กลิ่นไอน้ำมันเครื่องผสมผสานกับความร้อนจัดของแผงเซิร์ฟเวอร์ระบายความร้อน ลอยอวลอยู่ในห้องควบคุมระบบใต้ดินที่ไร้หน้าต่าง เสียงพัดลมระบายความร้อนนับร้อยตัวคำรามก้องราวกับฝูงสัตว์ป่าที่กำลังตื่นตระหนก แสงไฟสีแดงฉานจากหน้าจอสถานะฉุกเฉินกะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับเต้นตามชีพจรที่เต้นเร้าอยู่ในอกของพริมพราย
คณินชะงักค้างอยู่กับที่ ร่างสูงใหญ่หยุดนิ่งราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความตึงเครียดในอากาศพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดในชั่วพริบตาเดียว แว่นตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟสีแดงจากหน้าจอหลัก เผยให้เห็นนัยน์ตาคู่คมที่ไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะดึงสกลับคืนสู่ความนิ่งงันอันเป็นเกราะกำบัง
"คุณถอดปลั๊กมันไม่ได้ พริมพราย"
เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมา มันไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นคำสั่งเด็ดขาดที่ซ่อนความสั่นพร่าไว้ภายใต้ความเย็นชา
พริมพรายไม่ถอย เธอยืนเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงไม่ถึงคืบ ปลายนิ้วเรียวยังคงค้างอยู่เหนือคานโยกสวิตช์ตัดกระแสไฟฉุกเฉิน ภาษากายของเธอบ่งบอกถึงความแน่วแน่ ไหล่ตั้งตรง คางเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของวิศวกรหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตรรกะ
"ถ้าเราไม่ตัดไฟตอนนี้ อัลกอริทึมที่เรียนรู้พฤติกรรมมนุษย์ของคุณจะกินหน่วยความจำทั้งหมด แล้วระบบจะรีเซ็ตตัวเอง ลบข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้งานสามล้านคนทิ้งถาวร" พริมพรายสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีด "คุณเลือกจะรักษาโค้ดที่ไร้ชีวิต หรือจะรักษาความจริงที่ว่า มนุษย์เราไม่ได้ทำงานด้วยตรรกะศูนย์กับหนึ่งเสมอไปคะ, คุณคณิน"
คณินขบกรามแน่น สันกรามคมสันนูนเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด มือหนากำเข้าหากันจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาไม่ได้มองหน้าเธอ แต่มองไปที่หน้าจอแสดงผลโค้ดบรรทัดสุดท้ายที่กำลังร,ร,รันอย่างบ้าคลั่ง
"คุณไม่เข้าใจ... โค้ดชุดนั้นคือความสมบูรณ์แบบ มันไม่มีที่ว่างให้ความผิดพลาดของมนุษย์เข้ามาแทรกแซง" เขาเค้นเสียงลอดไรฟัน
"แต่ความผิดพลาดพวกนั้นแหละค่ะ ที่ทำให้โปรเจกต์นี้มีลมหายใจ" พริมพรายก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นกายสะอาดเจือความเครียดลอยแตะจมูกเขา "จำคืนที่เราถกเถียงกันเรื่องฟังก์ชันการตอบสนองอารมณ์ได้ไหมคะ? คุณบอกว่ามนุษย์คาดเดาไม่ได้ แต่คุณลืมไปว่า... ความคาดเดานี่แหละคือหัวใจของจิตวิทยา"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก เสียงพัดลมเซิร์ฟเวอร์ยังคงคำรามก้อง แต่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับเธอกลับเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน คณินก้มมองหญิงสาวที่กล้าต่อรองกับเขาอย่างไม่เกรงกลัว นัยน์ตาคมกริบฉายแววซับซ้อน—มีความหงุดหงิด ความจำยอม และบางสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นปะปนกันอยู่
ในเสี้ยววินาทีที่วิกฤตกำลังจะเกินเยียวยา คณินไม่ได้ผลักเธอออก มือใหญ่เอื้อมทาบทับลงบนหลังมือเรียวที่กุมคานสวิตช์อยู่ ความอุ่นร้อนจากฝ่ามือของเขาถ่าย —ผ่านผิวสัมผัสเย็นเฉียบ ส่งผ่านความสั่นไหวบางอย่างเข้ามาในใจของพริมพราย
"ถ้าเราจะตัดไฟ..." เสียงของคณินอ่อนลงอย่างน่าประหลาด แต่นัยน์ตายังคงดุดัน "เราต้องทำพร้อมกัน... เพื่อไม่ให้ระบบเสียหายเกินกู้คืน"
พริมพรายเงยหน้าขึ้นสบตาเขา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัวเซิร์ฟเวอร์ล่ม แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินมาตรฐานทางวิชาชีพ เธอยิ้มรับบางๆ ที่มุมปาก "ตกลงค่ะ... นับสามนะ"
"หนึ่ง..." คณินเริ่ม
"สอง..." พริมพรายประสานสายตารับ
"สาม"
ทั้งคู่กดน้ำหนักลงพร้อมกัน เสียงตัดกระแสไฟดัง *ปัง!* สนั่นหวั่นไหว ตามด้วยความมืดมิดที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่ไฟสำรองสีนวลจะติดขึ้นแทนที่แสงสีแดงอันด્રาน พัดลมเซิร์ฟเวอร์ค่อยๆ ลดรอบลงจนเงียบสงบ
ระบบหยุดทำงานอย่างสมบูรณ์ ทว่า... ท่ามกลางความโล่งอกที่แผ่ซ่าน คณินยังคงไม่ยอมปล่อยมือออกจากทับหลังมือของพริมพราย สายตาของเขากวาดมองริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตาเธอนิ่งนาน
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริง พริมพราย" เขาเอ่ยเสียงพร่า
"และคุณก็หัวดานยิ่งกว่าหินผาค่ะ, คุณคณิน" เธอตอบสวนทันควันโดยไม่คิดจะหลบสายตา รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นบนใบหน้าสวย
ก่อนที่บทสนทนาเชิงจิตวิทยาระหว่างคนทั้งสองจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงปรบมือเบาๆ และฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาจากมุมมืดของทางเดิน ก็ทำลายความเงียบงันลงทันที
"ช่างเป็นภาพที่... น่าประทับใจเสียจริงครับ วิศวกรผู้เย็นชากับนักจิตวิทยาผู้พิทักษ์หัวใจมนุษย์"
เงาร่างของธันวาปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว รอยยิ้มเยือกเย็นพาดอยู่บนใบหน้าของนักลงทุนหนุ่มผู้ทะเยอทะยาน ในมือของเขาถือแฟลชไดรฟ์สีดำสนิทชิ้นเล็กๆ ที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนเป็นความหนยะเหน็บขึ้นมาทันที
คณินขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เห็นหน้าธันวา ร่างสูงขยับตัวบังพริมพรายไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ "คุณเข้ามาที่นี่ได้ยังไง ระบบความปลอดภัยถูกล็อกไว้"
ธันวาหัวเราะในลำคอ ดวงตาเรียวรีมองเลยผ่านไหล่ของคณินไปยังหน้าจอหลักที่เพิ่งดับลง "ความปลอดภัยเหรอครับ? คณิน... คุณมัวแต่สนใจโค้ดข้างใน จนลืมดูว่าใครเป็นคนอนุมัติงบประมาณสร้างเซิร์ฟเวอร์นี้ตั้งแต่แรก"
ธันวายกแฟลชไดรฟ์ในมือขึ้นหมุนเล่นไปมา ชวนให้น่าสงสัย "แล้วก็... ขอบคุณสำหรับความพยายามกู้วิกฤตเมื่อครู่นะครับ เพราะมันทำให้ผมได้ 'สำเนา' ข้อมูลชุดสุดท้าย... ก่อนที่พวกคุณจะตัดไฟเสียอีก"
พริมพรายเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง ตรรกะในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว—ธันวาไม่ได้ต้องการแค่ลงทุน แต่เขาต้องการข้อมูลพฤติกรรมดิบของมนุษย์เพื่อนำไปขายให้กลุ่มทุนนอกกฎหมายตั้งแต่แรก!
คณินหน้าชาดลีย์ นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธกริ้ว เขาก้าวเท้าไปข้างหมายจะพุ่งเข้าหาธันวา แต่ทว่า... หน้าจอเซิร์ฟเวอร์สำรองที่ควรจะดับสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพ
*System Override: Data Transfer in Progress... [Target: External IP Unknown]*
ทั้งสามคนชะงักงัน ธันวาหุบยิ้มทันทีเมื่อเห็นตัวเลขการโอนถ่ายข้อมูลวิ่งสวนทางกับสิ่งที่เขาควรจะควบคุม พริมพรายหันขวับไปมองหน้าคณินที่ตอนนี้ซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด
คณินพึมพำออกมาด้วยเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน "ไม่ใช่ฝีมือของธันวา... มีใครบางคนกำลังแฮกเข้ามาจากข้างนอก... และใช้โค้ดลับที่ถูกลบไปแล้วเมื่อสามปีก่อน"
แสงดาวพร่างพราวขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความลับนี้ด้วยกันนะคะ
อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 8
จุดร่วมที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!