เสียงโลหะหนักกระทบพื้นคอนกรีตดัง ‘เคร้ง’ กังวานไปทั่วโถงทางเดินที่มืดมิด กลิ่นอับชื้นของอาคารร้างผสมกับกลิ่นไอความตายที่จางหายไปไม่หมด ทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ธันวาชะงักฝีเท้า แววตาที่เคยฉายความกระหายเลือดบัดนี้สั่นไหววูบหนึ่ง มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือความประหลาดใจที่ไม่อาจปิดมิด
“นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่ ศิลา?” ธันวากระชากเสียงถาม ปากกระบอกปืนในมือของเขาเล็งตรงไปที่กึ่งกลางหน้าผากของเพื่อนเก่า “อย่าคิดว่าการวางอาวุธจะทำให้ฉันเปลี่ยนใจจากสิ่งที่ต้องทำ”
ศิลาไม่ขยับกาย เขายืนนิ่งดุจรูปปั้นหิน สายตาเรียบเฉยนั้นจับจ้องไปยังใบหน้าของธันวา ราวกับกำลังอ่านแผนที่ความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังของอีกฝ่าย “การทำลายล้างที่นายเพ้อฝันถึงน่ะธันวา มันไม่ได้สร้างระเบียบใหม่หรอก แต่มันกำลังสร้างหลุมศพให้กับพวกเราทุกคน”
“หุบปาก!” ธันวาคำราม แผงกล้ามเนื้อที่แขนเกร็งจนเห็นเส้นเลือด
ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังจะพังทลายลงด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว ร่างเพรียวบางของรินรดาที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสาต้นใหญ่ก็ก้าวออกมา เธอไม่ได้หยิบอาวุธขึ้นมา แต่กลับกดแท็บเล็ตในมือส่งสัญญาณบางอย่าง เสียงสัญญาณเตือนจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารดังระงมขึ้น พร้อมกับจอโฮโลแกรมที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ เผยให้เห็นเส้นสายข้อมูลเครือข่ายของ ‘ผู้บงการ’ ที่ธันวาเทิดทูน
“ดูนั่นสิ ธันวา” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีด “คนที่นายสวามิภักดิ์ ไม่ได้มองนายเป็นอุดมการณ์ แต่เขามองนายเป็นแค่ ‘เครื่องมือ’ ที่รอวันหมดอายุ และตอนนี้... วันนั้นก็มาถึงแล้ว”
ธันวาปรายตามองหน้าจอเพียงครู่เดียว ทว่าวินาทีนั้นเอง ความเย็นเยียบแล่นเข้าสู่หัวใจ ข้อมูลเหล่านั้นคือบันทึกการสั่งการลับที่ระบุชัดเจนว่า ‘กำจัดเป้าหมายเมื่อภารกิจสำเร็จ’ โดยที่ชื่อของธันวาปรากฏอยู่ในช่องเป้าหมายลำดับต้นๆ
ศิลาค่อยๆ เดินก้าวผ่านปลายกระบอกปืนไปอย่างช้าๆ ราวกับไม่เกรงกลัวต่อความตาย เขาหยุดยืนห่างจากธันวาเพียงหนึ่งช่วงแขน “เราต่างก็เป็นเหยื่อของโชคชะตาที่ถูกเขียนขึ้นโดยใครบางคน ธันวา... นายจะยอมเป็นเบี้ยที่เขาขยี้ทิ้ง หรือจะร่วมมือกับฉันเพื่อกระชากหน้ากากไอ้คนที่บงการพวกเราอยู่?”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของธันวาที่ดังชัดขึ้นเรื่อยๆ เขาลดปืนลงช้าๆ มือที่ถืออาวุธสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่ถูกหักหลัง รินรดาเดินเข้ามาสมทบข้างศิลา สายตาของเธอจับจ้องธันวาอย่างรอคำตอบ
“ถ้าฉันยอม... เราก็ไม่มีทางรอดไปจากเมืองนี้ได้” ธันวากล่าวเสียงพร่า ความเย็นชาในดวงตาเริ่มถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่เปลี่ยนทิศทาง
“ใครบอกว่าเราต้องรอดไปแค่สองคน?” ศิลาขยับยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูอันตรายและทรงพลังกว่าครั้งไหนๆ “รินรดามีแผนที่เส้นทางใต้ดินที่แม้แต่ผู้บงการก็ไม่รู้ และฉัน... มีข้อมูลที่พอมันได้เห็น มันจะต้องคลั่งตายก่อนจะได้ลงมือกับพวกเรา”
รินรดาพยักหน้า เธอเริ่มรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดเสมือนจริง “เส้นทางสายใหม่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่มันคือทางเดียวที่จะทำลายโซ่ตรวนนี้ ถ้าพวกคุณตกลง เราจะเริ่มกระบวนการลบตัวตนของตัวเองนับจากวินาทีนี้”
ธันวาเก็บปืนเข้าซองหนังที่สะโพกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าสบตาศิลาอีกครั้ง “ฉันไม่ได้ทำเพื่อนายศิลา แต่ฉันทำเพื่อลากคอมันมาลงนรกด้วยตัวเอง”
“นั่นก็เพียงพอแล้ว” ศิลาตอบกลับ ก่อนจะหันไปทางประตูเหล็กกล้าที่ปิดตายด้านหลัง “รินรดา เปิดทาง”
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังจะเจาะเข้าระบบล็อคประตูหลัก สัญญาณเตือนภัยในอาคารก็ดับวูบลงอย่างกะทันหัน ความมืดมิดสนิทมิดทับถมเข้ามาแทนที่ แสงจากหน้าจอโฮโลแกรมของรินรดากลายเป็นสีแดงฉาน และมีเสียงปริศนาหนึ่งดังขึ้นมาจากลำโพงทั่วทั้งโถงทางเดิน... เสียงที่พวกเขาจำได้ดีที่สุด
“ยินดีด้วยที่ได้พบกันครบเสียทีนะ... ศิลา, ธันวา และยัยหนูผู้หิวโหยความลับ” เสียงทุ้มต่ำหัวเราะเบาๆ “แต่พวกเธอเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่ง... ฉันไม่ได้เป็นคนบงการพวกเธอหรอก... แต่ฉันคือ ‘อดีต’ ของพวกเธอต่างหาก”
สิ้นเสียงนั้น ประตูเหล็กกล้าที่ควรจะเปิดออกกลับมีเงาตะคุ่มขนาดมหึมาพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสามคนด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนดาบสั้นในมือของเงาร่างนั้น... สัญลักษณ์เดียวกันกับสร้อยคอที่ติดตัวเขามาตั้งแต่ความทรงจำเลือนหายไป
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของศิลาและผองเพื่อนนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทานจะพาทุกท่านดำดิ่งสู่ความจริงที่คาดไม่ถึงในตอนหน้าครับ
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 10
เส้นทางสายใหม่
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!