อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 16

สถานะที่ไม่ชัดเจน

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
เสียงก๊อกแก๊กของลูกบิดประตูที่ถูกหมุนจากด้านนอก พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกฝ้า—มันคือสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตที่สั่นคลอนโสตประสาทของพริมพรายจนชาดิ่งไปถึงปลายนิ้ว ในเสี้ยววินาทีที่ความเป็นมืออาชีพต้องทำงานแข่งกับอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่าน พริมพรายไม่ได้ถอยหลังหนี แต่เลือกที่จะขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะทำงานของคณินให้มากกว่าเดิม เอกสารสถาปัตยกรรมระบบที่กระจัดกระจายอยู่บนหน้าจอถูกปิดพับด้วยปลายนิ้วเรียวที่มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกก็ตาม "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำทุบลงกลางความเงียบ คณินคว้าข้อมือของเธอไว้ด้วยแรงบีบที่พอเหมาะ ไม่ใช่เพื่อฉุดกระชาก แต่เป็นการส่งสัญญาณผ่านสัมผัสทางกายว่าพวกเขายังคงควบคุมสถานการณ์ได้ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกเหลืออยู่ มีเพียงประกายความคมกริบแบบนักวิเคราะห์ที่กำลังประเมินความเสี่ยงต่อหน้าจอ แกร็ก! ประตูกระจกเปิดผางพร้อมกับร่างของ 'ธันวา' ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับกราดมองไปทั่วห้องราวกับเครื่องสแกนความร้อน ด้านหลังของเขาคือทีมงานฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์อีกสามคนที่ยืนออกันอยู่ตรงกรอบประตูด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความสงสัยใคร่รู้ "ดูเหมือนพวกเราจะมาขัดจังหวะการประชุมลับ... หรือเปล่าครับ?" ธันวาเอ่ยขึ้น รอยยิ้มที่มุมปากไม่ได้ไปถึงดวงตา น้ำเสียงเจือความเยาะหยันบางเบาที่ถูกเคลือบไว้ด้วยมารยาททางสังคมอย่างแนบเนียน เขากวาดสายตามองพริมพรายที่ยืนอยู่ใกล้โต๊ะทำงานของคณินเกินความจำเป็น และหยุดนิ่งอยู่ที่เสื้อสูทของคณินที่ยับย่นเล็กน้อยจากการเผชิญหน้าก่อนหน้านี้ พริมพรายสูดหายใจเข้าลึก1เฮือก ดึงสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมในเวลาไม่ถึงสามวินาที เธอยิ้มรับบางเบา ไม่มีความตื่นกลัวหรือพิรุธปรากฏให้เห็นแม้แต่น้อย "ถ้าคุณธันวาหมายถึงการถอดรหัสตรรกะพฤติกรรมผู้ใช้เวอร์ชันล่าสุดที่คุณคณินเพิ่งแก้โค้ดเสร็จเมื่อกี้นี้ล่ะก็... ใช่ค่ะ พวกเรากำลังประชุมกันอย่างเข้มข้นทีเดียว จนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าพวกคุณเลย" พริมพรายตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทอดเสียงยาวอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาถือไว้เพื่อสร้างระยะห่างเชิงพื้นที่ คณินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยอย่างใช้ความคิด เขารู้ดีว่าคำแก้ตัวของพริมพรายแนบเนียนเพียงใด แต่สำหรับธันวา... คนที่จ้องจะจับผิดและหาช่องทางฮุบโปรเจกต์นี้มาตลอด ย่อมไม่อดทนรอฟังคำอธิบายที่ฟังไม่ขึ้นเป็นแน่ "การประชุมเชิงวิชาการ... ที่ต้องปิดประตูกระจกทึบแสง และใช้เสียงกระซิบแทนการพูดคุยปกติสินะครับ" ธันวาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะปนกับบรรยากาศที่ตึงเครียดในห้อง "ผมก็นึกว่าโปรเจกต์นี้ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมและข้อมูลเชิงประจักษ์เสียอีก ไม่คิดเลยว่านักจิตวิทยาและหัวหน้าทีมวิศวกร จะต้องใช้ 'วิธีสื่อสาร' ที่ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ในการทำงานร่วมกัน" คำพูดสองแง่สองง่ามนั้นพุ่งเป้ามาที่ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่โดยตรง บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น ทีมงานที่ยืนอยู่ด้านหลังเริ่มส่งเสียงกระซิบกระซาบกันเบาๆ สายตาที่มองมายังพริมพรายและคณินเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามและความเคลือบแคลงใจ ในฐานะนักจิตวิทยา พริมพรายอ่านภาษากายของทุกคนในห้องออกอย่างทะลุปรุโปร่ง รอยยิ้มมุมปากของธันวาบอกชัดเจนว่าเขากำลังสนุกกับการสร้างสถานการณ์ให้พวกเขาตกเป็นจำเลยของสังคมองค์กร การมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวระหว่างเพื่อนร่วมงานในโปรเจกต์สำคัญระดับเรือธง คือจุดจบทางอาชีพที่ฝ่ายบริหารไม่อภัยให้เด็ดขาด เพราะมันหมายถึงความลำเอียงและการรั่วไหลของข้อมูล "คุณธันวากำลังพูดถึงเรื่องอะไรคะ?" พริมพรายเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ความนิ่งสงบในแววตาของเธอทำให้ธันวาชะงักไปเล็กน้อย "ถ้าคุณสงสัยในประสิทธิภาพของการทำงานร่วมกันระหว่างฉันกับคุณคณิน คุณสามารถขอดูรายงานการประเมินความเสี่ยงทางพฤติกรรมที่ฉันเพิ่งส่งเข้าอีเมลกลางของบริษัทได้เลยค่ะ เราทำงานกันบนพื้นฐานของข้อมูล ไม่ใช่จินตนาการ" "บางที... ข้อมูลมันก็อาจจะถูกบิดเบือนได้นะครับ ถ้าคนที่ถือข้อมูลมีความสัมพันธ์ที่... ใกล้ชิดกันเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน" ธันวาจงใจเน้นเสียงหนักที่คำว่าใกล้ชิด สายตาคมกริบมองสลับระหว่างพริมพรายกับคณิน คณินที่นั่งนิ่งฟังมานาน ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากรัศมีของวิศวกรอัจฉริยะผู้เยือกเย็นแผ่ขยายออกจนทุกคนในห้องต้องเผลอถอยหลังไปคนละก้าว เขามองธันวาด้วยสายตาที่ว่างเปล่าไร้ความรู้สึก ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่กำลังบินวนอยู่รอบกองไฟ "ถ้าสมองของคุณธันวาว่างพอที่จะมานั่งวิเคราะห์เรื่องส่วนตัวของคนอื่น..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่ทว่าบาดลึกและทรงพลัง "ผมแนะนำให้เอาเวลาไปตรวจสอบโค้ดโมดูลที่สามที่คุณรับผิดชอบอยู่ดีกว่าครับ เพราะตอนนี้ระบบกำลังส่งสัญญาณเตือนเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลรั่วไหล... และคนที่น่าสงสัยที่สุด ก็ยืนอยู่ตรงหน้าผมนี่เอง" ประโยคนั้นทำให้สีหน้าของธันวาเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเยาะเย้ยหายวับไปจากใบหน้า ดวงตาของนักลงทุนหนุ่มไหววูบด้วยความตกใจแต่ก็รีบซ่อนมันไว้อย่างรวดเร็ว พริมพรายเหลือบมองคณินด้วยความทึ่ง เธอรู้ทันทีว่าเขากำลังใช้การโจมตีกลับเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น และปกป้องขอบเขตความเป็นส่วนตัวของพวกเขาจากสายสืบของธันวา แต่มันไม่ใช่แค่การเบี่ยงเบนธรรมดา... สายตาของคณินที่ส่งผ่านมายังเธอมันมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ "หมายความว่ายังไงครับ?" ธันวาเสียงแข็งขึ้น กลบเกลื่อนความพิรุธ "หมายความว่า..." คณินก้าวเท้าเข้าไปประชิดธันวาจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษบนโต๊ะขึ้นมาเปิดออก แล้วยื่นหน้าจอแท็บเล็ตให้ธันวาดูเต็มตา "นี่คือ Log การเข้าถึงเซิร์ฟเวอร์หลักเมื่อคืนนี้ตอนตีสอง... มีการพยายามดาวน์โหลดฐานข้อมูลผู้ใช้โดยใช้คีย์การเข้าถึงที่เป็นสิทธิ์ระดับผู้บริหารของคุณธันวาเองครับ" บรรยากาศในห้องดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ทีมงานด้านหลังต่างอ้าปากค้าง ธันวามองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ความพยายามที่จะดิสเครดิตพริมพรายและคณินเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตาเมื่อหลักฐานชิ้นสำคัญถูกเปิดโปงต่อหน้าพยานหลายคน พริมพรายลอบถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก เธอมองแผ่นหลังกว้างของคณินที่ยืนบังเธอไว้จากสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนอื่น ความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งและซับซ้อนกว่าเดิมกำลังก่อตัวขึ้นในใจของเธอ—เขาไม่ได้เป็นแค่นักเขียนโค้ดที่ไร้หัวใจอย่างที่ใครเข้าใจ แต่เขาคือคนที่ปกป้องเธอได้อย่างเฉียบขาดที่สุดในยามวิกฤต ธันวากัดฟันกรอด กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปーン เขาปรายตามองพริมพรายและคณินด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินกระแทกเท้าออกจากห้องไปพร้อมกับลูกน้องอย่างจำยอม ประตูห้องกระจกปิดลงตามหลังความเงียบงันที่กลับคืนมา เมื่อปลอดคน คณินจึงหันกลับมามองพริมพราย ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่ได้เย็นชาเหมือนเคย แต่มันมีความอ่อนโยนระคนความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่บริเวณปกเสื้อของเธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นเบาหวิวแต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนในอกของพริมพรายอย่างรุนแรง "คุณไม่ควรเอาตัวเข้ามาเสี่ยงยืนบังข้างหน้าผมเมื่อกี้" คณินเอ่ยเสียงนุ่ม เป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินน้ำเสียงแบบนี้จากเขา "และคุณก็ไม่ควรเปิดไพ่ใบใหญ่ใส่ธันวาเร็วเกินไป... เรายังไม่มีหลักฐานมัดตัวเขาแน่นพอที่จะเล่นงานเขาได้ทั้งหมดนะคะ" พริมพรายเถียงกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงจางๆ จากระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินขอบเขตงานที่พวกเขากำลังเถียงกันอยู่ คณินมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกนิด จนลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟเจือจางปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ "บางครั้ง... การเปิดไพ่เร็วเกินไป ก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ผมรู้ว่า... คุณยังเลือกที่จะยืนอยู่ข้างผมหรือเปล่า" พริมพรายชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตมองสบเข้าไปในนัยน์ตาคู่คมที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณที่เธอปฏิเสธไม่ได้ หัวใจที่เคยถูกตั้งโปรแกรมให้ระมัดระวังตัวอยู่เสมอกำลังรวนเรจนระบบอัลกอริทึมในหัวแทบจะพังทลาย ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันระหว่างพวกเขากำลังหวานล้ำและอันตรายถึงขีดสุด เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะก็ดังขึ้น "ติ๊ด!" เสียงนั้นทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในเสี้ยววินาที คณินขมวดคิ้ว หันขวับกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏหน้าต่างสีแดงฉานขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ข้อความสั้นๆ บนหน้าจอทำให้แววตาสีเข้มของเขากลับมาเคร่งเครียดดุดันอีกครั้ง *“System Override: Unauthorized access detected from Terminal #00 (Root Directory).”* พริมพรายหน้าถอดสีทันทีเมื่ออ่านข้อความนั้น Terminal #00 คือคอมพิวเตอร์แม่ข่ายตัวเดียวในห้องควบคุมลับใต้ดิน... ห้องที่ไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้ นอกจากตัวเธอและคณินตั้งแต่เริ่มต้นโปรเจกต์นี้เท่านั้น! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและเดินทางผ่านอัลกอริทึมหัวใจนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%