"ถ้านายยังกำมือแน่นขนาดนั้น เลือดที่ไหลซึมออกมาจากแผลที่ไหล่จะทำให้นายตายก่อนที่จะได้ล้างแค้นธันวาเสียอีกนะ"
เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้องพักซอมซ่อ ศิลาชะงักกึก นิ้วมือที่กดแผลอยู่เหนือผ้าพันแผลที่โชกเลือดคลายออกเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆ ในมือถือมวนบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดไฟ
"แกเป็นใคร" ศิลาเค้นเสียงถาม ร่างกายขยับเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์
ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาขยับตัวลุกขึ้นยืน เผยให้เห็นรอยแผลเป็นแนวยาวที่ลากผ่านสันกรามลงไปถึงลำคอ "ฉันคือคนที่ได้รับคำสั่งให้มา 'เช็กบิล' นาย แต่ก็นั่นแหละ... พอเห็นความไร้เดียงสาในแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของนายแล้ว ฉันกลับรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนใจดูบ้าง"
ศิลาหรี่ตาลง สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แตกต่างจากพวกมือสังหารที่ธันวาส่งมา "คนขององค์กร?"
"เคยเป็น" ชายคนนั้นตอบพลางโยนเอกสารแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยฝุ่น "ชื่อของฉันคือ 'รัน' และถ้าถามว่าทำไมฉันถึงยอมเสี่ยงคอมาอยู่ที่นี่ ก็เพราะฉันเบื่อการเป็นฟันเฟืองในเครื่องจักรสังหารที่ไม่มีหัวใจของไอ้ธันวาเต็มทีแล้ว น้องชาย... นายคิดว่าสิ่งที่นายตามหาอยู่ มันเป็นความจริงหรือเป็นเพียงกับดักที่เขาสร้างขึ้นมาล่อเหยื่อกันแน่?"
ศิลาขมวดคิ้ว เขาเดินเข้าไปหยิบเอกสารขึ้นมาอ่าน มือที่ถือกระดาษสั่นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งพล่านเมื่อเห็นรายชื่อและข้อมูลในนั้น มันคือรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตายของครอบครัวเขา ซึ่งมีตราสัญลักษณ์ของ 'เน็กซัส' องค์กรที่ธันวาเป็นแกนนำประทับอยู่อย่างชัดเจน
"ทำไมนายถึงช่วยฉัน" ศิลาถามเสียงเรียบแต่หนักแน่น
รันเดินเข้ามาใกล้ แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าที่คนแปลกหน้าจะมองออก "เพราะนายคือภาพสะท้อนของฉันเมื่อสิบปีก่อน วันที่ฉันคิดว่าการทำลายทุกคนที่ขวางทางจะมอบความยุติธรรมให้โลกใบนี้ได้ จนกระทั่งฉันได้เห็นความพินาศที่ตัวเองก่อขึ้นด้วยตาตัวเอง... นายยังมีโอกาสถอย แต่นายเลือกที่จะก้าวเข้ามาในนรกนี้เอง"
ในจังหวะนั้น เสียงแจ้งเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารของรันก็ดังขึ้น บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเงียบงันเป็นความตึงเครียดทันที รันหันขวับไปมองที่หน้าต่างบานเกล็ด ก่อนจะหันกลับมาหาศิลาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"พวกมันตามกลิ่นเลือดของนายมาเร็วกว่าที่คิด" รันพูดพลางคว้าปืนพกกระบอกเล็กออกมาจากสายคาดเอว "ถ้านายอยากจะรอดไปให้ถึงวันที่ได้เผชิญหน้ากับธันวาจริงๆ นายต้องฟังฉัน รินรดาเตรียมเส้นทางหนีไว้ให้แล้ว แต่เส้นทางนั้นมีราคาที่ต้องจ่ายมากกว่าแค่เลือด"
ศิลานิ่งงัน ความทรงจำที่ขาดหายไปแวบเข้ามาในหัวเหมือนภาพลวงตา เขาเห็นใบหน้าของรินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการเจาะข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์ลับ เธอบอกเขาเสมอว่า 'ในโลกของเงา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ศัตรู แต่คือการไม่รู้ว่าใครคือมิตรที่แท้จริง'
"ฉันจะไป" ศิลาตัดสินใจ เด็ดขาดและรวดเร็ว
"ดี" รันพยักหน้า ก่อนจะเหลือบมองไปที่ประตูด้านหน้า "แต่ก่อนจะไป เราต้องจัดการกับ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ที่กำลังจะพังประตูเข้ามาเสียก่อน"
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่ทางเดินหน้าห้องพัก ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่หยุดนิ่งลงหน้าประตู ศิลาคว้าอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อม กล้ามเนื้อทุกส่วนตึงเปรี๊ยะ รันยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน เขาขยับตัวไปยืนเคียงข้างศิลาในเงามืด
ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูสามครั้งที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น รันชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกที่ศิลาไม่เคยเห็นมาก่อน
"ไม่ได้การแล้ว..." รันพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ "นี่ไม่ใช่คนของธันวา... พวกเขาคือ 'หน่วยชำระล้าง' ที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาดคนที่คิดจะทรยศโดยเฉพาะ"
ก่อนที่ศิลาจะได้ถามอะไรเพิ่มเติม ประตูก็ถูกถีบพังเข้ามาจนเศษไม้กระจายเต็มพื้น แต่คนที่ก้าวเข้ามากลับไม่ใช่ชายชุดดำที่พวกเขาคาดไว้ หากแต่เป็นบุคคลที่ศิลาคาดไม่ถึงที่สุดในวินาทีนี้
"รินรดา?" ศิลาอุทานออกมาด้วยความตกใจ ขณะที่หญิงสาวในชุดคลุมสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมกับปืนที่ลดลงต่ำ เธอมองทั้งสองคนด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่าขนลุก
"ฉันบอกให้รอสัญญาณไม่ใช่หรือไง" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ สายตาของเธอไม่ได้มองศิลา แต่มองข้ามไปที่ร่างของรันที่ยืนตัวแข็งทื่อ "และนาย... รัน นายคิดจริงๆ เหรอว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้คนทรยศอย่างนายมาป้วนเปี้ยนใกล้กับศิลาได้โดยที่ฉันไม่รู้ตัว?"
คำพูดของเธอราวกับมีดที่ปักลงกลางความเชื่อใจของศิลา เขาหันไปมองรันที่ค่อยๆ ยกมือขึ้นยอมจำนน ขณะที่รินรดาก้าวเข้ามาใกล้ศิลามากขึ้นจนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นดินปืน
"เราถูกหลอกแล้วศิลา" รินรดากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวเล็กน้อยที่ไม่มีใครได้ยิน "รันไม่ได้มาช่วยนาย แต่นายคือเหยื่อที่เขาใช้เป็นตัวล่อ เพื่อให้เขาได้รับโอกาสแก้แค้นธันวาด้วยการเอาตัวนายไปแลกกับอิสรภาพของเขาเอง"
ศิลาเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง เมื่อเห็นรันค่อยๆ หยิบรีโมทขนาดเล็กขึ้นมาไว้ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา!
มหายุทธ์ไร้เทียมทานหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับความพลิกผันของโชคชะตาในตอนนี้นะครับ
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 12
มิตรภาพที่ไม่คาดฝัน
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!