เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 9

ความแค้นที่ปะทุ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
“ถ้าเจ้ายังไม่หยุดสั่น ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ข้อมูลพวกนั้นหลุดรอดไปถึงสมองของแกได้เด็ดขาด ศิลา” เสียงเย็นเยียบของรินรดาแทรกผ่านความมืดมิดในห้วงความคิดของศิลา มันไม่ใช่เสียงปลอบประโลม แต่มันคือคำสั่งที่เฉียบคมราวกับใบมีดที่กดลงบนเส้นประสาท ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้เหล็กในห้องใต้ดินที่ปราศจากแสงสว่าง มีเพียงแสงสีฟ้าจางๆ จากจอโฮโลแกรมที่ฉายแสงวูบวาบกระทบใบหน้าซีกหนึ่งของเขา เหงื่อเม็ดโตผุดพรายบนขมับจนเปียกชื้นไปทั่วใบหน้า ร่างกายเขากำลังสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะ ‘บางอย่าง’ กำลังพยายามพังทลายเขื่อนกั้นน้ำในจิตใต้สำนึกออกมา ศิลาขยำเสื้อเชิ้ตของตัวเองจนยับยู่ยี่ มืออีกข้างคว้าที่วางแขนจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาตามหลังมือ “มัน... มันกำลังจะออกมาแล้ว ริน” ศิลาเค้นเสียงผ่านไรฟัน ดวงตาที่เคยนิ่งสงบดุจผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับมีประกายความเจ็บปวดที่แผดเผา “ภาพพวกนั้น... กลิ่นคาวเลือดที่ฉันเคยพยายามลืม... มันกำลังย้อนกลับมาหาฉันทุกรายละเอียด” “นั่นคือสิ่งที่แกต้องการไม่ใช่หรือไง?” รินรดาเดินเข้ามาใกล้ แสงจากหน้าจอสะท้อนในดวงตาคมกล้าของเธอ “แกเป็นคนร้องขอเองให้ฉันกระตุ้น ‘ไฟล์ที่ถูกลบ’ ในสมองแก หากแกหยุดตอนนี้ เซลล์ประสาทส่วนความจำของแกอาจจะเสียหายถาวร แกจะกลายเป็นคนไร้ตัวตนไปตลอดกาล หรือแกจะเลือกที่จะจำ แล้วเจ็บปวดไปชั่วชีวิต?” ศิลาไม่ได้ตอบ เขาหลับตาลงแน่น ทันใดนั้น ความทรงจำเหมือนเขื่อนที่แตกทะลักเข้าสู่สมอง เสียงกรีดร้องของมารดาในคืนที่ฝนตกหนัก กลิ่นไหม้ของบ้านไม้ที่เขาเคยอาศัย และใบหน้าของใครบางคนที่ยืนถือปืนนิ่งเฉยอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง—ใบหน้าที่เขาจำได้แม่นยำว่าเป็นของใคร *ธันวา* ภาพในอดีตซ้อนทับกับปัจจุบัน ศิลาเห็นธันวาในชุดเครื่องแบบเรียบกริบ เขายืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มของชายผู้เชื่อว่าการชำระล้างโลกต้องแลกมาด้วยความสูญเสียที่ไร้ความปราณี “อ๊ากกก!” ศิลาแผดเสียงร้องลั่นพร้อมกับทุบโต๊ะทำงานจนพังทลาย เศษเหล็กกระเด็นไปทั่วห้อง ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจากศีรษะลงมาถึงกระดูกสันหลัง ราวกับมีใครเอาเข็มนับพันเล่มมาทิ่มแทง เขาเห็นตัวเองในวัยเด็กกำลังยื่นมือไปขอความช่วยเหลือจากธันวา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือกระสุนนัดหนึ่งที่เฉียดผ่านไหล่ไปอย่างเลือดเย็น รินรดาเบิกตากว้าง เธอรีบกดรหัสผ่านเพื่อหยุดการเชื่อมต่อของเครื่องกระตุ้นสมอง แต่ระบบกลับปฏิเสธคำสั่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เวรเอ๊ย! มันล็อกระบบจากภายนอก... มีใครบางคนกำลังแฮ็กเข้ามาในระบบฐานข้อมูลนี้!” “เขารู้...” ศิลาลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่ได้แฝงความอ่อนแออีกต่อไป แต่กลับลุกโชนด้วยโทสะที่เดือดดาลจนดูน่าสะพรึงกลัว “เขารู้ว่าฉันกำลังจะจำได้ เขาจึงส่งคนมาขัดขวางตั้งแต่ในจิตสำนึกของฉัน” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ความเงียบขรึมของเขากลายเป็นไอสังหารที่หนักอึ้งจนรินรดารู้สึกหายใจไม่ออก เขาเดินไปที่ผนังห้อง กดปุ่มลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดเก่าๆ เผยให้เห็นคลังอาวุธที่เขาเก็บงำไว้เป็นความลับสูงสุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา “ศิลา! แกจะไปไหน? ระบบสมองแกยังไม่เสถียรนะ!” รินรดาตะโกนตามหลัง แต่ศิลาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาสวมเสื้อคลุมสีดำสนิท หยิบปืนพกกระบอกถนัดมือขึ้นมาตรวจสอบความพร้อม จังหวะการเคลื่อนไหวของเขารวดเร็วและเฉียบคมผิดกับคนเพิ่งผ่านความทรมานมาหมาดๆ “ริน ความแค้นที่ถูกฝังกลบมานานนับปี มันไม่ได้จางหายไปไหนหรอก มันแค่รอเวลาที่จะปะทุออกมาในรูปแบบที่รุนแรงที่สุดเท่านั้น” “แกจะทำอะไร?” ศิลาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาเย็นชาไร้ความรู้สึก ราวกับความทรงจำที่คืนกลับมาได้ล้างเอาความอ่อนโยนสุดท้ายในใจเขาออกไปจนหมดสิ้น “ฉันจะไปปิดบัญชีที่ค้างคาเสียที บอกเขาด้วย... ว่าเงามายาที่เขาเคยขยี้ทิ้ง กำลังจะกลับมากลายเป็นฝันร้ายที่เขาไม่มีวันตื่น” เขาก้าวเดินออกไปจากห้องใต้ดิน ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินปืนที่เริ่มคละคลุ้งและรินรดาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เธอไม่เคยเห็นศิลาในเวอร์ชันนี้มาก่อน—เวอร์ชันที่ไร้ความปราณีและพร้อมจะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อความสะใจ เมื่อศิลาผลักประตูบานหนักออกสู่โถงทางเดินด้านนอก แสงไฟสลัวของทางเดินกลับดับวูบลงโดยพร้อมเพรียง ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่น ศิลาหยุดนิ่ง สัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่ประชิดเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นหูที่สุดดังขึ้นที่ข้างหูของเขา “ดูเหมือนว่าความจำแกจะกลับมาได้ถูกเวลาพอดีเลยนะ เพื่อนเก่า” ธันวายืนอยู่ที่นั่น ใบหน้าของเขาปรากฏรอยยิ้มที่เขาใช้มองดูโลกพินาศมานับครั้งไม่ถ้วน มือของเขาจ่อกระบอกปืนอยู่ที่ท้ายทอยของศิลาอย่างแนบแน่น ศิลายกยิ้มมุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข แต่เป็นยิ้มของเพชฌฆาตที่รอคอยนาทีนี้มานานแสนนาน ศิลาไม่ขยับหนี แต่กลับค่อยๆ ปล่อยปืนในมือลงพื้น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “ฉันรอนายมานานเท่าไหร่แล้ว รู้ไหมธันวา?” ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดุเดือดในบทนี้ และพบกันใหม่ในตอนต่อไปครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%