“ไม่ใช่ฝีมือของธันวา... มีใครบางคนกำลังแฮกเข้ามาจากข้างนอก... และใช้โค้ดลับที่ถูกลบไปแล้วเมื่อสามปีก่อน”
เสียงกระซิบที่สั่นเทาของคณินยังคงแขวนค้างอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางแสงไฟนีออนสีขาวนวลของห้องเซิร์ฟเวอร์ที่สะท้อนลงบนแว่นตาไร้กรอบของเขา แววตานิ่งสนิทที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจในตรรกะของอัลกอริทึม บัดนี้กลับไหววูบคล้ายผิวน้ำในยามที่ถูกหินก้อนใหญ่ทุ่มลงไป ประโยคเมื่อครู่ไม่ใช่แค่การยอมรับความผิดพลาดทางเทคนิค แต่มันคือการเปิดประตูห้องนิรภัยทางจิตใจที่เขาปิดตายมานานถึงสามปีเต็ม
พริมพรายชะงักฝีเท้าที่กำลังจะก้าวถอยหลัง ปลายนิ้วเรียวที่ถือแท็บเล็ตแสดงผลกราฟฟิกพฤติกรรมผู้ใช้งานค้างนิ่งอยู่กลางอากาศ เธอไม่ได้เอ่ยคำพูดเยาะเย้ยถากถางอย่างที่ควรจะเป็น ในฐานะนักจิตวิทยาเชิงพฤติกรรม เธอกำลังอ่านภาษาของร่างกายที่ซับซ้อนยิ่งกว่าโค้ดคอมพิวเตอร์—สันกรามที่ขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน เม็ดเหงื่อผุดพรายที่ขมับซ้าย และปลายนิ้วที่จิกเข้ากับขอบโต๊ะทำงานจนข้อต่อขาวซีด
“คุณกำลังบอกฉันว่า...” พริมพรายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานและทรงพลังพอที่จะดึงสติของชายหนุ่มให้กลับมาสู่โลกความเป็นจริง “ระบบความปลอดภัยระดับทหารที่คุณเป็นคนออกแบบด้วยตัวเองกำลังถูกเจาะ โดยใช้รหัสผ่านเดียวกับโศกนาฏกรรมครั้งนั้นอย่างนั้นหรือคะ คณิน”
ชื่อของเขาถูกเปล่งออกมาโดยไม่มีคำนำหน้า และนั่นทำให้คณินต้องเงยหน้าขึ้นสบตา เธอไม่ได้ใช้มันเพื่อความสนิทสนม แต่ใช้มันเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาเพื่อตอกย้ำความจริงที่โหดร้าย
“โค้ดชุดนั้นถูกฝังอยู่ใน Kernel ระดับลึกที่สุด” คณินพยายามบังคับเสียงของตัวเองให้กลับมามั่นคง เขากวาดนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ด้วยความเร็วสูง หน้าจอสีดำปรากฏตัวอักษรวิ่งผ่านราวกับสายฝนดิจิทัล “มีแค่คนสามคนในโลกที่รู้โครงสร้างนี้... ผม, อาจารย์ของผมที่เสียชีวิตไปแล้ว... และ...”
“และใครอีกคน?” พริมพรายก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงเหลือเพียงแค่กั้นขวางด้วยพื้นที่โต๊ะทำงาน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับความกดดันทางอารมณ์ลอยวนอยู่ในอากาศ “คนที่คุณพยายามจะลืมชื่อเขาไปจากความทรงจำทุกครั้งที่เขียนโปรแกรมใช่ไหมคะ”
คณินหยุดพิมพ์ทันที อากาศในห้องราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น เขาหันมามองหญิงสาวที่ยืนอยู่ใกล้จนได้ยินเสียงลมหายใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับเต็มไปด้วยประกายความท้าทายและความอยากรู้อยากเห็นที่น่ากลัว มันคือแววตาของนักล่าที่เจอเหยื่อกำลังจนมุม แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้รู้สึกอยากผลักไส กลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้เขาอยากเปิดเผยความลับทั้งหมดออกไป
“คุณนี่มัน... อันตรายจริงๆ พริมพราย” คณินหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุขเลยแม้แต่น้อย “คนอื่นเวลาเจอเรื่องแบบนี้เขาจะกลัว หรือไม่ก็วิ่งหนี แต่คุณกลับทำหน้าเหมือนเด็กที่กำลังเจอของเล่นชิ้นใหม่ที่สนุกกว่าเดิม”
“ฉันเป็นนักจิตวิทยาค่ะ หน้าที่ของฉันคือการถอดรหัสพฤติกรรมมนุษย์ ไม่ใช่การวิ่งหนีปัญหา” เธอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเขา ใบหน้าของเธอกับเขาห่างกันไม่ถึงคืบ จนเขาสามารถมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น “และถ้าคุณกำลังใช้ความเย็นชาและตรรกะคอมพิวเตอร์มาเป็นเกราะป้องกันความรู้สึกผิดในอديต ฉันบอกได้เลยว่า... มันใช้ไม่ได้ผลกับฉันหรอกนะคะ”
บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น ความโกรธเคืองและความไม่ลงรอยกันในวันแรกที่พบกัน บัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความอยากเอาชนะอย่างดุเดือด ทั้งในแง่ของสติปัญญาและแรงขับ
“คุณคิดว่าตัวเองฉลาดพอที่จะมองทะลุอัลกอริทึมของผมงั้นเหรอ” คณินโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนริมฝีปากของเขากับเธอเกือบจะอยู่ในระนาบเดียวกัน ความเย่อหยิ่งถูกนำกลับมาใช้เป็นโล่กำบังอีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิคะ ว่าสิ่งที่คุณเห็นตอนนี้คือความรู้สึกผิด... หรือความพ่ายแพ้”
พริมพรายไม่ถอยหนี เธอกลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว มือเรียวเอื้อมไปแตะที่มุมคีย์บอร์ดที่เขากำลังพิมพ์ค้างอยู่ ปลายนิ้วของเธอเฉียดผ่านหลังมือของเขาเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้กระแสเลือดในกายของวิศวกรหนุ่มไหลเวียนเร็วกว่าปกติอย่างควบคุมไม่ได้
“ความพ่ายแพ้เหรอคะ?” น้ำเสียงของเธอทุ้มนุ่มและแฝงรอยยิ้มเย้าหยอก “คนอย่างคณินไม่มีวันยอมรับความพ่ายแพ้หรอกค่ะ จนกว่าระบบที่คุณสร้างขึ้นมากับมือมันจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา... ซึ่งก็น่าเสียดายนะคะ เพราะฉันไม่มีวันยอมให้มันเกิดขึ้นเด็ดขาด—ไม่ใช่เพราะฉันแคร์โปรเจกต์นี้ แต่เพราะฉันไม่อยากให้คุณชนะฉันต่างหากล่ะคะ”
คำพูดนั้นทำเอาคณินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอตามระบบดิจิทัล กลับสะดุดกึกอย่างรุนแรง ความอยากเอาชนะที่ลุกโชนอยู่ในแววตาของเธอไม่ได้สร้างความรำคาญใจให้เขาเลย กลับกัน มันจุดประกายบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในซอกหลืบมืดมนของจิตใจให้ตื่นขึ้นมา
ก่อนที่ใครจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคที่เฉียบคมไปมากกว่านั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบเซิร์ฟเวอร์หลักก็ดังขึ้น *“Warning: Unauthorized Access Detected at Node 04”*
หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในห้องดับวูบลงเหลือเพียงจอหลักจอเดียวที่กะพริบแสงสีแดงวาบ ข้อความใหม่ปรากฏขึ้นทีละตัวอักษรอย่างช้าๆ ราวกับกำลังจงใจเยาะเย้ยความพยายามของพวกเขา
*“ยินดีต้อนรับกลับมา... คณิน นายยังจำรหัสผ่านของฉันได้อยู่ไหม?”*
ทั้งคณินและพริมพรายผละออกจากกันทันที ความใกล้ชิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนถึงขีดสุด คณินขบกรามแน่น ดวงตาจับจ้องไปที่หน้าจอด้วยความตกตะลึง เพราะชื่อที่ปรากฏอยู่ท้ายข้อความนั้น... คือชื่อของคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับความลับเมื่อสามปีก่อนอย่างไร้ร่องรอย
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปไขปริศนาหัวใจและโค้ดลับนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ•ตอนที่ 9
ระยะห่างที่ใกล้ขึ้น
ผลงานโดย แสงดาวพร่างพราว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แสงดาวพร่างพราว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่รองรับความเงียบ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!