อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 7

คำถามที่ไม่มีคำตอบ

ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากเพดานห้องประชุมไร้หน้าต่าง สะท้อนลงบนผิวหน้าจอสมาร์ตโฟนจนเกิดประกายแสงวาววับ พริมพรายรู้สึกราวกับอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับตัวหนังสือและลายเซ็นดิจิทัลบนเอกสารฉบับนั้น ข้อมูลในอีเมลนิรนามไม่ได้เป็นเพียงแค่จดหมายบอกเล่า แต่มันคือภาพถ่ายสำเนาสัญญาโอนสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา ที่ระบุชื่อผู้ถือครองอัลกอริทึมหลักอย่างชัดเจน—และชื่อนั้นไม่ใช่ของคณิน ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นใสไหวระริก เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงาน คณินยังคงรักษาท่าทีนิ่งขรึม ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้มเช่นเคย ดวงตาสีนิลคู่นั้นสะท้อนความเย็นชาและตรรกะที่ถูกคำนวณไว้อย่างแม่นยำ เขากำลังจ้องมองเธอด้วยความสงสัยระคนรำคาญใจ ที่จู่ ๆ การประชุมวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ใช้งานต้องหยุดชะงักลงอย่างไร้เหตุผล "คุณกำลังมองอะไรแบบนั้น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม คณินขยับตัวเล็กน้อย ร่างสูงสง่าในชุดสูทราคาแพงดูโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศที่เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ "ถ้าคุณจะใช้เวลาในห้องนี้จ้องหน้าผมเพื่อหาช่องว่างทางจิตวิทยา เกรงว่าคุณคงจะเสียเวลาเปล่า พริมพราย... โค้ดของผมไม่มีจิตใต้สำนึกให้คุณมานั่งวิเคราะห์หรอกนะ" พริมพรายกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นิ้วเรียวที่ถือสมาร์ตโฟนสั่นน้อย ๆ จนต้องกำเครื่องไว้แน่น ความรู้สึกขัดแย้งตีรวนอยู่ในอก ทฤษฎีจิตวิทยาที่เธอพยายามพร่ำสอนเขามาตลอดหลายสัปดาห์—ทฤษฎีที่บอกว่ามนุษย์ขับเคลื่อนด้วยความกลัว ความต้องการ และความเปราะบาง—กำลังถูกท้าทายอย่างรุนแรงด้วยหลักฐานชิ้นนี้ โค้ดที่เขาภูมิใจนักหนา โค้ดที่เขาแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและเวลาทั้งชีวิต กำลังจะถูกพรากไปโดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ "บางที..." พริมพรายสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ "สิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่การที่โค้ดไม่มีจิตใต้สำนึกหรอกค่ะคุณคณิน... แต่คือการที่มนุษย์ผู้สร้างมันขึ้นมา กลับเชื่อมั่นในระบบตรรกะมากเกินไป จนมองไม่เห็นว่าใครกำลังถือมีดรออยู่ข้างหลังต่างหาก" คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนาอย่างรวดเร็ว เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้พริมพรายได้กลิ่นอายจาง ๆ ของโคโลญจ์ผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟดำ—กลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ของความจริงจังและบ้างาน "คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอีกแล้ว พริมพราย" คณินทอดเสียงต่ำลง แฝงแววหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบัง "คุณมักจะชอบพูดจาเป็นปริศนาเสมอเวลาที่คุณหาเหตุผลทางตรรกะมาหักล้างผมไม่ได้ นี่เป็นวิธีทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งในการเบี่ยงเบนประเด็นหรือเปล่า? ถ้าใช่... มันน่าเบื่อมากนะ" พริมพรายสบตากับเขา นัยน์ตาคู่สวยฉายแววเจ็บปวดและเวทนาในเวลาเดียวกัน ผู้ชายคนนี้ฉลาดเป็นกรดในโลกของอัลกอริทึม แต่กลับไร้เดียงสาอย่างยิ่งในเกมอำนาจของมนุษย์ เธอยื่นสมาร์ตโฟนหน้าจอแสดงภาพสัญญาฉบับนั้นไปตรงหน้าเขา ช้า ๆ ทว่ามั่น1คง "ลองอ่านดูสิคะ... ด้วยตรรกะที่คุณเชื่อมั่นนักหนา" คณินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ เขาก้มลงมองหน้าจอตามคำบอก ปลายนิ้วเรียวยาวชะงักค้างกลางอากาศ วินาทีแรก ดวงตาสีนิลฉายแววเรียบเฉย แต่เพียงเสี้ยววินาทีต่อมา รูม่านตาก็ขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลมหายใจของวิศวกรหนุ่มสะดุดไปชั่วขณะเมื่อสมองประมวลผลข้อมูลชุดใหม่ที่ขัดแย้งกับความเป็นจริงทั้งหมดที่เขาเคยเชื่อมั่น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมกว้างในทันที ไม่มีเสียงพูดคุย ไม่มีเสียงคลิกเมาส์ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว คณินจ้องมองตัวอักษรบนหน้าจอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลายเซ็นดิจิทัลที่ปรากฏอยู่มุมล่างขวาของเอกสาร—ลายเซ็นที่คุ้นเคยเสียยิ่งกว่าอะไร เพราะมันคือลายเซ็นของบุคคลที่เขาไว้วางใจที่สุดในบริษัท คนที่คอยสนับสนุนทุนและการจัดการมาตลอดหลายปี "ธันวา..." คณินพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบจากความฝันที่แตกสลาย สีหน้าเย็นชาเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าชั่วขณะ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความกรุ่นโกรธที่แผ่ซ่านออกมาจากแววตาคู่นั้นอย่างน่ากลัว พริมพรายมองปฏิกิริยาของเขาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน เธอย่อมรู้ดีว่าทฤษฎีจิตวิทยาที่เธอพยายามสอนเขามาตลอด—เรื่องความเปราะบางของความไว้วางใจ—บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงอันโหดร้ายที่กระแทกเข้าใส่หน้าเขาอย่างจัง "ตอนนี้..." พริมพรายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เฉียบคม ทอดสายตามองลึกลงไปในดวงตาที่กำลังสั่นไหวของเขา "คุณยังคิดอยู่ไหมคะ ว่าอัลกอริทึมสามารถปกป้องคุณจากความโลภของมนุษย์ได้?" คณินเงີยบไปนาน เขามือไม้เย็นเฉียบโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนกำลังกัดกินขั้วหัวใจ ตรรกะทุกบรรทัด โค้ดนับล้านบรรทัดที่เขาเขียนขึ้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ กลับถูกเปลี่ยนเป็นสินค้าซื้อขายในตลาดมืดโดยคนที่นั่งร่วมโต๊ะประชุมกับเขามาโดยตลอด เขานึกย้อนไปถึงคำพูดหลาย ๆ ประโยคของธันวาในอดีต—คำพูดที่แฝงด้วยรอยยิ้มและความหวังดีปลอม ๆ ที่เขาเคยปัดตกไปเพราะคิดว่าเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาพริมพรายอีกครั้ง แววตาที่เคยหยิ่งผยองและมั่นใจในตัวเองบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนระคนรำคาญใจที่ต้องยอมรับความจริง "คุณ... รู้เรื่องนี้มาก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหม?" คณินเค้นเสียงถาม รatุมล่านตาเข้มขึ้นด้วยความไม่ไว้วางใจ แม้จะรู้ว่าเธอก็เพิ่งเห็นพร้อมกับเขาจากอีเมลฉบับนั้นก็ตาม "ฉันเพิ่งเห็นพร้อมกับคุณนี่แหละค่ะ" พริมพรายตอบทันควัน น้ำเสียงจริงจังไร้พิธีรีตอง "แต่สิ่งที่ฉันรู้ก่อนคุณ... คือมนุษย์เรามักจะมองหาเหตุผลทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายความโหดร้ายของจิตใจมนุษย์เสมอ เพราะเรากลัวความจริงที่ว่า... เราไม่เคยควบคุมอะไรได้เลยต่างหาก" คณินขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความโกรธแค้นพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด เขาหันหลังให้พริมพราย ก้าวเท้าฉับ ๆ ไปที่ประตูกระจกบานใหญ่ หมายจะออกไปสะสางบัญชีแค้นกับคนที่หักหลังเขาในทันที มือหนาเอื้อมไปควσόบลูกบิดประตูและกระชากมันเปิดออกอย่างแรง ทว่า—ก้าวแรกที่ประตูกูเปิดออก ร่างของบุคคลที่พวกเขากำลังพูดถึงก็ยืนยันปรากฏกายขึ้นตรงหน้าพอดี ธันวายืนยันรอยยิ้มบางเบาบนใบหน้าหล่อเหลา ทว่าดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องบางไว้หลวม ๆ ราวกับจงใจมารอเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการปิดฉากละครฉากนี้ "อ้าว คณิน..." ธันวาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "หน้าตาดูเคร่งเครียดจังนะ ประชุมเรื่องโค้ดไปถึงไหนแล้วล่ะ? หรือว่า... มีอีเมลน่าสนใจส่งมาหาพวกคุณเข้าซะแล้วล่ะ?" คณินชะงักค้างอยู่กับที่ ร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความตึงเครียดในอากาศพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตาเดียว ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในโลกแห่งอัลกอริทึมและหัวใจนี้ด้วยกันค่ะ
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%