วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ•ตอนที่ 16

กิจกรรมชมรมที่วุ่นวาย

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
กล่องพลาสติกใสบรรจุอุปกรณ์ตกแต่งบอร์ดนิทรรศการเกือบสิบล่องถูกวางกองรวมกันไว้จนเกือบจะบังร่างของคนตัวเล็กที่กำลังยืนเท้าสะเอวหน้ามุ่ยอยู่หลังโต๊ะยาวในห้องชมรมบริหารค่ะ "นี่นาย... บอกว่าจะมาช่วย ยกมาแค่นี้แล้วก็หายหัวไปเลยเนี่ยนะ พายอุตส่าห์ไว้วางใจให้รับผิดชอบโซนนี้แท้ๆ" เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นพร้อมกับที่พายสะบัดหน้าขวับมามองผู้ชายตัวสูงใหญ่ในเสื้อช็อปสีกรมท่าที่เพิ่งเดินเนียนถือแก้วน้ำชานมไข่มุกเข้ามาหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้พลาสติกอย่างสบายอารมณ์ "โถ่ คุณประธานชมรมครับ... เอ๊ย! คุณประธานชมรมคะ ธันวาคนนี้ไม่ได้หายหัวไปไหนสักหน่อย แค่เดินไปสำรวจทำM&Aเชิงกลยุทธ์กับร้านชาไข่มุกหน้าตึกบริหารมาต่างหาก เพื่อเติมพลังงานและแรงบันดาลใจในการครีเอทงานให้คุณพายสุดที่รักโดยเฉพาะเลยนะเนี่ย" ธันวาฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี สองมือส่งแก้วชานมที่เจาะหลอดเรียบร้อยแล้วไปตรงหน้าคนตัวเล็กกว่า พร้อมกับทำหน้าออดอعนแบบที่รินเห็นแล้วคงต้องเบ้ปากมองบน พายสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมา ลมหายใจของพายสะดุดกึก โลกทั้งใบคล้ายจะหยุดหมุนลงตรงวินาทีนั้น... ไม่ใช่เพราะความโรแมนติกอะไรจากชานมแก้วนั้นหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะปลายนิ้วอุ่นจัดของธันวาที่จงใจแตะลงบนหลังมือของเธอตอนที่พยายามจะปัดแก้วชาออกต่างหากล่ะ! สัมผัสอุ่นวาบนั้นส่งกระแสไฟแปลกประหลาดวิ่งพล่านจากปลายนิ้วลามเลียขึ้นมาจนถึงใบหูขาวสะอาดที่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "ใคร... ใครให้มาจับมือถือแขนเล่า! เอาออกไปเลยนะ ธันวา นายนี่มันชอบฉวยโอกาสตลอดเวลาเลยจริงๆ" พายรีบชักมือกลับราวกับโดนน้ำร้อนลวก ดวงตากลมโตค้อนขวับใส่ร่างสูงที่ยังคงยิ้มระnื่นไม่รู้ร้อนรู้หนาว "อ้าว ก็เห็นมือคุณพายมันว่างๆ อยู่ นึกว่าอยากถือวิชาการบริหารความเสี่ยงร่วมกับธันวาซะอีก" ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น "อีกอย่าง... งานกองโตขนาดนี้ ถ้าไม่มีวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดระบบโครงสร้างมาช่วยเคลียร์ มีหวังคุณพายได้นั่งน้ำตาตกในคาห้องชมรมจนถึงเที่ยงคืนแน่ๆ ครับ เอ๊ย! คืนนี้แน่นอนค่ะ" รินที่นั่งคัดแยกเอกสารอยู่มุมห้องเงยหน้าขึ้นมาสบตากับก้องที่เพิ่งเดินถือลังกระดาษตามเข้ามาพอดี ทั้งสองคนส่งยิ้มรู้กันก่อนที่รินจะกระแอมออกมาเบาๆ "แหม... พายคะ ดูท่าทางวิศวะสายมโนเขาจะอาสาช่วยงานด้วยความเต็มใจขนาดนี้แล้ว แกก็อย่าใจร้ายนักเลยน่า ช่วยกันทำจะได้เสร็จไวๆ พวกฉันจะได้กลับไปนอนสักที" รินเอ่ยแซยยิ้มๆ พร้อมกับสะกิดแขนก้องให้ช่วยเสริมทัพ "ใช่ๆ ครับคุณประธาน ตัวพ่อเรื่องระบบระเบียบอย่างธันวาน่ะ ถ้าได้ลงมือทำเองรับรองว่าเป๊ะกว่าโปรแกรมเอ็กเซลล์บริษัทข้ามชาติอีกนะจะบอกให้" ก้องรีบรับลูกทันควันตามสไตล์คู่หูตัวชงระดับชาติ พายค้อนเพื่อนสนิทตัวเองวงใหญ่ ก่อนจะหันมามองค้อนธันวาซ้ำอีกรอบ แต่สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับอย่างจำยอม เพราะปริมาณงานบอร์ดนิทรรศการต้อนรับศิษย์เก่าในสัปดาห์หน้ามันมหาศาลเกินกว่าที่กรรมการชมรมไม่กี่คนจะแบกรับไหวจริงๆ "ก็ได้... ถ้านายกล้าอู้กลางคันนะ พายจะขึ้นบัญชีดำไม่ให้นายเหยียบเข้ามาในตึกบริหารนี้อีกเลยคอยดูสิ!" พายขู่เสียงเขียว พยายามทำท่าทางดุร้ายใส่เต็มที่ แต่ทว่า... แก้มที่ขึ้นสีแดงเรื่อกับดวงตาที่ไหวระริกนั้นไม่ได้ช่วยให้เธอดูน่ากลัวขึ้นเลยสักนิด ในสายตาของธันวาเวลานี้ พายดูเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่กำลังพยายามขู่ฟ่อมากกว่าจะเป็นประธานชมรมสุดโหด "รับทราบครับผม! เอ๊ย รับทราบค่ะท่านประธาน" ธันวายกมือขึ้นทำวันท่าทางวันทาแบบทหารอย่างกวนๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินอ้อมมาหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานของพาย กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ เจือกลิ่นสบู่สะอาดลอยมาแตะจมูกของคนตัวเล็กกว่าโดยไม่ทันตั้งตัว พายเผลอชะงักไปชั่วขณะเมื่อธันวาโน้มตัวลงมาใกล้เพื่อหยิบกรรไกรและม้วนเทปใสที่วางอยู่ใกล้มือเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะแนบชิด ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มจนพายต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "นี่... ถอยไปไกลๆ หน่อยสิ มันแคบนะ" พายเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก พยายามดันอกเสื้อช็อปของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ธันวากลับยิ่งแกล้งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง "แคบตรงไหนล่ะครับ... หัวใจธันวากว้างพอจะให้คุณพายเข้ามาเดินเล่นได้ทั้งวันเลยนะ" "นายมัน...!" พายหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ เธอเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตีแขนแกร่งสักทีข้อหาหยอดคำหวานไม่รู้เวล่ำเวลา แต่ธันวากลับหัวเราะร่าแล้ววิ่งหนีไปหยิบลังกระดาษอีกกล่องมาเปิดด้วยความเร็วแสง ห้องชมรมบริหารในยามเย็นอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะ การถกเถียงเรื่องการจัดวางบอร์ด และเสียงแซวหยอกล้อที่ไม่ยอมแพ้กันของคู่กัดประจำมหาวิทยาลัย บรรยากาศความวุ่นวายที่ควรจะน่าเบื่อ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวาอย่างประหลาดในความรู้สึกของพาย เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมง งานตัดแปะและจัดหมวดหมู่เอกสารนิทรรศการลุล่วงไปกว่าครึ่ง รินกับก้องขอตัวกลับหอก่อนเนื่องจากมีรายงานด่วนที่ต้องส่งอาจารย์ในเช้าวันรุ่งขึ้น ทำให้ภายในห้องเหลือเพียงธันวากับพายสองต่อสอง แสงไฟสีสวลีจากด้านนอกสาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาภายในห้องอาบไล้ร่างของทั้งสองคนให้ดูนุ่มนวลขึ้น พายกำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงรูปถ่ายกิจกรรมลงในแฟ้มสะสมผลงานอย่างตั้งอกตั้งใจ โดยมีธันวานั่งชันเข่าอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม คางเกยอยู่บนพนักพิงแขน ดวงตาคู่คมเอาแต่มองสำรวจใบด้านข้างของคนตัวเล็กที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากันเลยสักนิด "นี่... พาย" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกขึ้นท่ามกลางความเงียบ "อะไรอีกเล่า งานใกล้จะเสร็จแล้ว อย่ามาชวนคุยนะ เดี๋ยวก็จัดผิดหมวดหมู่หรอก" พายตอบโดยไม่เงยหน้า มือเรียวยังคงง่วนอยู่กับการติดกาวสองหน้าลงบนมุมภาพถ่าย "เปล่าหรอก... แค่สงสัยว่าทำไมเวลาทำงานเนี่ย คุณพายถึงต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นด้วยล่ะครับ หน้าผากจะย่นเป็นโบว์อยู่แล้วนะนั่น" ธันวาเอ่ยแซwพร้อมกับยื่นมือเรียวหนาออกไปหมายจะใช้นิ้วจิ้มเบาๆ ที่ระหว่างคิ้วของเธอ พายชะงัก เงยหน้าขึ้นมองค้อนขวับทันที ทว่าจังหวะนั้นเองที่ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววความอบอุ่นและจริงจังอย่างที่พายไม่เคยเห็นมาก่อน หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับตีกลองเพลในอก ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงลมหายใจที่สอดประสานกันอย่างลงตัว ธันวาไม่ได้เอ่ยปากหยอดมุกเสี่ยวหรือทำท่าทีทะเล้นเหมือนทุกที ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเล็กน้อยราวกับกำลังลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา "พาย..." ธันวาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ราบเรียบแต่กลับสั่นไหวเล็กน้อยในความรู้สึกของคนฟัง "อะ... อะไรเล่า มองหน้าพายทำไม" พายหลบสายตา วางกระดาษในมือลงบนโต๊ะด้วยความประหม่า รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาประท้วงบนพวงแก้มอีกครั้ง ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มือหนายื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นแตะเข้าที่ปอยผมที่ตกลงมาเคลียแก้มเนียนอย่างเบามือ แล้วทัดมันไว้หลังใบหูให้เธออย่างทะนุถนอม สัมผัสที่แผ่วเบาและอ่อนโยนนั้นทำให้พายแข็งทื่อราวกับถูกสาบให้เป็นหิน สมองขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก "ที่ยอมมาช่วยงานชมรมวันนี้... ไม่ใช่เพราะว่างหรอกนะ" ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบแผ่วเบา ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอราวกับต้องการสื่อความหมายบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้มานาน "แต่เป็นเพราะ... อยากอยู่ใกล้ๆ คนแถวนี้ต่างหากล่ะครับ" ประโยคสารภาพรักทางอ้อมที่หลุดออกมาจากปากของหนุ่มวิศวกรสายมโน ทำเอาพายถึงกับพูดไม่ออก สมองประมวลผลไม่ทัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือเล็กกำชายเสื้อของตัวเองแน่นด้วยความเขินอายจนแทบจะแทรกแผ่นดินหนี ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างรวดเร็ว ตามด้วยเสียงเปิดผางเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝัน! "ไอ้ธันวา! แย่แล้วเว้ย อาจารย์ฝ่ายปกครองกำลังเดินตรวจตึกบริหาร แกยังไม่ได้ย้ายรถมอเตอร์ไซค์ที่จอดผิดเขตใช่ไหมวะ อาจารย์กำลังจะล็อกล้อแล้ว!" เสียงตะโกนโหวเหวกของรุ่นพี่ปีสี่ร่วมคณะวิศวะดังลั่นห้องทำลายบรรยากาศสีชมพูละมุนลงในพริบตา ธันวาผุดลุกขึ้นยืนพรวดเดียวด้วยความตกใจ "ชิบหายแล้ว!" พายสะดุ้งสุดตัว หลุดจากภวังค์ความเขินอายเมื่อครู่ทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำสลับกับซีดเผือดด้วยความตกใจระคนขบขัน ธันวาหันกลับมามองหน้าพายที่กำลังอ้าปากค้างสลับกับมองเพื่อนที่ยืนหอบแฮกอยู่ที่ประตู ก่อนที่ร่างสูงจะรีบคว้ากระเป๋าเป้ขึ้นสะพายไหล่แล้วหันมาส่งยิ้มแห้งๆ ให้เธอ "ไว้พรุ่งนี้ธันวาจะมาช่วยต่อใหม่นะคับ... เอ๊ย! นะครับ!" ธันวาเผลอหลุดคำลงท้ายแบบหนุ่มวิศวะออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะรีบยกมือขอโทษแล้ววิ่งแจ้นหายออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้พายยืนหน้าแดงก่ำอยู่กับกองเอกสารและหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก และในวินาทีที่พายกำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟห้องชมรมนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความจากแอปพลิเคชันไลน์ที่ส่งตรงมาจากหน้าจอของธันวา... *(โปรดติดตามตอนต่อไป...)* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอมยิ้มไปกับความน่ารักของยัยแมวเปอร์เซียกับนายวิศวะสายมโนในตอนนี้ด้วยนะคะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%