเริ่มเดินเครื่องอยู่ใต้ชั้นนี้ พื้นที่เขาเหยียบอยู่เริ่มแตกร้าว เผยให้เห็นแสงสีฟ้าอมม่วงที่เต้นเร่าอยู่ภายในราวกับเส้นเลือดที่กำลังสูบฉีดเลือดของตึก
“เราต้องหนี” เมฆคว้าข้อมือริน แต่เธอกลับสะบัดออกอย่างแรง สายตาของเธอเปลี่ยนไปในเสี้ยววินาที มันไม่ใช่รินคนเดิมที่เขารู้จัก แต่มันเป็นสายตาที่ไร้ก้นบึ้งเหมือนกับสิ่งที่อยู่ในกล้องวงจรปิด
“หนีไปไหนล่ะ เมฆ?” รินก้าวถอยหลังไปในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา “ในเมื่อกุญแจดอกเดียวที่จะไขทางออกนี้ได้... อยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทของนายตั้งแต่วันแรกที่นายก้าวเข้ามาที่นี่ และฉันเอง... ก็คือบททดสอบสุดท้ายของนายก่อนที่จะไปพบท่านประธาน”
รินหยิบมีดคัตเตอร์จากโต๊ะทำงานขึ้นมา ใบมีดสีเงินวาววับสะท้อนแสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ที่ยังคงวิ่งตัวอักษรอย่างบ้าคลั่ง เธอไม่ได้ดูหวาดกลัว แต่เธอกลับดูเศร้าหมองอย่างประหลาด เมฆก้าวถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังที่เริ่มจะกลายเป็นเนื้อหนังที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะหัวใจของตึก
“ฉันไม่อยากฆ่าเธอ ริน” เมฆตะโกน เสียงของเขาแตกพร่า
“ถ้าอย่างนั้นนายก็ต้องตาย” รินพุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ เมฆก้มหลบตามสัญชาตญาณก่อนจะคว้าแฟ้มเอกสารขึ้นมาป้องกันตัว แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่หน้าปกแฟ้มนั้น มันมีรูปถ่ายของเขาสองคน—เขากับพี่สาว—ที่ถูกถ่ายไว้เมื่อ 5 ปีก่อน... ในวันที่พี่สาวเขาหายตัวไป และในรูปนั้น... คนที่ยืนเคียงข้างพี่สาวเขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือตัวเขาเองในชุดสูทสีดำสนิทที่เขากำลังสวมใส่อยู่ในตอนนี้!
เขารีบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทตามที่รินบอก และสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่กุญแจอย่างที่คิด แต่มันคือบัตรประจำตัวพนักงานที่ทำจากโลหะชิ้นหนึ่ง บนบัตรใบนั้นมีชื่อของเขาประทับไว้ด้วยตัวอักษรทองคำนูนเด่นชัด แต่ตำแหน่งงานที่ระบุไว้ไม่ใช่พนักงานบัญชี... มันกลับเขียนว่า ‘ท่านประธานลำดับที่ 1’
ในวินาทีนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องหลังริน มันเป็นฝีเท้าที่เชื่องช้า มั่นคง และกดดันจนเมฆแทบหายใจไม่ออก รินหยุดชะงักและคุกเข่าลงทันทีราวกับคนรับใช้ที่กำลังรอรับเจ้านาย เมฆหันไปมองร่างสูงใหญ่ในเงามืดที่กำลังก้าวผ่านประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนเมฆต้องตัวแข็งทื่อ... มันเป็นเสียงของตัวเขาเองที่กำลังพูดว่า ‘ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ เมฆ’
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ชั้นที่ 13 ไปกับผม "ลิฟต์แก้วชั้นลบ" นะครับ
โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน•ตอนที่ 50
การตื่นจากนิทรา
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง โอทีนรก: ชั้นที่ 13 ห้ามออกหลังเที่ยงคืน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!