วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ•ตอนที่ 11

คุมความประพฤติถึงที่พัก

ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
“จะรับสาย หรือจะให้ฉันยืนรอจนกว่าแบตเธอจะหมดไปเองล่ะพาย?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยไม่ได้ดังมาจากลำโพงโทรศัพท์ แต่มันดังขึ้นมาจากด้านหลังของรถเก๋งคันสีดำที่จอดสนิทอยู่ข้างฟุตบาท พายสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำมือถือร่วงลงพื้น หญิงสาวหมุนตัวกลับไปมองร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปวิศวะตัวเดิมที่เหมือนกับกลายเป็นยูนิฟอร์มประจำตัวของเขาไปเสียแล้ว ธันวายืนพิงรถอยู่ กอดอกมองเธอด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ แต่ที่แน่ๆ คือมุมปากข้างหนึ่งของเขากำลังยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกวนประสาทที่พายเกลียดนักเกลียดหนา “ธันวา! นาย… นายนี่มัน… ตามฉันมาทำไม!” พายพยายามปรับเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก “ก็เห็นเพื่อนร่วมคณะบอกว่าประธานชมรมสุดเฮี้ยบกำลังเดินหน้ามุ่ยออกจากห้องประชุมน่ะสิ” ธันวาเลิกคิ้ว สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสของคนตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนจะขยับตัวเดินเข้ามาใกล้จนพายต้องถอยหลังไปพิงเสาไฟ “แล้วอีกอย่าง… ยิ่งดึกแบบนี้ รถเมล์ก็รอนาน แท็กซี่ก็อันตราย ให้ 'ว่าที่แฟน' ไปส่งไม่ดีกว่าเหรอครับ… เอ้อ ขอโทษที ลืมตัวไปหน่อย เปลี่ยนเป็นให้ 'คนคุมความประพฤติ' ไปส่งดีกว่าเนอะ” พายเม้มริมฝีปากแน่น ความร้อนพุ่งขึ้นมาที่ใบหน้าจนแทบจะไหม้ “ใครบอกว่านายเป็นคนคุมความประพฤติฉันไม่ทราบ!” “ก็เมื่อเย็นใครกันนะที่เดินตามฉันต้อยๆ ในห้องสมุด?” “นั่นมันเพราะนายทำผิดกฎที่สองของชมรม! ฉันแค่ตามไปจดบันทึกความผิด ไม่ได้ตามเพราะอยากไปส่ง!” ธันวาหัวเราะหึในลำคอ เสียงหัวเราะทุ้มๆ นั้นทำให้หัวใจของพายเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิม มือหนาเอื้อมมาแย่งกระเป๋าเป้ใบเก่งของเธอไปถือไว้หน้าตาเฉย ก่อนจะบุ้ยปากไปทางรถ “ขึ้นรถเถอะน่าพาย ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจจูบโชว์กลางถนนโทษฐานที่เถียงเก่ง” พายเบิกตากว้าง รีบก้าวขึ้นรถไปนั่งฝั่งข้างคนขับทันทีโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูเสียงดังปังเพื่อระบายอารมณ์ ธันวาเดินอ้อมมาฝั่งคนขับพลางอมยิ้ม เขาโยนเป้ของเธอไปไว้เบาะหลังก่อนจะสตาร์ทรถ บรรยากาศในรถเงียบเชียบจนพายได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เธอทำเป็นมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบชำเลืองมองเสี้ยวหน้าของคนขับที่กำลังฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี “มองขนาดนี้… ถ้าอยากได้เป็นแฟนก็บอกตรงๆ นะ ไม่ต้องรอให้ถึงหอ” ธันวาพูดขึ้นโดยไม่ต้องหันมามอง “หลงตัวเองชะมัด!” พายค้อนขวับ “ก็หลงแค่เธอคนเดียวนั่นแหละ” ธันวาหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่เส้นทางที่มุ่งหน้าไปยังหอพักของเธออย่างคล่องแคล่ว “วันนี้เหนื่อยมากไหม? เห็นบ่นว่าโปรเจกต์ชมรมมีปัญหา” น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเป็นโทนจริงจังของธันวาทำให้พายชะงัก เธอหันมามองเขาเต็มตา ในยามที่ไม่มีมุกเสี่ยวหรือท่าทางกวนประสาท ธันวาก็เป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ใส่ใจรายละเอียดของเธออย่างน่าตกใจ ความเป๊ะและความเจ้าระเบียบที่เธอพยายามสร้างเป็นเกราะป้องกันเริ่มสั่นคลอน “ก็… นิดหน่อยค่ะ” พายยอมตอบเสียงอ่อย “คนในชมรมเริ่มไม่ค่อยฟังคำสั่งแล้ว ทุกคนดูเหนื่อยล้า พายก็ไม่รู้จะจัดการยังไงเหมือนกัน” ธันวาเอื้อมมือข้างหนึ่งมาวางบนหลังมือของพายที่วางอยู่บนตัก สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้เธอตัวแข็งทื่อ “พาย… เธอเป็นประธานที่เก่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมาแล้ว แต่บางครั้งคนเราก็ต้องปล่อยให้ตัวเองอ่อนแอบ้าง ไม่ต้องแบกโลกไว้คนเดียวหรอกนะ” พายจ้องมองมือของเขา สลับกับใบหน้าของคนพูด ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า 'ความไว้วางใจ' กำลังก่อตัวขึ้นในอกอย่างเงียบเชียบ เธอไม่ได้ดึงมือออก แต่กลับเผลอกำนิ้วเขาไว้หลวมๆ แทนคำตอบ รถหรูเลี้ยวเข้าจอดหน้าหอพักหญิงชื่อดัง พายรีบดึงมือออกราวกับโดนไฟลวก เธอหันไปมองหน้าธันวาที่ตอนนี้กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาขี้เล่นแบบเดิม แต่มันมีความนัยบางอย่างที่ทำให้พายรู้สึกเหมือนกำลังจะจมลงไปในห้วงลึกของดวงตาคู่นั้น “ถึงแล้วค่ะ” ธันวากล่าวเบาๆ แทนที่จะปล่อยให้เธอลงไป เขากลับเอื้อมมือมาล็อกประตูรถไว้ “เดี๋ยว… ลืมอะไรหรือเปล่า?” พายทำหน้าเลิ่กลั่ก “อะไร? ของก็ไม่ได้ลืมสักหน่อย” ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ที่ปลายจมูกของเธอ “ลืมบอกฝันดีไงครับ… หรือว่าอยากจะให้จูบลาแทนดี?” “ธันวา!” พายหน้าแดงก่ำ มือเล็กดันหน้าอกคนตัวโตออก แต่ธันวากลับคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนแชตในโทรศัพท์มือถือของพายที่วางอยู่บนคอนโซลรถก็ดังรัวๆ *ก้อง (เพื่อนสนิทธันวา): “ไอ้ธัน! ไอ้ตัวดี! แกอยู่ที่ไหนวะ? อาจารย์ภาควิชาดักรอแกอยู่ที่หน้าคณะ บอกว่าแกหายหัวไปไหนไม่ยอมมาพรีเซนต์งานกลุ่ม ถ้าแกไม่โผล่มาตอนนี้ โปรเจกต์จบแก F แน่! รีบมาด่วน!”* พายเหลือบเห็นข้อความบนหน้าจอที่สว่างขึ้นชั่วคราว เธอหันขวับมามองธันวาด้วยสายตาคาดโทษ “นายมีพรีเซนต์งานกลุ่มเหรอ! แล้วทำไมถึงมาส่งฉัน!” ธันวามองหน้าจอแชตแล้วถอนหายใจยาว ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างไม่สะทกสะท้าน “ก็งานกลุ่มมันสำคัญ… แต่เทียบกับความปลอดภัยของประธานชมรมสุดเฮี้ยบที่ต้องเดินกลับหอคนเดียวดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้… ฉันว่าเลือกมาส่งเธอมันคุ้มกว่าเยอะ” “นายมันบ้าไปแล้ว! กลับไปเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าโปรเจกต์นายพังเพราะฉัน ฉันจะไม่ให้อภัยตัวเองเด็ดขาด!” พายโวยวายด้วยความร้อนรน แต่ในขณะที่เธอจะกดปลดล็อกประตูรถเพื่อไล่เขา ธันวาก็คว้ามือเธอไปกุมไว้แน่น “พาย… ถ้าฉันบอกว่า ที่ฉันยอมทิ้งงาน เพื่อที่จะมาอยู่กับเธอตอนนี้ เพราะฉันกำลังจะสารภาพความลับบางอย่างที่เก็บไว้มานาน… เธอจะยังไล่ฉันอยู่ไหม?” พายชะงักค้าง หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ สิ่งที่ธันวากำลังจะพูด… หรือว่าเรื่องที่เธอมโนไปเองตลอดเวลาว่าเขาอาจจะคิดแบบเดียวกับเธอมันจะเป็นจริง? ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ของพายก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นสายเรียกเข้าจาก 'แม่' ของเธอเองที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของใครบางคนที่เดินตรงมาที่รถของธันวา... บุคคลที่เธอไม่อยากให้มาเห็นสถานการณ์แบบนี้ที่สุดในตอนนี้! “ธันวา... ปล่อยฉันก่อน... แม่ฉัน... แม่ฉันมาอยู่ที่หอ!” หวังว่ารี้ดที่น่ารักของที่คั่นหนังสือสีชมพูจะยังไม่กดวางมือถือหนีไปไหนนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%