อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 15

ความเปราะบางภายใต้ชุดสูท

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
"ดูเหมือนว่าคุณจะลืมไปนะ... ว่าฉันไม่เคยเซ็นสัญญาขายสิทธิ์ขาดในอัลกอริทึมชุดนี้ให้คุณเลยสักฉบับ" ประโยคสุดท้ายจากสายโทรศัพท์เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคณิน ทว่าในเวลานี้ หน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอตรงหน้ากลับสำคัญกว่าเสียงขู่กรรโชกของธันวาเป็นร้อยเท่า แสงสีฟ้าอมเขียวจากบรรทัดโค้ดนับพันบรรทัดสาดสะท้อนลงบนกรอบแว่นสายตาและใบหน้าที่เริ่มปรากฏร่องรอยความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน นาฬิกาดิจิทัลมุมขวาบนของจอภาพฟ้องเวลาตีสามสิบหนาวเหน็บ ห้องทำงานส่วนตัวในยามวิกาลเงียบสงัดจนได้ยินเสียงพัดลมระบายความร้อนของเซิร์ฟเวอร์ส่งเสียงคำรามเบาๆ ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกระหายเลือด คณินในยามนี้ไม่มีคราบของวิศวกรซอฟต์แวร์ผู้เย่อหยิ่งและไร้ที่ติหลงเหลืออยู่เลย กระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิร์ตสีขาวถูกปลดออก เนกไทถูกดึงให้หลวมอย่างไร้ระเบียบ และเรือนผมที่มักจะถูกเซ็ตไว้อย่างเนี้ยบเป๊ะตอนนี้กลับยุ่งเหยิงจากการที่เจ้าตัวใช้มือสางมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความหงุดหงิด *Bug* หรือข้อผิดพลาดในระบบตรรกะเชิงพฤติกรรมที่เขาเขียนขึ้นเพื่อจำลองการตัดสินใจของมนุษย์กำลังรั้น ยิ่งแก้ ยิ่งพันกันยุ่งเหยิงราวกับด้ายกลุ่มใหญ่ที่ถูกแมวตะกุย ประตูกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออกแผ่วเบาโดยไม่มีเสียงเตือน พริมพรายก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับถ้วยกระดาษบรรจุกาแฟดำร้อนกรุ่น เธอยังคงสวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มจากช่วงค่ำ แต่เสื้อสูทตัวนอกถูกพาดไว้บนท่อนแขนเรียว เผยให้เห็นเสื้อเชิร์ตผ้าไหมสีนวลด้านใน ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนกวาดมองสภาพความโกลาหลย่อมๆ บนโต๊ะทำงาน ที่มีทั้งกระดาษโน้ตยับยู่ยี่ แก้วกาแฟเปล่าสามใบวางระเกะระระกะ และตัวตนของชายหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตรรกะเหนือสิ่งอื่นใด กำลังนั่งหลังค่อมอย่างไร้สง่าราศี "ถ้าคุณยังบังคับให้สมองส่วนหน้าประมวลผลต่อด้วยกาแฟแก้วที่สี่ในรอบคืนนี้ ฉันเกรงว่าอัลกอริทึมตัวถัดไปที่คุณต้องสร้าง คงจะเป็นโปรแกรมกู้ชีพสำหรับตับอ่อนของคุณเองนะคะ" พริมพรายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงรอยยانเย้าแหย่บางเบา เธอก้าวเข้าไปใกล้ วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะห่างจากแป้นพิมพ์พอสมควรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ก่อนจะดึงเก้าอี้ล้อเลื่อนอีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ คณินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมอง ปลายนิ้วเรียวยาวบนแป้นพิมพ์ยังคงรัวรวดเร็วราวกับดีดเปียโนในบทเพลงอันเกรี้ยวกราด "ผมไม่มีเวลามาเล่นมุกตลกกับคุณหพริมพราย ธันวากำลังเคลื่อนไหว... และถ้าผมแก้บัฟเฟอร์โอเวอร์فلوนี้ไม่ได้ก่อนรุ่งสาง โปรเจกต์ทั้งหมดที่เราสร้างมาจะกลายเป็นเศษกระดาษที่ไร้ค่าทันที" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดจนเกือบจะเป็นการคำรามต่ำในลำคอ พริมพรายไม่ได้ตอบโต้ด้วยการเถียงกลับตามนิสัยของเธอ เธอเพียงแค่หันไปมองหน้าจอที่มีชุดคำสั่งวิ่งผ่านด้วยความเร็วสูง ในฐานะนักจิตวิทยาเชิงพฤติกรรม เธอย่อมรู้ดีว่าเวลานี้ตรรกะอันแข็งกระด้างของคณินกำลังเผชิญหน้ากับกำแพงที่เรียกว่า "ขีดจำกัดของมนุษย์" เธอยื่นมือออกไปอย่างนุ่มนวล ปลายเรียวนิ้วแตะลงที่ข้อมือของเขาที่กำลังจะกดแป้นพิมพ์คำสั่งรีเซ็ตระบบ การสัมผัสเพียงเล็กน้อยนั้นทำให้คณินสะดุ้งราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อต เขาชะงัก ปลายนี้วค้างเติ่งกลางอากาศ ดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นหันขวับมาจ้องมองเธอด้วยแววตาตื่นตัวและดุดันในคราวแรก ก่อนที่ความแข็งกร้าวเหล่านั้นจะค่อยๆ พังทลายลง เมื่อเขาเห็นประกายตาที่นิ่งสงบและเต็มไปด้วยความเข้าใจของหญิงสาว "หยุดก่อนค่ะ คณิน" เธอกระซิบ เสียงนุ่มนวลราwithเสียงกระซิบของสายลม "คุณไม่ได้กำลังแก้โค้ด... คุณกำลังลงโทษตัวเอง" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณรู้อะไรพริมพราย? คุณเป็นนักจิตวิทยา คุณมองคนออกทะลุปรุโปร่ง... งั้นบอกผมทีสิว่าทำไมทุกครั้งที่ผมเข้าใกล้ความสมบูรณ์แบบ มันถึงมักจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของความผิดพลาดโง่ๆ แบบนี้เสมอ?" นั่นคือครั้งแรก... ครั้งแรกที่พริมพรายได้เห็นรอยร้าวภายใต้ชุดสูทราคาแพงและท่าทีเย่อหยิ่งราวกับหุ่นยนต์ไร้หัวใจของเขา หัวไหล่กว้างที่เคยผึ่งผายห่อเข้าหากันเล็กน้อย ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมาสะท้อนความเหนื่อยล้าทางจิตวิญญาณที่สะสมมานานแรมปี แววตาของคณินในวินาทีนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเปราะบางของเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่แบกรับความคาดหวังและตราบาปจากความล้มเหลวในอดีตไว้จนหลังแทบหัก พริมพรายนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ความรู้สึกดึงดูดทางจิตวิญญาณที่ทั้งคู่ต่างพยายามปฏิเสธมาตลอด บัดนี้กลับเด่นชัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันและเงียบงัน "ความผิดพลาดไม่ใช่บั๊กของชีวิตหรอกค่ะคณินนะคะ..." พริมพรายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้จางๆ จากตัวเธอลอยละล่องเข้ามาปะปนกับกลิ่นกระดาษและกาแฟ "แต่มันคือโค้ดบรรทัดสำคัญที่สุด... ที่ทำให้เราได้รู้ว่าเรายังเป็นมนุษย์ ไม่ใช่แค่ชุดคำสั่งที่ถูกเขียนขึ้นมาให้ทำตามคำสั่งอย่างไร้ความรู้สึก" คณินมองเธอนิ่งนาน ราวกับกำลังประมวลผลคำพูดเหล่านั้นผ่านอัลกอริทึมในใจที่พังยับเยิน ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ แล้วปล่อยให้ลมหายใจอุ่นร้อนถูกผ่อนออกมาอย่างยาวนาน เป็นครั้งแรกที่เขาเลือกที่จะไม่โต้แย้ง หรือใช้ตรรกะใดๆ มาหักล้าง ห้องทำงานกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทว่าความเงียบในตอนนี้ไม่ใช่ความอึดอัดที่เต็มไปด้วยการชิงไหวชิงพริบเหมือนเช่นเคย แต่มันคือพื้นที่ปลอดภัยอันเปราะบางที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างคนสองคนที่ยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ พริมพรายถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเลื่อนแก้วกาแฟเข้ามาใกล้เขาอีกนิด พร้อมกับจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายบรรยากาศที่ลึกซึ้งเกินไปนี้ ทันGนนั้นเอง... เสียงกริ่งสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยส่วนกลางของอาคาร ก็ดังแหวกความเงียบขึ้นอย่างกะทันหัน แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องวับวาบเข้ามาผ่านกระจกฝ้าหน้าห้องทำงาน บนหน้าจอคอมพิวเตอร์หลักที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ บรรทัดโค้ดทั้งหมดที่พวกเขาเฝ้าทะนุถนอมและปกป้องมาตลอดคืน กลับถูกแทนที่ด้วยข้อความขนาดใหญ่เพียงบรรทัดเดียวที่กระพริบช้าๆ เป็นจังหวะ *‘System Override: Data transferred successfully to unknown IP address.’* คณินลืมตาโพลง ความอ่อนล้าทั้งหมดหายเป็นปลิดทิ้ง แววตาสีเข้มกลับมาลุกโชนด้วยประกายแห่งความตกใจและโทสะระคนกัน ขณะที่พริมพรายหันขวับไปมองที่ประตูห้องด้วยความรู้สึกเย็นวาบสันหลังวาบ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเร่งรีบก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูกระจกของพวกเขา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในมิติที่ซับซ้อนของหัวใจและตรรกะกับแสงดาวพร่างพราว แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%