“นายกำลังเดินเข้าหาหลุมศพตัวเองนะ ศิลา”
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังลอดออกมาจากอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วที่วางอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ในโกดังร้างใจกลางเขตอุตสาหกรรมเก่า น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนาที่ฟังดูบาดลึกเสียยิ่งกว่าคำดูหมิ่น
ศิลาไม่ตอบ เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่ดูเหมือนโกดังเก็บของธรรมดา ทว่าประสาทสัมผัสของเขากลับร่ำร้องบอกถึงความผิดปกติ กลิ่นจางๆ ของน้ำมันดิบที่อบอวลอยู่ปนกับกลิ่นโอโซนจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นคอนกรีต มันไม่ใช่ที่พักพิง แต่มันคือห้องสังหารที่ออกแบบมาอย่างประณีต
“รินรดา อย่าเพิ่งส่งสัญญาณเจาะระบบตอนนี้” ศิลาพึมพำผ่านไมโครโฟนขนาดเล็กที่ติดอยู่หลังใบหู “เจ้านั่นไม่ได้ตั้งใจจะคุยกับฉัน มันกำลังดึงเวลาเพื่อให้กลไกบางอย่างทำงาน”
“ฉันเห็นแล้ว” เสียงของรินรดาตอบกลับมาอย่างรวดเร็วและร้อนรน “ค่าพลังงานใต้ฝ่าเท้าคุณกำลังพุ่งสูงขึ้น ศิลา ออกมาเดี๋ยวนี้! มันไม่ได้ใช้วงจรดิจิทัลในการคุมกับดัก แต่มันใช้ระบบกลไกแบบอะนาล็อก...ฉันแฮ็กไม่ได้!”
ศิลาไม่ได้ขยับตัวทันที ทว่าสายตาของเขาตวัดไปมองเงาดำที่ไหววูบผ่านหน้าต่างบานสูงที่แตกละเอียด ความเงียบงันที่กดทับลงมาในโกดังไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือความกดอากาศที่กำลังเปลี่ยนแปลง
“เราเป็นเพื่อนกันมานานพอที่จะรู้ว่า นายไม่มีทางวางกับดักห่วยๆ แบบนี้หรอก ธันวา” ศิลาพูดขึ้นขณะค่อยๆ ก้าวถอยหลังอย่างระมัดระวัง “นายชอบศิลปะของการทำลายล้างที่ต้องเห็นเหยื่อค่อยๆ หมดสิ้นความหวัง... บอกมา นายซ่อนมันไว้ที่ไหน”
“ความทรงจำที่หายไปนั่นน่ะเหรอ?” ธันวาหัวเราะหึในลำคอ “มันฝังลึกอยู่ในกระดูกของนายมากกว่าที่นายคิดเสียอีก ศิลา... แต่น่าเสียดายที่วันนี้ฉันไม่ได้มาเพื่อรื้อฟื้นอดีต ฉันมาเพื่อยุติมัน”
*คลิก*
เสียงกลไกเหล็กกระทบกันดังก้องกังวานไปทั่วโกดัง ในวินาทีนั้นเอง พื้นคอนกรีตที่ศิลาเหยียบอยู่ก็เลื่อนเปิดออกราวกับปากของอสูรกาย เขาพุ่งตัวกระโจนหลบไปด้านข้างด้วยสัญชาตญาณดิบ เสื้อแจ็กเก็ตของเขาถูกแรงลมจากการยุบตัวของพื้นดินกระชากจนขาดวิ่น กลิ่นดินและฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวล
ทว่านั่นยังไม่ใช่ทั้งหมด
กำแพงเหล็กที่เคยดูแน่นหนากลับเลื่อนลงมาปิดตายทางออกทุกทิศทาง พร้อมกับกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นปราดผ่านโครงสร้างเหล็กจนเกิดประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบ ศิลาหยัดกายขึ้นยืน ร่างกายของเขาสั่นสะท้านจากแรงกระแทก แต่สายตายังคงนิ่งสงบดั่งผิวน้ำที่ไร้กระแสลม
“ศิลา! ฟังนะ” เสียงรินรดาขาดห้วงไปครู่หนึ่ง “ฉันพบจุดอ่อนแล้ว ตรงแผงควบคุมหลักที่อยู่หลังเสาต้นที่สามจากทางซ้ายของคุณ ถ้าคุณทำลายตัวเชื่อมต่อแม่เหล็กไฟฟ้าได้ กระแสไฟจะดับลง แต่คุณมีเวลาแค่สามวินาที เพราะหลังจากนั้นระบบระเบิดหน่วงเวลาจะทำงานทันที!”
ศิลากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเครียด เขาคำนวณระยะทางกับความเร็วของกระแสไฟที่กำลังวิ่งวนอยู่ในโครงสร้างเหล็ก เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด แต่นี่คือบททดสอบที่ธันวาจงใจวางไว้เพื่อดูว่าเขายังรักษาความเฉียบคมแบบเดิมได้อยู่หรือไม่
เขาวิ่งพุ่งเข้าหาเสาต้นนั้นราวกับเสือที่กระโจนเข้าใส่เหยื่อ กระแสไฟฟ้าสปาร์คเข้าที่ไหล่ของเขาจนเนื้อผ้าไหม้เกรียม ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงกระดูก แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ก้อนหินและเศษเหล็กที่กระจัดกระจายอยู่บนพื้นถูกเขาเตะสกัดส่งไปยังแผงควบคุมด้วยความแม่นยำระดับมือสังหาร
*เปรี้ยง!*
ประกายไฟระเบิดออกมาเมื่อวัตถุพุ่งกระทบแผงควบคุม แรงอัดมหาศาลทำให้ไฟในโกดังดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท ศิลาไม่รอช้า เขาพุ่งตัวไปที่มุมอับของกำแพงที่เขาคำนวณไว้ว่าเป็นจุดที่หนาที่สุดและปลอดภัยที่สุดจากการระเบิด
สาม... สอง... หนึ่ง...
แรงระเบิดมหาศาลสั่นสะเทือนไปถึงพื้นดินด้านบน เศษคอนกรีตและเหล็กกล้าปลิวว่อนราวกับห่าฝน ศิลาขดตัวแน่นโดยใช้แขนทั้งสองข้างบังศีรษะ แรงอัดอากาศกระแทกเขารุนแรงจนเลือดสดๆ ไหลซึมออกจากมุมปาก โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความมืดมิดกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาไปชั่วขณะ
เมื่อควันจางลง ศิลาค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพัง หูของเขาอื้ออึง แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
ไม่ใช่ธันวาที่ยืนรอเขาอยู่ตรงนั้น...
ไม่ใช่ศัตรูที่เขาคุ้นเคย
ท่ามกลางกลุ่มควัน ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มยืนตระหง่านอยู่ มือข้างหนึ่งถือเอกสารแฟ้มสีดำที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด เขาคนนั้นคือบุคคลที่ศิลาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่เหตุการณ์คืนนองเลือดเมื่อสิบปีก่อน
“ยินดีด้วยที่รอดมาได้... ศิลา” ชายคนนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก “แต่น่าเสียดายที่ความจริงที่นายตามหามาตลอด มันไม่ได้อยู่ในหัวของนาย... มันอยู่ในแฟ้มนี้”
ชายคนนั้นวางแฟ้มสีดำลงบนเศษซากคอนกรีต ก่อนจะหันหลังเดินหายเข้าไปในความมืดที่ไร้ทางออก โดยทิ้งเพียงคำพูดสุดท้ายที่ทำให้หัวใจของศิลาหล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม
“ลืมไปเถอะว่านายเป็นใคร แล้วยอมรับความจริงซะว่า... คนที่ฆ่าครอบครัวของนายในคืนนั้น ไม่ใช่ใครอื่นที่ไหน นอกจากตัวนายเอง”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้นะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทานจะกลับมาพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 8
กับดักมรณะ
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!