“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังของนายกลายเป็นเศษฝุ่น”
เสียงกระซิบแหบพร่าดังมาจากเงามืดด้านหลัง สัมผัสเย็นเยียบของปากกระบอกปืนกดลงบนท้ายทอยของศิลาอย่างหนักแน่น ศิลาชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปหยิบกล่องบันทึกข้อมูล ดวงตาคมกริบกวาดมองเงาสะท้อนในกระจกเงาเบื้องหน้า เขาไม่ได้ตื่นตระหนก แต่หัวใจกลับเต้นเป็นจังหวะที่แม่นยำและเยือกเย็น
“ธันวา... นายใจร้อนเกินไปหน่อยนะ” ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขาซ่อนประกายวิเคราะห์บางอย่างไว้ “การวางกับดักด้วยรหัสลับที่ฉันเป็นคนคิดขึ้นมาเอง นายไม่คิดบ้างหรือว่ามันจะย้อนกลับมาทำร้ายนายในสักวัน”
เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ เป็นเสียงที่ศิลาคุ้นเคยดี มันเป็นเสียงหัวเราะของมิตรภาพที่ตายไปแล้ว เหลือเพียงความแค้นที่ฝังรากลึก
“รหัสของนายเปลี่ยนไปแล้วศิลา นับตั้งแต่ที่นายไปอยู่กับรินรดา ความเฉียบคมของนายมันลดทอนลงเหลือเพียงความลังเล” ธันวาขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มยืนเด่นสง่า ท่ามกลางห้องนิรภัยที่เงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจ “นายกำลังเล่นเกมที่นายไม่มีวันชนะ เพราะกฎเกณฑ์ของกระดานนี้... ฉันเป็นคนเขียนมันขึ้นมาใหม่เองทั้งหมด”
ศิลาเหลือบมอง 'ดาบปลายปืนโบราณ' ที่เขาสะพายไว้ข้างกาย อาวุธชิ้นเดียวที่สืบทอดมาจากพ่อและเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาความทรงจำที่หายไป ทันใดนั้น ธันวาก็เคลื่อนไหวด้วยความเร็วที่เหนือชั้น เขาเตะเข้าที่ขาพับของศิลาอย่างแรงจนร่างหนาเสียหลักทรุดลงกับพื้น ในจังหวะที่ศิลาจะคว้าด้ามดาบ ธันวากลับใช้รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนมือของศิลาอย่างจัง พร้อมกับกระชากดาบออกจากฝักไป
“ของชิ้นนี้มันเกินความสามารถของคนธรรมดาอย่างนายไปมากนัก” ธันวาหยิบดาบขึ้นมาพิจารณา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหลงใหลและกระหายอำนาจ
ศิลาขบกรามแน่น ความเจ็บปวดที่มือไม่ได้สะทกสะท้านเท่ากับการสูญเสียสิ่งเดียวที่เขายึดเหนี่ยวไว้เป็นหลักฐานของอดีต เขาพยายามจะคว้าปืนพกที่เอว แต่ธันวากลับรู้ทัน มืออีกข้างของธันวาตวัดปืนขึ้นจ่อไปที่ขมับของศิลาอีกครั้ง
“รินรดาอยู่ที่ไหน?” ธันวาถาม พลางโน้มตัวลงมาใกล้ ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่ง “เธอเป็นคนแฮ็กระบบเข้ามาใช่ไหม? บอกฉันมา ก่อนที่ฉันจะทำให้สมองของนายกลายเป็นชิ้นเนื้อที่ไม่มีความทรงจำเหลืออยู่เลย”
ศิลานิ่งเงียบ เขาไม่ได้มองหน้าธันวา แต่สายตากลับจ้องมองไปที่จุดสีแดงเล็กๆ ที่ส่องประกายอยู่บนกำแพงห้องนิรภัย นั่นคือสัญญาณเตือนจากเครื่องตรวจจับความร้อนที่รินรดาแอบติดตั้งไว้เมื่อตอนที่พวกเขาซ้อมแผนการบุกครั้งนี้
เขาไม่ได้พลาด... เขาแค่กำลังรอจังหวะ
“ถ้าอยากรู้ ก็ลองค้นหาดูสิ แต่บอกไว้ก่อนนะ... สิ่งที่นายถืออยู่น่ะ มันไม่ใช่แค่ดาบ” ศิลาแสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง “มันคือกับระเบิดเชิงกลไกที่ถูกตั้งค่าไว้ตามพันธุกรรมของผู้ถือครอง หากไม่ใช่สายเลือดของตระกูลฉัน... นายคิดว่าคนอย่างนายจะถือมันได้นานแค่ไหน?”
ธันวาขมวดคิ้ว มือที่จับด้ามดาบเริ่มสั่นเทา มีไอร้อนระเหยออกมาจากโลหะสีนิลอย่างประหลาด มันไม่ใช่แค่ดาบธรรมดา แต่เป็นเทคโนโลยีโบราณที่ศิลาพยายามปกปิดมาตลอด
ทว่าในวินาทีที่ธันวากำลังไขว้เขว เสียงสัญญาณเตือนภัยของฐานทัพก็ดังสนั่นไปทั่วชั้นใต้ดิน! ศิลาใช้จังหวะที่ธันวาหันไปมองหน้าจอควบคุม พุ่งตัวเข้าใส่ด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า เขากระแทกไหล่เข้าที่หน้าอกของอีกฝ่ายจนธันวากระเด็นไปกระแทกกับแผงวงจรไฟฟ้า ประกายไฟสาดกระจายไปทั่วห้อง
ดาบปลายปืนหลุดจากมือธันวาและกระเด็นเข้าไปในร่องลึกของเครื่องจักรขนาดยักษ์ที่กำลังหมุนทำงานอยู่ ศิลาพยายามจะเอื้อมไปคว้า แต่เสียงเครื่องยนต์ที่บดขยี้โลหะดังสนั่นขึ้นพร้อมกับร่างของดาบที่แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ต่อหน้าต่อตาเขา
ความหวังสุดท้ายที่จะกู้คืนความทรงจำกลายเป็นเศษเหล็ก
ศิลานิ่งค้างอยู่ในความมืด หัวใจเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอก ในขณะที่ธันวาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นออกจากสูทอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เขาจะเสียดาบไป แต่เขากลับยิ้มกว้างอย่างผู้ชนะ
“ดูสิ... แผนที่นายวางไว้พังไม่เป็นท่า” ธันวาหัวเราะก้อง “ตอนนี้ศิลา... นายก็แค่คนโง่ที่ไม่มีอดีต และกำลังจะไม่มีอนาคตด้วย”
ธันวาหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาสั่งการ “จัดการเก็บกวาดให้เรียบร้อย อย่าให้เหลือแม้แต่ซาก... อ้อ และช่วยไปเชิญคุณรินรดามาให้ฉันหน่อย บอกเธอว่า 'เพื่อนเก่า' กำลังรอการสนทนาครั้งสุดท้ายอยู่”
ศิลามองไปยังซากดาบที่กองอยู่กับพื้น ความเงียบเข้าครอบงำห้องนิรภัย เขาหันกลับมามองธันวาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาของความโกรธแค้น แต่มันคือสายตาของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไป
เขารู้ดีว่ารินรดาไม่ได้ถูกจับตัวง่ายๆ และเขาก็ไม่ได้มีเพียงแค่ดาบเล่มนั้นเป็นอาวุธเดียว แต่สิ่งหนึ่งที่เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีที่ดาบแตกสลาย คือความทรงจำที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในโลหะเหล่านั้น แต่มันถูกฝังอยู่ในรหัสพันธุกรรมที่ธันวาเพิ่งจะเปิดใช้งานโดยไม่ตั้งใจผ่านการสัมผัสดาบเมื่อครู่
ธันวาชะงักกึก ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำราวกับถูกของเหลวบางอย่างจากดาบซึมเข้าสู่ผิวหนัง
“นี่มัน... อะไรกัน...” ธันวาพึมพำ ก่อนจะล้มฟุบลงกับพื้น ร่างกายของเขากระตุกเกร็ง
ประตูห้องนิรภัยถูกกระชากเปิดออก เงาร่างของหญิงสาวในชุดดำสนิทก้าวเข้ามาพร้อมปืนเก็บเสียงในมือ รินรดาจ้องมองศิลาที่ยังคงคุกเข่าอยู่ ก่อนจะมองไปที่ธันวาที่นอนดิ้นพล่านด้วยความทรมาน
“เรามาถึงจุดจบของแผนการนี้แล้ว” รินรดากล่าวเสียงเรียบ “แต่ดูเหมือนว่า... สิ่งที่คุณค้นพบในวันนี้ จะน่ากลัวกว่าความทรงจำที่คุณพยายามตามหาเสียอีก”
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองรินรดา แววตาของเขาสะท้อนภาพของธันวาที่เริ่มเลือนหายไปจากความเป็นมนุษย์ และสิ่งที่ปรากฏขึ้นแทนที่ในดวงตาของธันวานั้น... คือรหัสลับที่เขาเคยเห็นในความฝันซ้ำๆ มาตลอดทั้งชีวิต!
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงจุดที่ความลับกำลังจะถูกเปิดเผยนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทานจะกลับมาในตอนถัดไปครับ
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 36
แผนที่ล้มเหลว
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!