"บอกแล้วไงคะว่าแผนแกงหม้อใหญ่ของพาย ไม่ได้หมายความว่าจะเอาน้ำเดือดๆ มาสาดหน้านายวิศวะจอมมโนอย่างคุณหรอกนะ... แต่หมายถึงการปล่อยให้คุณจมอยู่กับความเงียบงันจนสติหลุดไปเองต่างหากล่ะคะ"
เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ของรินดังลอดออกมาจากปลายสาย ขณะที่พายกำลังยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์คาเฟ่สุดฮิตหน้าคณะบริหาร สายตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสปิ๊งกวาดมองผ่านหน้ากระจกใสเพื่อสำรวจลาดเลา วันนี้ประธานชมรมสุดเนี๊ยบอย่างเธอลงทุนสละเวลาอันมีค่ามานั่งจิบชาเขียวมัทฉะพรีเมียม ก็เพื่อพิสูจน์ทฤษฎีที่ว่า... นายธันวา วิศวะปีสามผู้มีดีกรีความหน้ามึนระดับปรมาจารย์ จะทนทานต่อการถูกเมินใส่ได้สักกี่น้ำ
"ริน เธอไม่ต้องมาหัวเราะฉันเลยนะ วันนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าคนแบบนั้นจะรักษาสัญญาที่ว่าจะตามตื้อฉันทุกฝีก้าวได้จริงไหม ถ้าเขาหายหัวไปจริงๆ ฉันจะได้เอาชื่อเขาออกจากบัญชีดำความรำคาญเสียทีค่ะ" พายแกล้งทำเป็นเชิดหน้าใส่โทรศัพท์มือถือ แม้ในใจจะแอบเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนสวยซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่ก็เลยเวลานัดมาสิบนาทีแล้วนะคะ! ปกติยัยวิศวะจอมกวนคนนั้นจะต้องโผล่มาพร้อมกับชานมไข่มุกแก้วโปรดและมุกเสี่ยวๆ ที่ฟังแล้วชวนให้หมัดกระตุกทุกครั้งไม่ใช่หรือไง
*หรือว่าเขาจะยอมแพ้ไปจริงๆ แล้วล่ะคะ?*
ความคิดนั้นแล่นเข้ามาวาบหนึ่ง ทำให้ปลายนิ้วเรียวที่กำลังคนฟองนมในแก้วชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปนิดหน่อยอย่างไม่น่าให้อภัย แต่แล้ว...
"อ้าว! น้องพายครับ บังเอิญจังเลย น้องมากินกาแฟคนเดียวเหรอครับเนี่ย ให้พี่นั่งด้วยคนได้ไหมเอ่ย พอดีโต๊ะข้างๆ เต็มหมดเลย"
เสียงทุ้มต่ำที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ พายเงยหน้าขึ้นมองด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะความคิด ผู้ชายร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคดูเนี้ยบกริบกำลังยืนยิ้มพิมพ์ใจส่งมาให้ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความเจ้าชู้ที่พายเห็นแล้วเหม็นเบื่อเป็นที่สุด... พี่กรณ์ จากคณะนิติศาสตร์ ปีสี่ ดีกรีเดือนคณะและหนุ่มฮอตประจำมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่องการตามจีบผู้หญิงไปทั่ว
"เอ่อ... คือว่าโต๊ะนี้มี..."
"อุ๊ย! โต๊ะนี้ยังว่างค่ะคุณพี่ขา... เชิญนั่งตามสบายเลยนะคะ พอดีพายเขากำลังเหงาๆ รอคนมาเติมเต็มความหวานพอดีเลยล่ะค่ะ"
รินที่ถือวิสาสะกดเปิดสปーカーโฟนค้างไว้จากปลายสาย ส่งเสียงแทรกเข้ามาขัดจังหวะอย่างรู้ทัน แถมยังจงใจเน้นเสียงคำว่า 'เติมเต็มความหวาน' ให้ดังลั่นจนพายเกือบจะสำลักผงมัทฉะที่เพิ่งจิบเข้าไป พายขยับปากด่าเพื่อนสนิทผ่านหน้าจอโทรศัพท์แบบไม่มีเสียง *ยัยรินบ้า! เธอขายเพื่อนเหรอเนี่ย!*
พี่กรณ์ยิ้มกริ่มอย่างได้ใจเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ (ที่คิดว่าเป็นของพาย) อนุญาต เขาถือวิสาสะหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของโต๊ะอนุญาตซ้ำสอง ดวงตาคมกวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสไร้ที่ติของพายด้วยความหลงใหล "พี่เห็นน้องพายมานั่งคนเดียวหลายทีแล้วนะคับ สนใจเปลี่ยนบรรยากาศไปกินบิงซูกับพี่หลังเลิกเรียนไหมล่ะ? รับรองว่าหวานชื่นใจยิ่งกว่าชาเขียวในแก้วนี้แน่นอน"
พายขมวดคิ้วมุ่น ความหงุดหงิดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขีดสุด ไม่ใช่เพราะคำหยอดเลี่ยนๆ ของอีกฝ่ายหรอกนะคะ แต่เป็นเพราะหางตาเจ้ากรรมดันไปเห็นเงาร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนกำลังเดินถือแก้วชานมไข่มุกพะรุงพะรังเข้ามาในร้านพอดี!
ธันวาในชุดช็อปสีกรมท่าเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจางๆ หยุดชะงักฝีเท้าลงตรงหน้าประตูทางเข้าพอดี ดวงตาคมกริบที่เคยเป็นประกายขี้เล่นตลอดเวลา ตอนนี้กลับหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นภาพบาดตาบาดใจ... ภาพที่ประธานสาวสุดเนี๊ยบกำลังนั่งประสานสายตากับเดือนนิติฯ หน้าตาหล่อเหลาแถมยังมีท่าทีพูดคุยยิ้มแย้ม (ที่จริงพายกำลังกัดฟันกรอดด้วยความโมโหต่างหาก)
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงฮวบฮาบ ธันวานิ่งเงียบไปสามวินาทีเต็ม ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะกระตุกยิ้มขึ้นมาแบบที่พายเห็นแล้วต้องขนลุกซ่า... รอยยิ้มแบบนี้นี่แหละค่ะ เครื่องหมายการค้าของความมโนขั้นเทพที่กำลังจะเริ่มทำงาน!
"อ๋อ... นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็แอบมาเปิดแคสติ้งหาพระเอกละครหลังข่าวคนใหม่อยู่นี่เองเหรอครับ น้องพายขา..."
เสียงทุ้มกวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่เดินดุ่มๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างโต๊ะอย่างหน้าตาเฉย ธันวาหย่อนตัวลงนั่งเบียดเก้าอี้ตัวข้างๆ พายทันทีโดยไม่สนสายตาเหวอๆ ของพี่กรณ์ มือหนายื่นแก้วชานมไข่มุกเจาะหลอดเรียบร้อยมาวางกระแทกปังลงตรงหน้าพาย จนไข่มุกข้างในกระกระเซ็นกระสาย
"ธันวา! นายมาทำอะไรตรงนี้เนี่ย แล้วใครอนุญาตให้นั่ง..." พายหันไปแหวใส่ทันทีด้วยความตกใจระคนเขินอาย
"อ้าว ก็ผมเป็นห่วงนี่ครับ กลัวว่าชาเขียวแก้วนี้มันจะจืดชืดเกินไป เลยอุตส่าห์ไปยืนต่อแถวซื้อชานมไข่มุกหวานร้อยเปอร์เซ็นต์มาให้เผื่อคุณจะอยากเปลี่ยนใจ... อ๊ะ หรือว่าตอนนี้คุณกำลังอิ่มอกอิ่มใจกับ 'อาหารตา' จานใหม่ จนลืมชานมแก้วนี้ไปซะแล้วล่ะครับ?" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตากลับดุดันและจริงจังจนพายถึงกับพูดไม่ออก
พี่กรณ์ขยับตัวด้วยความไม่พอใจเมื่อมีก้างชิ้นใหญ่โผล่มาขวางคอ "น้องครับ ผมกำลังคุยอยู่กับน้องพายนะ ช่วยให้เกียรติมารยาททางสังคมหน่อย วิศวะสมัยนี้เขาไม่สอนเรื่องการเคารพความเป็นส่วนตัวของคนอื่นเหรอครับ?"
ธันวาหันขวับไปมองหน้าคู่แข่งหัวใจทันที รอยยิ้มกวนๆ เมื่อครู่หายวับไปกับตา กลายเป็นแววตาคมกริบที่แฝงความดุดันแบบฉบับเสือซ่อนเล็บ "อ๋อ วิศวะคณะผมสอนเรื่องการซ่อมแซมและปกป้องของรักของหวงเป็นวิชาบังคับเลยล่ะครับพี่... โดยเฉพาะของที่ *'หวงมาก'* และ *'มีเจ้าของแล้ว'* เนี่ย ผมถนัดเป็นพิเศษเลยล่ะครับ"
คำว่า 'มีเจ้าของแล้ว' พุ่งกระแทกเข้ากลางใจพายเต็มเป๊ะจนหน้าชาวาบ ความร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหูและพวงแก้มขาวเนียน พายหันขวับไปมองค้อนควั่กใส่คนข้างๆ ทันที "ใครเป็นของนายยะ! พูดจาพล่อยๆ แบบนี้ เดี๋ยวฉันก็เอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าซะหรอก!"
"โอ๊ะ! รุนแรงจังเลยนะคับเมียจ๋า... อ้ย! เจ็บๆๆๆ!" ธันวาแกล้งร้องโอดครวญเสียงหลงเมื่อโดนศอกเล็กๆ ของพายกระแทกเข้าที่สีข้างเต็มแรง แต่ใบหน้ากวนประสาทกลับระบายยิ้มกว้างด้วยความสะใจที่ได้ยั่วโมโหเธอสำเร็จ
พี่กรณ์เห็นท่าทางสนิทสนมเกินเบอร์นั้นก็เริ่มหน้าเสียและรู้ตัวว่าถอยดีกว่า เขาจึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง "เอ่อ... ถ้างั้นพี่ไม่กวนเวลากินชา (นม) ของน้องๆ แล้วดีกว่านะคับ ตามสบายเลยนะน้องพาย" พูดจบก็รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านไปทันทีด้วยความหมั่นไส้
เมื่อก้างชิ้นโตหลุดพ้นรัศมีสายตา ความเงียบก็เข้าปกคลุมโต๊ะตัวนั้นชั่วขณะ พายหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดเป็นจุล เธอก้มหน้ามองตักตัวเอง พยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อควบคุมสติที่กระเจิดกระเจิงไปหมด "นายธันวา! ใครใช้ให้มาพูดจาบ้าๆ แบบนั้นต่อหน้าคนอื่นเล่า รู้ไหมว่าฉันอายแค่ไหน!"
ธันวาไม่ตอบคำถามนั้นทันที เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยแก้เขินเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้พายทีละนิด จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มนุ่ม พายสะดุ้งสุดตัวแต่ขยับหนีไปไหนไม่ได้เพราะติดมุมกำแพง
"ก็คนมันหวงนี่ครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบaข้างใบหู น้ำเสียงขี้เล่นเมื่อครู่หายไป เหลือเพียงความจริงจังและทุ้มลึกที่ทำให้หัวใจพายเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "เห็นยืนยิ้มให้ผู้ชายคนอื่นแล้วมันรำคาญตา... รู้สึกเหมือนเลือดในกายมันเดือดพล่านอยากจะลุกขึ้นมาอาละวาดฟาดงูเห่าแถวนี้ให้หมดเลยล่ะครับ"
พายช้อนสายตาขึ้นสบกับดวงตาคมกริบคู่นั้นโดยไม่ตั้งใจ วินาทีสบตากัน หัวใจเจ้ากรรมดันทรยศเต้นแรงจนควบคุมไม่ได้ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก พายเม้มริมฝีปากแน่น พยายามจะเอ่ยปากด่ากลบเกลื่อนความเขิน "นายมันบ้า... คนมโนเก่ง..."
ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี มือหนายื่นออกไปหมายจะหยิบแก้วชานมไข่มุกมาส่งให้เธอ แต่จังหวะนั้นเอง... หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะของพายก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับข้อความแชตเด้งดึงขึ้นมาจากใครบางคน... คนที่พายไม่คาดคิดว่าจะส่งข้อความมาหาในเวลานี้
*ข้อความจาก: 'พี่ต้น นิติฯ ปี 4' (อดีตพี่รหัสสุดฮอต)*
**[น้องพายครับ ว่างไหมเอ่ย? พี่มีเรื่องสำคัญอยากจะสารภาพกับพาย... จริงๆ แล้วพี่ชอบพายมานานมากแล้วนะคับ]**
ธันวาชะงักกึก ดวงตาคมที่ทอประกายหวานเชื่อมเมื่อครู่ แข็งค้างลงทันทีเมื่อกวาดสายตาไปเห็นประโยคบอกรักตัวเบ้อเริ่มบนหน้าจอโทรศัพท์ของพายที่สว่างคาตาอยู่ตรงหน้า...
*(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมความหวานให้ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู" นะคะ)*
วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ•ตอนที่ 18
หวงแหละดูออก
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!