"หากนายพลาดไปเพียงก้าวเดียว ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของนายที่จะมอดไหม้ แต่หมายถึงชีวิตของคนทั้งตึกนี้ที่จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านภายใต้แผนการของธันวา"
รินรดากระแทกแฟลชไดรฟ์ลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำ เสียงของมันกระทบผิวไม้ดังกังวานท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องใต้ดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้นและไอความเย็นจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ เธอจ้องมองศิลาด้วยดวงตาที่วาวโรจน์ไปด้วยความกดดัน นิ้วเรียวยาวของเธอสั่นระริกเล็กน้อยขณะเลื่อนแผนผังโครงสร้างเครือข่ายขององค์กรขึ้นบนหน้าจอโฮโลแกรม
ศิลาไม่ได้ตอบในทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังเก่าๆ สายตาจ้องมองเพียงหยดน้ำที่ค่อยๆ ไหลซึมผ่านรอยร้าวของผนังคอนกรีต เขาปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่ของมัน กัดกินความกังวลที่พุ่งพล่านอยู่ในใจของคนตรงหน้า
"นายกำลังกลัวหรือไง ศิลา?" รินรดาถามเสียงต่ำ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าจากการไม่ได้นอนมาสามคืนเต็ม
"กลัว?" ศิลาแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาเยือกเย็นดั่งก้นบึ้งของมหาสมุทร "ความกลัวเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับคนตายที่เพิ่งฟื้นคืนชีพอย่างฉัน รินรดา... สิ่งที่ฉันกำลังคิดคือทำอย่างไรให้ธันวาเชื่อสนิทใจว่าเขากำลังเป็นผู้ล่า ในขณะที่บ่วงบาศกำลังรัดคอเขาอยู่โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวต่างหาก"
เขาลุกขึ้นยืน ร่างกายสูงโปร่งภายใต้เสื้อแจ็กเก็ตสีเข้มขยับขยายอย่างมั่นคง เขาเดินไปที่หน้าต่างบานเล็กที่มองเห็นแสงไฟระยิบระยับของเมืองใหญ่เบื้องล่าง ที่นั่นคือสนามรบ ที่นั่นคือเป้าหมาย และที่นั่นคือที่ที่ธันวากำลังหลงระเริงอยู่ในอำนาจจอมปลอม
"ธันวาไม่ได้ฉลาดน้อยกว่าเรา" ศิลาเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับรำพึงกับตัวเอง "มันรู้ว่าฉันยังไม่ตาย มันแค่กำลังรอ... รอให้ฉันเดินเข้ามาในกับดักที่มันเตรียมไว้เพื่อปิดฉากทุกอย่างในคราวเดียว ดังนั้น ถ้าเราจะชนะ เราต้องไม่เพียงแค่ล่อหลอกมัน แต่เราต้องยอมเสียสละหมากที่สำคัญที่สุดไป เพื่อให้มันนึกว่ามันกำชัยชนะไว้ในมือแล้ว"
"หมากที่สำคัญที่สุด?" รินรดาชะงัก เธอเริ่มเข้าใจถึงสิ่งที่เขากำลังจะสื่อ ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนก "หมายความว่านายจะใช้ตัวเองเป็นตัวล่อ? นายจะปล่อยให้ตัวเองถูกจับงั้นเหรอ?"
"ไม่ใช่แค่การถูกจับ แต่มันคือการทำให้มันมั่นใจว่ามันได้ลบตัวตนของฉันออกไปจากโลกนี้อีกครั้งต่างหาก" ศิลาหันกลับมา แสงจากจอโฮโลแกรมอาบใบหน้าของเขาให้เห็นถึงแววตาที่เด็ดเดี่ยวจนน่าเกรงขาม "เมื่อธันวาคิดว่าไม่มีใครขัดขวางมันได้อีก ความลับที่ถูกเก็บงำอยู่ในฐานข้อมูลลับสุดยอดของมันจะไร้การป้องกันทันที และนั่นคือหน้าที่ของเธอ รินรดา... วินาทีที่มันคิดว่าฉันตาย เธอต้องเจาะเข้าไปในระบบแม่ข่ายและเผยแพร่ข้อมูลทั้งหมดให้โลกได้รับรู้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก รินรดากำหมัดแน่น ความลังเลฉายชัดบนใบหน้า "แล้วนายล่ะ? ถ้าแผนพลาดไปแม้แต่วินาทีเดียว นายจะไม่มีโอกาสได้กลับออกมาอีกเลย"
"โอกาสน่ะเหรอ?" ศิลาเดินเข้าไปใกล้เธอ หยุดยืนในระยะที่ได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "ฉันทิ้งคำว่าโอกาสไปตั้งแต่วันที่ฉันเห็นครอบครัวถูกสังหารต่อหน้าต่อตาในกองเพลิงแล้ว ที่เหลืออยู่ตอนนี้คือความแค้นที่ต้องชำระด้วยชีวิตเท่านั้น"
เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วขึ้นมาวางบนมือของหญิงสาว สัมผัสเย็นเฉียบของมันทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถือระเบิดเวลาไว้ในมือ
"อย่าให้ผมต้องผิดหวังนะ" ศิลาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
ขณะที่ศิลาเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ถูกตั้งค่าไว้เฉพาะตัวก็ดังขึ้นแผ่วๆ ในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา หน้าจอที่เคยแสดงแผนผังระบบเครือข่ายเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานทันที พร้อมกับรหัสลับที่เขาจำได้ดีขึ้นปรากฏขึ้นบนหน้าจอ
รินรดามองหน้าจอด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหันมามองศิลาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"ศิลา... ระบบความปลอดภัยที่ฐานลับถูกเจาะเข้าแล้ว" เธอเสียงสั่น "แต่ที่แปลกกว่านั้น คือรหัสที่ผู้บุกรุกใช้ในการผ่านประตูชั้นใน... มันเป็นรหัสที่นายเคยใช้เมื่อสิบปีก่อนตอนที่ยังทำงานให้องค์กรอยู่"
ศิลาหยุดชะงัก มือที่กำลังจะเปิดประตูห้องหยุดค้างอยู่กลางอากาศ เขาหันกลับมามองจอคอมพิวเตอร์ แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นไหวอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก
"เป็นไปไม่ได้..." เขากระซิบเสียงต่ำ "รหัสนั้น... มีเพียงแค่ฉันกับ 'คนๆ นั้น' เท่านั้นที่รู้"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของอาวุธสงคราม ศิลารีบคว้าปืนข้างกายขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อม แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไร ประตูเหล็กก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงระเบิดที่คำนวณมาอย่างแม่นยำ
ท่ามกลางกลุ่มควันและแสงเลเซอร์สีแดงที่สาดส่องเข้ามา ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ศิลานิ่งงันเมื่อเห็นใบหน้าของคนผู้นั้นชัดเจน—ใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นที่หางตาขวาอันเป็นเอกลักษณ์ที่เขาไม่มีวันลืม
"ไม่เจอกันนานนะ พี่ชาย..." บุรุษผู้นั้นเอ่ยขึ้น พร้อมรอยยิ้มที่เย็นยะเยือกพอๆ กับน้ำแข็ง "และยินดีด้วยที่วันนี้... เกมไล่ล่าของนายสิ้นสุดลงแล้ว"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับร่องรอยแห่งความลับในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 21
แผนซ้อนกล
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!