"เลิกเพ้อฝันถึงเรื่องความยุติธรรมเสียที ศิลา... บนโลกที่เน่าเฟะใบนี้ มีเพียงอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดเท่านั้นที่จะตัดสินว่าใครคือผู้รอดชีวิต"
เสียงของธันวาดังก้องสะท้อนอยู่ในโถงคอนกรีตที่ไร้แสงสว่าง ร่างของศิลาซวนเซไปตามแรงปะทะของหมัดหนักหน่วงที่กระแทกเข้าที่ซี่โครง รสฝาดปร่าของเลือดไหลซึมผ่านมุมปาก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกจนรู้สึกแสบไปถึงปอด เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่ในวินาทีนี้ เขากำลังพยายามมองผ่าน 'พันธนาการ' ที่ล่ามวิญญาณของเขามาตลอดหลายปี
รินรดาที่หลบอยู่หลังเสาหินขนาดใหญ่กำเครื่องส่งสัญญาณในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ดวงตาของเธอฉายแววกังวลแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น เธอรู้ดีว่าศิลาไม่ได้กำลังสู้กับธันวาเพียงอย่างเดียว แต่เขากำลังสู้กับ 'เงาของตัวเอง' ที่ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำที่หายไป
"นายเปลี่ยนไปมากนะ ธันวา" ศิลาเค้นเสียงตอบ มือที่สั่นเทาค่อยๆ ยกขึ้นเช็ดคราบเลือด "อุดมการณ์ที่นายพร่ำบอก มันก็แค่เปลือกนอกที่ปกปิดความอ่อนแอของนายเองต่างหาก นายกลัว... กลัวว่าถ้าวันหนึ่งนายไม่ได้เป็นคนถือไพ่เหนือกว่า นายจะกลายเป็นเพียงเศษฝุ่นในโลกที่นายสร้างขึ้น"
ธันวาแสยะยิ้ม นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุด เขาพุ่งตัวเข้าใส่ศิลาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ ราวกับเสือดาวที่ตะครุบเหยื่อ ศิลาหลับตาลงชั่วขณะ ในความมืดมิดของเปลือกตา เขาไม่ได้เห็นภาพของธันวา แต่เขากำลัง 'ฟัง' จังหวะการเต้นของหัวใจ และแรงสั่นสะเทือนของอากาศที่เปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้
*ความสามารถที่แท้จริง... ไม่ใช่การทำลายล้าง แต่คือการผสาน*
ห้วงความคิดของศิลาหมุนวน เขาเห็นภาพความทรงจำที่แตกสลายชั่วแวบหนึ่ง—ภาพมือของพ่อที่สอนเขาจับพู่กันเขียนอักษร ภาพแม่ที่ลูบหัวเขาด้วยความอ่อนโยน ความรู้สึกนั้นไม่ใช่ความโกรธแค้น แต่มันคือ 'การปกป้อง' ความรู้สึกที่เขาลืมเลือนไปท่ามกลางกองซากปรักหักพังของชีวิต
ทันใดนั้น ศิลาก็ลืมตาขึ้น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของเขาเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลม เมื่อธันวากำลังจะฟาดสันมือลงมาที่ท้ายทอย ศิลากลับเคลื่อนที่สวนทางอย่างนุ่มนวล ราวกับเขารู้ล่วงหน้าว่าลมจะพัดไปทิศทางไหน
เขาก้าวเท้าเพียงครึ่งก้าว หลบเลี่ยงรัศมีการโจมตีได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะใช้ฝ่ามือกระแทกเบาๆ ลงที่จุดชีพจรใต้ข้อศอกของธันวา ไม่ใช่ด้วยความแรง แต่มันคือการถ่ายโอนพลังงานที่รุนแรงและฉับพลัน
"อึก!" ธันวาชะงัก ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน แรงปะทะที่ศิลาส่งมาไม่ได้ทำร้ายร่างกายภายนอก แต่มันสั่นคลอนไปถึงโครงสร้างประสาทสัมผัส เขาเสียหลักถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความตระหนก
"นี่มันวิชาอะไร..." ธันวาถามพลางหอบหายใจ สติของเขาเริ่มพร่าเลือน
ศิลาไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่มองมือของตัวเองที่ดูเหมือนจะมีละอองแสงจางๆ ล้อมรอบ ร่างกายของเขาเบาหวิวเหมือนไร้น้ำหนัก นี่ไม่ใช่ทักษะที่เขาฝึกฝนมา แต่เป็นสัญชาตญาณที่ถูกปลดล็อกเมื่อเขาเลิกวิ่งหนีความเจ็บปวดในอดีต
"นายไม่ใช่คนที่จะกำหนดชะตาชีวิตใครได้อีกต่อไป ธันวา" ศิลาเดินตรงเข้าไปหาอย่างช้าๆ ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน "เพราะวันนี้ ฉันจะข้ามขีดจำกัดที่นายสร้างไว้... เพื่อจบเรื่องราวทั้งหมดด้วยมือของฉันเอง"
รินรดาที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ ถึงกับกลั้นหายใจ เมื่อเธอมองเห็นหน้าจอข้อมูลในมือที่แสดงค่าพลังงานชีวภาพของศิลาพุ่งสูงขึ้นเกินขีดจำกัดของมนุษย์ปกติ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการตื่นขึ้นของรหัสพันธุกรรมที่ถูกซ่อนไว้ในฐานข้อมูลลับที่เธอเคยแฮ็กได้
ทว่า ในขณะที่ศิลากำลังจะเผด็จศึก เสียงปรบมือเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากมุมมืดของเพดานสูงลิบ พลันร่างหนึ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็กระโดดลงมาขวางกั้นระหว่างศิลาและธันวาไว้
ชายคนนั้นสวมหน้ากากเหล็กสีเงินวาววับ เขามองศิลาด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยชื่อที่ทำให้ศิลาต้องหยุดชะงักกึกทันที
"ยินดีด้วย ศิลา... ที่เจ้าค้นพบมรดกของ 'ตระกูลเงา' ที่ถูกลืมไปได้เสียที แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... การปลดล็อกพลังนี้ คือการเซ็นสัญญาแลกเปลี่ยนกับยมทูตด้วยเลือดของตัวเจ้าเอง"
คนผู้นี้คือใคร และทำไมเขาถึงรู้ความลับที่แม้แต่รินรดายังเข้าไม่ถึง? ศิลารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นคอนกรีต ราวกับว่าพื้นดินกำลังสูบวิญญาณของเขาไปทีละน้อย การต่อสู้ครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง หรือว่านี่คือกับดักที่เขาก้าวเท้าเข้าใส่ด้วยความเต็มใจกันแน่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับร่องรอยแห่งความลับในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 20
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!