"หลบไปข้างหลัง!"
เสียงของศิลาตวาดก้องท่ามกลางความมืดมิดที่ฉาบไล้ด้วยไอสังหาร ร่างของเขาพุ่งตัวสวนทางกับเงาปริศนาที่โถมเข้ามาด้วยความเร็วราวกับปีศาจ ดาบสั้นในมือของศัตรูประหนึ่งเขี้ยวอสรพิษที่พร้อมจะฉีกกระชากลมหายใจ แต่ศิลากลับไม่เลือกที่จะถอยหนี
*เคร้ง!*
ประกายไฟสีส้มวาบขึ้นกลางความมืดจากรอยปะทะของโลหะ ศิลาอาศัยจังหวะที่ดาบของอีกฝ่ายเบี่ยงทิศทาง พุ่งหมัดซ้ายเข้าที่ซี่โครงของเงามืดนั้นอย่างจัง แรงกระแทกส่งผลให้ผู้บุกรุกถอยกรูดไปเบื้องหลัง แต่ทันทีที่ศิลาเห็นสัญลักษณ์บนดาบเล่มนั้นชัดเจนขึ้นภายใต้แสงสลัวจากหลอดไฟที่กะพริบถี่ๆ ในทางเดิน ความเย็นวาบก็แล่นปราดขึ้นสู่กระดูกสันหลัง
สร้อยคอที่เขาพกติดตัว... สัญลักษณ์รูปนกฟีนิกซ์ที่ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวน มันคือสิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเขากับอดีตที่หายไป และตอนนี้ มันกำลังปรากฏอยู่บนอาวุธของผู้ที่พยายามจะเอาชีวิตเขา
"แกเป็นใคร?" ศิลาถาม เสียงของเขาเย็นเยียบและนิ่งสนิท ทว่าในดวงตาซ่อนความรุ่มร้อนที่พร้อมจะระเบิดออกมา
รินรดาคว้าแขนเสื้อเขาไว้แน่น เธอหอบหายใจถี่พลางกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและสนิม "ศิลา หยุดก่อน! สัญญาณชีพของมัน... มันไม่มีชีพจร ร่างกายนี้ไม่ได้ถูกควบคุมด้วยความนึกคิดของมนุษย์ แต่มันคือเครื่องจักรสังหารที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้!"
ศิลาไม่ได้ฟังคำเตือนนั้น ร่างของเขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูอีกครั้ง เขาเริ่มใช้เทคนิคการต่อสู้ที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การใช้กำลัง แต่เป็นการทำลายจังหวะการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย การฝึกฝนในความมืดที่เขาเคี่ยวกรำตนเองมาตลอดหลายปีเริ่มแสดงผล เขาจำลองการเคลื่อนไหวของศัตรู ล็อกจุดตาย และอาศัยช่องว่างเพียงเสี้ยววินาทีในการกดจุดที่ข้อต่อ
เขากำลังมองหาสิ่งที่ 'ธันวา' เคยสอนไว้... *จุดอ่อนของสิ่งที่ไม่มีหัวใจ คือศูนย์กลางของพลังงานที่ขับเคลื่อนมัน*
"รินรดา มองหาจุดส่งสัญญาณบนร่างมันให้เจอ ถ้าเราไม่หยุดการเชื่อมต่อตอนนี้ เราจะต้องสู้กับมันไปจนกว่าเราจะหมดแรง!" ศิลาสั่งการพลางใช้สันมือกระแทกเข้าที่ข้อมือของศัตรูจนดาบหลุดมือไป
รินรดาหยิบอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ดัดแปลงขึ้นมาจากแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมา นิ้วเรียวของเธอรัวบนแป้นเสมือนอย่างรวดเร็ว "ต้องใช้เวลาสิบวินาที! ฉันต้องเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของมันก่อน!"
ศิลาขบกรามแน่น เขารู้ดีว่าสิบวินาทีท่ามกลางระยะประชิดกับเพชฌฆาตไร้ความรู้สึกนั้นยาวนานดุจนิรันดร์ เขาต้องแบกรับการโจมตีทั้งหมดไว้เพียงลำพัง
เขาทิ้งกระบวนท่าที่เน้นความสวยงาม เปลี่ยนเป็นการป้องกันที่หนักแน่นและดุดัน ศิลาใช้หลังมือปัดการโจมตีที่รวดเร็วของมัน ก่อนจะหมุนตัวฟาดเข่าเข้าที่กึ่งกลางลำตัวของศัตรู แรงปะทะนั้นรุนแรงจนโครงสร้างเหล็กใต้ผิวหนังของมันส่งเสียงลั่นอย่างน่ากลัว แต่เขาก็ต้องแลกมาด้วยการถูกดาบสั้นอีกเล่มที่ศัตรูควักออกมาจากช่องลับ กรีดเข้าที่หัวไหล่ซ้ายจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาผ่านเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ
"แปดวินาที..." รินรดาตะโกน เสียงของเธอสั่นเครือแต่ยังคงความมุ่งมั่น
ศิลาไม่แม้แต่จะขยับตัวตามความเจ็บปวด เขาใช้ความเจ็บนั้นเป็นตัวกระตุ้นสติ เขาเริ่มอ่านทิศทางของเงาได้แม่นยำขึ้น การเคลื่อนไหวของมันเริ่มช้าลงเมื่อเขาสามารถทำลายกลไกไฮดรอลิกที่ข้อพับเข่าของมันได้สำเร็จ
"ห้าวินาที! ศิลาถอยออกมา!"
ศิลาหมุนตัวหลบคมดาบในระยะเผาขน ก่อนจะพุ่งเข้าไปประชิดร่างนั้น สองมือของเขาประสานกันแน่น ราวกับกำลังจะปลิดวิญญาณ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่เป็นกล้องเลนส์นูนของอีกฝ่าย "ถ้าแกเป็นกุญแจสู่ความทรงจำของฉัน... แกก็ต้องพังลงตรงนี้แหละ"
*สาม... สอง... หนึ่ง!*
สิ้นเสียงของรินรดา ร่างของศัตรูที่เคยแข็งแกร่งดุจหินผากลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ดวงตาสีแดงฉานที่วาวโรจน์ดับมืดลงในทันที เสียงกลไกภายในหยุดลงสนิทพร้อมกับร่างของมันที่ทรุดลงกองกับพื้น ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่อีกครั้ง ราวกับว่าพายุที่เพิ่งพัดผ่านได้สลายตัวไปทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวเลือดและเศษซากโลหะ
ศิลายืนหอบหายใจอยู่เหนือร่างนั้น มือที่โชกเลือดของเขายื่นไปสัมผัสที่คอของหุ่นยนต์ตัวนั้น เขากระชากแผ่นเกราะที่หน้าอกออกเผยให้เห็นแผงวงจรที่ถุกทำลาย แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้าง
ท่ามกลางแผงวงจรสีเขียวที่ดับสนิท มีกระดาษแผ่นหนึ่งเสียบคาไว้อยู่ มันเปื้อนคราบน้ำมันเครื่องจนเกือบอ่านไม่ออก แต่ตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาที่เขาจำได้ขึ้นใจกลับเด่นชัดจนน่าใจหาย
*‘ศิลา... นายคิดว่านายเป็นคนฆ่าครอบครัวตัวเองงั้นหรือ? ลองกลับไปดูที่บ้านหลังเก่าในป่าสนดูสิ... แล้วนายจะรู้ว่าคนที่ยืนอยู่ข้างหลังนายมาตลอด คือคนที่นายเรียกว่าพี่ชาย’*
ความรู้สึกเหมือนถูกค้อนนับพันปอนด์ทุบลงกลางอก ศิลาหันขวับไปมองที่ประตูเหล็กที่พังทลายลงมา แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทว่าที่มุมมืดของเพดาน เขากลับเห็นเงามืดของกล้องวงจรปิดตัวหนึ่งที่หมุนติดตามเขามาตลอดเวลา... และเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่คุ้นหูเหลือเกินก็ดังขึ้นมาจากลำโพงที่ติดอยู่ตามฝาผนัง
"ยินดีด้วยที่ผ่านบททดสอบแรกนะน้องชาย... แต่นี่มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของนรกที่ฉันเตรียมไว้ให้เท่านั้น"
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการติดตามชะตากรรมของศิลาในตอนต่อไปนะครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 11
การฝึกฝนในความมืด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!