“ถ้าจะมองหน้ากันขนาดนี้ เติมเงินในมือถือให้เลยไหมคะ จะได้ไม่ต้องส่งสายตาจิกกัดแบบใช้ดาต้าให้เปลืองพลังงาน”
เสียงทุ้มติดกวนประสาทของธันวาดังขึ้น ทำลายความเงียบที่กดทับบรรยากาศมานานเกือบนาที พายสะดุ้งสุดตัว เธอไม่ได้ตั้งใจจะจ้องเขาจนแทบจะสิงร่างแบบนั้น แต่ในสถานการณ์ที่คนแปลกหน้า—ซึ่งดูท่าทางไม่เป็นมิตรนัก—ยืนจ้องหน้าเธอด้วยแววตาข่มขู่แบบนี้ การได้ยินเสียงยียวนของธันวามันทำให้เธอรู้สึกเหมือนคว้าได้ท่อนไม้ลอยน้ำในพายุ
“นายหุบปากไปเลยนะธันวา!” พายแหวใส่หน้าคนข้างๆ ที่ยังคงนั่งเท้าคางยิ้มแป้นเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้มาใหม่ “มีธุระอะไรก็พูดมาค่ะ ถ้าไม่มี กรุณาหลีกทางด้วยค่ะ ตรงนี้เป็นที่สาธารณะแต่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับทำตัวไร้มารยาท”
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างดูแคลน ก่อนจะเหลือบมองธันวาที่นั่งเลื่อนมือถือไปมาอย่างไม่สะทกสะท้าน “เก่งแต่ให้ผู้หญิงออกหน้าเหรอวะไอ้วิศวะ เห็นว่ามึงกับยัยนี่ตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ นึกว่าจะแน่”
พายขมวดคิ้วแน่น มือบางกำชายกระโปรงจนยับ เธอเกลียดที่สุดคือการถูกลากไปเกี่ยวกับการดูถูกคนอื่นโดยที่เธอไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลย ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้สวนกลับ แรงดึงเบาๆ ที่ข้อมือก็ทำให้เธอชะงัก
ธันวาเปลี่ยนท่าทาง จากคนขี้เล่นกลายเป็นแววตานิ่งสงบแต่เย็นเยียบ เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน ความสูงที่มากกว่าเกือบหนึ่งช่วงหัวทำให้เขาดูน่าเกรงขามขึ้นมาในทันที เขาขยับตัวไปยืนบังพายไว้ครึ่งหนึ่ง ราวกับเป็นโล่กำบังที่เธอไม่ได้อนุญาตให้ทำ แต่กลับรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“คำพูดคำจาเหมือนคนขาดความอบอุ่นเลยนะคะเพื่อน” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำกลับบาดลึก “ที่บ้านไม่สอนเหรอคะว่าการเดินเข้ามาหาเรื่องคนอื่นในที่สาธารณะมันดู ‘ไร้คลาส’ ขนาดไหน อ้อ... หรือว่าจริงๆ แล้วที่อยากคุยด้วยน่ะ คือผม แต่ไม่กล้า เลยต้องใช้มุกทักผู้หญิงเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผมแทน?”
“มึง!” อีกฝ่ายถลันเข้ามาหมายจะง้างหมัด
“จะทำอะไรคะ!” พายลุกขึ้นพรวด ขวางหน้าธันวาไว้ทันที “ถ้าคุณคิดจะก่อเหตุทะเลาะวิวาท ฉันจะเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดี๋ยวนี้! ลองดูไหมว่าระหว่างคุณกับพวกเรา ใครจะซวยกว่ากัน!”
แววตาดุดันของพายทำให้ฝ่ายนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง เขาพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย ก่อนจะชี้หน้าธันวา “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง เรื่องงานโปรเจกต์น่ะ คิดให้ดีว่าใครกันแน่ที่สมควรได้ไปต่อ”
ชายคนนั้นเดินกระทืบเท้าออกไปจากร้านกาแฟ ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กลับเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง พายทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ด้วยความอ่อนแรง ใจที่เต้นรัวเริ่มกลับมาเป็นจังหวะปกติ แต่ความรู้สึกบางอย่างกลับขยับเปลี่ยนไปเสียแล้ว
ธันวานั่งลงข้างเธออย่างเงียบเชียบ ไม่มีมุกเสี่ยว ไม่มีคำกวนประสาท มีเพียงความเงียบที่อบอุ่นและแปลกตา เขาหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดของตัวเองขึ้นมาจิบ ก่อนจะหันมามองคนข้างกายที่ยังคงหลบสายตา
“ขอบคุณนะ” พายพึมพำเบาๆ ก้มหน้ามองลายไม้บนโต๊ะ “แต่ไม่ต้องทำตัวเป็นฮีโร่หรอก ฉันจัดการเองได้”
“รู้ครับว่าเก่ง” ธันวาตอบเสียงนุ่ม แววตาที่เขามองพายมันไม่ได้มีแค่ความขี้เล่นเหมือนทุกครั้ง แต่มันมีความอ่อนโยนที่ลึกซึ้งจนเธอไม่กล้าสบตา “แต่ที่ทำไป เพราะผมไม่อยากให้ ‘ความเป๊ะ’ ของคุณต้องมาแปดเปื้อนเพราะคนแบบนั้นต่างหาก”
พายใจกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างลืมตัว และนั่นทำให้เธอพบว่าธันวากำลังจ้องเธออยู่ก่อนแล้ว สายตาของเขามันทำให้โลกทั้งใบดูจะหมุนช้าลง... หรือเป็นเพราะใจของเธอกันแน่ที่เริ่มเต้นผิดจังหวะ
*ครืด... ครืด...*
เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของธันวาดังขึ้นทำลายภวังค์ เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะหันหน้าจอให้พายดู ข้อความในแชตกลุ่ม ‘วิศวะสายมโน’ เด้งรัวๆ จากก้อง
[ก้อง: เห้ย ธันวา! มึงอยู่ไหนวะ พายมันรู้หรือยังว่ามึงแอบไปเคลียร์เรื่องโปรเจกต์กับไอ้บ้านั่นให้มันลับหลังน่ะ?]
[ก้อง: อย่าบอกนะว่ายังไม่บอก! ถ้าพายรู้ว่ามึงเอาชื่อตัวเองไปเสี่ยงเพื่อให้พายไม่ต้องโดนคัดออก มึงได้กลายเป็นผัวเต็มตัวแน่!]
ดวงตาของพายเบิกกว้างเมื่ออ่านจบ เธอมองข้อความนั้นสลับกับใบหน้าของธันวาที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เขาทำท่าจะกดยกเลิกข้อความ แต่นิ้วมือกลับสั่นจนกดพลาด
“นี่...” พายเรียกเสียงแผ่ว ความทรงจำหลายๆ อย่างที่เคยคิดว่าเขาแค่ ‘บังเอิญ’ มาช่วยเริ่มกระจ่างชัด “ที่ผ่านมา... ที่นายบอกว่านายแค่ว่าง แล้วมาช่วยงานฉันตลอด ที่บอกว่านายแค่บังเอิญเดินผ่าน... มันไม่ใช่ความบังเอิญใช่ไหม?”
ธันวาปิดหน้าจอโทรศัพท์ลงช้าๆ เขาเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนคนจนตรอก ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้าสบตาเธอตรงๆ แววตาของเขาไม่มีความขี้เล่นเหลืออยู่ มีเพียงความจริงใจที่ทำเอาคนฟังแทบหยุดหายใจ
“ถ้าบอกว่าตั้งใจตั้งแต่วันแรก จะโกรธไหมคะ?”
พายอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน แต่นัยน์ตาคู่คมของธันวากลับส่งประกายวิบวับเหมือนเด็กที่เพิ่งทำความลับแตกแต่ก็พร้อมจะยอมรับผลที่ตามมา
เขาโน้มตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกาแฟผสมน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้พายแทบจะมุดโต๊ะหนี
“เพราะสำหรับผม... พายไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน แต่คือคนเดียวที่ผมยอม ‘ทำตัวมีสาระ’ ได้ทั้งวัน โดยไม่บ่นสักคำเลยนะ”
ท่ามกลางความเงียบในร้านกาแฟที่แสนสงบ เสียงหัวใจของพายเต้นดังจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน... นี่เธอกำลังแพ้ทางเขาเข้าจริงๆ แล้วใช่ไหม?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกที่เริ่มสั่นไหวของพายและธันวานะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ "ที่คั่นหนังสือสีชมพู"
วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ•ตอนที่ 14
กาแฟกับความเงียบ
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวะสายมโนกับโหมดโหมดคุมความประพฤติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!