หน้าจอสมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานสั่นเบาๆ ในความเงียบงันของห้องควบคุมลับใต้ดิน แสงสีฟ้าสะท้อนลงบนดวงตาคู่สวยที่ไหวระริก พริมพรายรู้สึกเหมือนออกซิเจนในปอดถูกสูบหายไปในเสี้ยววินาที ข้อความจาก Terminal #00 ปรากฏเด่นหรี่อยู่เบื้องหน้า—คอมพิวเตอร์แม่ข่ายตัวเดียวที่ไม่มีใครเข้าถึงได้ นอกจากเธอ... และคณิน
"คุณกำลังสงสัยว่าฉันเป็นคนพิมพ์ หรือคุณกำลังคิดว่าตัวเองพิมพ์มันตอนละเมอคะ คุณคณิน"
เสียงหวานนุ่มทว่าบาดลึกเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศที่อึมครึมจนแทบหายใจไม่ออก พริมพรายเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แววตาของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัว เจืออยู่เพียงความผิดหวังและประกายความท้าทายที่คมกริบราวกับใบมีดโกน
คณินชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปแตะแป้นพิมพ์ ร่างสูงโปรดในชุดสูทเนื้อดีไร้รอยยับนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาหรี่ลงเล็กน้อย เขามองหน้าเธอนิ่งนานราวกับกำลังรันอัลกอริทึมซับซ้อนในหัวเพื่อประเมินความเสียหาย
"ถ้าผมเป็นคนทำ ผมคงไม่โง่พอที่จะทิ้งร่องหลักฐานให้มันฟ้องตัวเองบนหน้าจอหลักหรอกนะครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ฉันหมายถึง ผมคงไม่ทำอะไรสิ้นคิดแบบนั้นแน่" คณินแก้คำพูดตัวเองทันทีเมื่อเห็นรอยยิ้มมุมปากของหญิงสาว น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบสนิทราวกับผิวน้ำในบึงลึกที่ไร้แรงกระกระแทก
"แต่คุณเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์เข้าถึงรูทนี้ร่วมกับฉัน" พริมพรายก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนเหลือเพียงช่องว่างทางอากาศที่อัดแน่นด้วยความตึงเครียด กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นกาแฟเข้มๆ ของเขาปะปนกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอ สร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ขัดแย้งกับสถานการณ์อันตรายเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง "ความไว้ใจในทางตรรกะมันไม่มีอยู่จริงหรอกค่ะคุณคณิน มันเป็นแค่ตัวแปรที่ถูกเซ็ตค่าไว้รอวันพังทลาย"
"ถ้าพูดถึงเรื่องความไว้ใจ คุณต่างหากพริมพราย... ที่ซ่อน Log ไฟล์บางตัวไว้จากผมตั้งแต่สัปดาห์แรก" คณินไม่ถอยหลังหนี เขาก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อลดระยะห่าง โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มเนียน "เราสองคนต่างก็มีห้องใต้ดินในใจกันทั้งคู่... เพียงแต่ของคุณล็อคกุญแจไว้หนาแน่นกว่าผมก็เท่านั้น"
บทสนทนาหยุดชะงักลงเมื่อเสียงแจ้งเตือนจากระบบสำรองไฟดังขึ้น *ตี๊ด...* แสงไฟนีออนสีขาวนวลกะพริบวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัว บ่งบอกถึงการตัดขาดจากระบบภายนอกอย่างสมบูรณ์ ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่ว่างเปล่า มันคือ "ความเงียบที่มีเสียงดัง" เสียงของหัวใจสองดวงที่เต้นผิดจังหวะท่ามกลางซากปรักหักพังของอุดมการณ์ที่กำลังพังครืน
พริมพรายเบือนหน้าหนีสายตารุกไล่นั้น เธอเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังสีเข้มมุมห้อง ความเหนื่อยล้าจากการทำงานข้ามคืนสะสมจนกล้ามเนื้อต้นคอตึง
คณินมองตามร่างบางที่ดูเปราะบางลงถนัดตา ความเย็นชาที่เคยใช้เป็นเกราะกำบังค่อยๆ ร้าวราน เขาถอดสูทตัวนอกออก พับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้น2ทบเผยให้เห็นท่อนแขนแข็งแรง ก่อนจะเดินหายเข้าไปในมุมครัวเล็กๆ และกลับมาพร้อมแก้วกาแฟร้อนสองใบ วางลงตรงหน้าเธอเงียบๆ โดยไม่เอ่ยคำใด
"ฉันไม่กินกาแฟตอนตีสามค่ะ มันรบกวนวงจรการนอน" พริมพรายเอ่ยเสียงเรียบ โดยไม่ยอมเงยหน้ามอง
"แต่มันจำเป็นสำหรับการรักษาความดันโลหิตในภาวะที่ออกซิเจนต่ำ... ในฐานะนักจิตวิทยา คุณน่าจะรู้ดีว่าร่างกายต้องการคาเฟอีนเพื่อดึงสติกลับมาเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ใช่การปฏิเสธความจริงด้วยการหลับตาหนี" คณินทิ้งตัวลงนั่งโซฟาฝั่งตรงข้าม เว้นระยะห่างพอสมควร แต่มวลอารมณ์รอบตัวกลับบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
พริมพรายชะงัก เธอยอมเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาคู่นั้นอ่อนลงวูบหนึ่งเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ดวงตาของชายหนุ่ม เขาเองก็ไม่ได้นอนมาสามวันเต็มเช่นเดียวกับเธอ ความอัจฉริยะ ความเย็นชา และท่าทีที่เหมือนหุ่นยนต์ไร้หัวใจ แท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะป้องกันความกลัวที่จะผิดพลาดซ้ำรอยเดิม... เธอมองทะลุผ่านมันได้ในเสี้ยววินาทีนั้น
"คุณกลัวเหรอคะคุณคณิน..." พริมพรายเอ่ยถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด
คณินชะงัก แก้วกาแฟในมือเกือบสั่น เขาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน แววตาสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะถูกกลบฝังด้วยความนิ่งเรียบตามเดิม
"ผมไม่รู้จักคำว่ากลัว... โค้ดดิ้งไม่มีความกลัว มีแต่บั๊กที่ต้องแก้"
"แต่หัวใจมนุษย์ไม่ใช่โค้ดนะคะ" พริมพรายยื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวแตะลงเบาๆ ที่หลังมือของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะสัมผัสที่อบอุ่นและสั่นเทานิดๆ ทำเอาคณินถึงกับลมหายใจสะดุด เขาไม่ได้ดึงมือหนี ปล่อยให้ปลายนิ้วเย็นเฉียบของเธอส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างเข้ามาในกระแสเลือด "บางครั้ง... การปล่อยให้ระบบมันล่มบ้าง อาจจะดีกว่าการฝืนรันมันต่อไปทั้งๆ ที่ข้อมูลข้างในพังเสียหายไปหมดแล้วก็ได้"
ดวงตาคมกริบของคณินไหวระริกอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก เขามองมือเธอก่อนจะเงยขึ้นมองสบตาคู่สวยที่ฉายแววความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกผิดบาปและความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจตลอดหลายปีพรั่งพรูขึ้นมาจนจุกอก
บรรยากาศระหว่างทั้งคู่เปลี่ยนจากความหวาดระแวง กลายเป็นแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่รุนแรงและบริสุทธิ์อย่างน่าประหลาด โลกภายนอกอาจกำลังวุ่นวาย ธันวาอาจกำลังวางแผนตลบหลังเพื่อฮุบโปรเจกต์นี้ไปครอง และ Terminal #00 อาจซ่อนความลับดำมืดที่ยังไม่ได้เปิดเผย แต่ในพื้นที่แคบๆ ตรงนี้ มีเพียงคนสองคนที่เข้าใจความโดดเดี่ยวของกันและกันอย่างแท้จริง
คณินขยับตัวเข้าหาช้าๆ ระยะห่างลดลงจนเหลือเพียงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดกัน พริมพรายไม่ได้ถอยหนี เธอกลับหลับตาลงช้าๆ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจ
ทว่า...
*กริ๊ก!*
เสียงปลดล็อกประตูด้านนอกดังขึ้นก้องกังวาน ทำลายบรรยากาศสีชมพูหม่นลงในพริบตา!
ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต คณินดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันทันทีเมื่อหันไปมองทางประตูห้องควบคุม พริมพรายหน้าถอดสี รีบกวาดตามองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ตอนนี้... หน้าจอหลักของ Terminal #00 กลับรันข้อความใหม่ขึ้นมาเองแบบเรียลไทม์
*รหัสผ่านถูกถอดถอดโดยบุคคลที่สาม... ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของเกม, คุณพริมพราย*
แสงไฟนีออนในห้องดับวูบลงเหลือเพียงแสงสีแดงฉานจากระบบฉุกเฉิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังเดินตรงเข้ามาใกล้ห้องลับนี้ทีละก้าว... ทีละก้าวอย่างช้าๆ
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 17
ความเงียบที่มีเสียงดัง
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!