"นายจะให้ฉันทำลายชีวิตใครคนหนึ่ง หรือจะให้ฉันทำลายหลักฐานของโลกใบนี้กันแน่ ธันวา?"
รินรดาเอ่ยถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของชายหนุ่มที่ยืนหันหลังให้เธออยู่ริมหน้าต่างบานสูง แสงไฟสลัวจากตึกระฟ้าใจกลางเมืองสะท้อนผ่านกระจกเงา เผยให้เห็นใบหน้าเรียบเฉยของธันวาที่ดูราวกับรูปปั้นหินที่ไร้หัวใจ
ธันวาไม่หันกลับมา เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบเบาๆ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก "ศิลาไม่ใช่แค่ใครคนหนึ่ง ริน... เขาคือหนามยอกอกที่ขวางทางเดินแห่งระเบียบใหม่ของฉัน หากเขาดับสูญไป ทุกอย่างที่เคยยุ่งเหยิงจะถูกจัดระเบียบเสียใหม่ ความทรงจำที่เขากำลังไล่ล่าหาความจริงอยู่ จะกลายเป็นเพียงเถ้าถ่านที่ไม่มีวันถูกขุดคุ้ยขึ้นมาได้อีก"
"เขายังเป็นเพื่อนของเรา" น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกลับมามั่นคงดังเดิม
"นั่นคืออดีตที่ผ่านไปแล้ว" ธันวาวางแก้วลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง 'กริ๊ก' สัญญาณแห่งการประกาศิต "สั่งการออกไป... บอกทีมจู่โจมว่าผมต้องการให้เขาหายไปจากโลกใบนี้แบบถอนรากถอนโคน ไม่ว่าเขาจะหนีไปที่ไหน หรือจะมีใครคอยหนุนหลังอยู่ ผมต้องการเพียงอย่างเดียว คือการจบชีวิตของเขาในคืนนี้"
ค่ำคืนนี้เปรียบเสมือนกรงขังที่มองไม่เห็น ศิลากำลังนั่งอยู่ภายในร้านกาแฟริมทางที่เงียบเชียบ เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบตัวมันหนักอึ้งกว่าปกติ สายตาที่มองผ่านกระจกออกไปพบเพียงเงาดำของรถยนต์สีเข้มที่ขับวนเวียนอยู่หลายรอบ
เขาวางมือถือลงบนโต๊ะ ปลายนิ้วแตะที่รอยแผลเป็นหลังมือโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำที่ขาดหายไปราวกับจิ๊กซอว์ที่ถูกทำลายทิ้งกำลังกรีดร้องอยู่ในหัว
'นายกำลังถูกล่า...' เสียงของเขากระซิบกับตัวเองในใจ
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าร้านที่แตกกระจายด้วยแรงอัดของกระสุนปืนเก็บเสียงก็ทำให้ผู้คนในร้านก้มหลบด้วยความแตกตื่น ศิลาไม่ได้ร้องขอชีวิต เขารีบคว้าเสื้อคลุมแล้วพุ่งตัวออกทางประตูด้านหลังทันที ความเร็วของเขานั้นเหนือกว่าคนธรรมดา แต่มันก็ยังไม่พอที่จะทิ้งระยะห่างจากเหล่าเงาที่ธันวาส่งมา
เสียงฝีเท้าหนักๆ วิ่งไล่กวดเข้ามาในซอยแคบ ศิลาพุ่งทะยานหลบเข้าหลังถังขยะเหล็ก ใจของเขาสงบนิ่งประหนึ่งผิวน้ำที่ไม่มีลมพัดผ่าน ในหัวของเขาประมวลผลกลยุทธ์ต่างๆ อย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ถูกไล่ล่าเพียงเพื่อฆ่า แต่การไล่ล่านี้เป็นการต้อนให้เขาจนมุม เพื่อที่เขาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผย 'บางอย่าง' ออกมา
"ออกมาเถอะ ศิลา" เสียงที่คุ้นหูของหัวหน้าทีมลอบสังหารดังขึ้น "ธันวาไม่ได้อยากให้แกตายง่ายๆ เขาแค่อยากได้สิ่งที่แกเก็บไว้ในสมองนั่นคืน"
ศิลากำหมัดแน่น เขาจำไม่ได้ว่าตนเองกุมความลับอะไรไว้ แต่ทุกการกระทำของธันวายิ่งย้ำเตือนว่าเขากำลังกุมจุดอ่อนที่จะสั่นคลอนรากฐานขององค์กรได้ทั้งองค์กร
เขาหยิบมีดพกขนาดเล็กออกมาจากซองข้างเอว แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีความกลัวหลงเหลืออยู่ มีเพียงความเย็นเยียบที่พร้อมจะตอบโต้ ศิลาตัดสินใจพุ่งออกไปจากที่ซ่อน ปะทะเข้ากับชายฉกรรจ์สองคนด้วยท่วงท่าที่แม่นยำและรุนแรง การต่อสู้ดำเนินไปท่ามกลางความมืดมิด มีเพียงแสงจากเสาไฟที่วูบไหวดั่งชีวิตของเขาในขณะนี้
เขาล้มศัตรูคนสุดท้ายลงได้ แต่เขาก็ได้รับบาดแผลที่หัวไหล่ เลือดสีแดงสดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีดำ ศิลาหอบหายใจถี่พิงกำแพงอิฐ ในขณะที่โทรศัพท์ในกระเป๋าเขาก็สั่นขึ้นมา
หน้าจอแสดงชื่อ 'รินรดา' ศิลาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับ
"ศิลา... นายต้องหนีไปจากที่นั่น เดี๋ยวนี้" เสียงรินรดาร้อนรนผิดปกติ "ฉันเพิ่งได้รับข้อมูลมาว่า ธันวาไม่ได้สั่งแค่ให้ล่า... เขาสั่งให้ 'ล้างบาง' ทุกคนที่ติดต่อกับนายทั้งหมด แม้แต่ครอบครัวของคนที่เป็นสายให้เรา"
หัวใจของศิลาหล่นวูบ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อความตาย แต่เพราะคำว่าครอบครัวที่ถูกอ้างถึง ภาพใบหน้าของผู้คนในอดีตที่เขาเคยลืมเลือนเริ่มแจ่มชัดขึ้นมาอีกครั้ง
"ริน... เธอรู้ใช่ไหมว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้" ศิลาถามเสียงต่ำ
"เขากำลังหา 'รหัสกุญแจ' ตัวสุดท้ายที่นายซ่อนไว้ ในที่ที่แม้แต่ตัวนายเองก็ยังนึกไม่ออก"
ในเสี้ยววินาทีนั้น เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นจากทางด้านหลังของศิลา มันคือเสียงคลิกของปืนที่ถูกขึ้นลำอยู่ห่างจากท้ายทอยของเขาไม่ถึงคืบ ศิลาแข็งค้างไปในทันที
"แกหาทางออกไม่เจอหรอกเพื่อนรัก" เสียงของธันวาดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลไปทั่วบริเวณ "เพราะต่อให้แกหนีไปสุดขอบโลก กุญแจดอกนั้นก็ยังอยู่ในหัวของแก... และวิธีเดียวที่จะได้มันมา คือต้องเปิดสมองของแกออกดู"
ศิลาหลับตาลงนิ่งสงบ เขาไม่ได้หันกลับไปมองเพื่อนเก่า แต่เขากลับยิ้มออกมา... เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธันวาต้องชะงัก
"นายพลาดแล้ว ธันวา" ศิลาพูดเสียงเรียบขณะที่มือของเขากดปุ่มส่งข้อมูลในสมาร์ทโฟนที่เขาเตรียมไว้ก่อนหน้า "ฉันไม่ได้ซ่อนมันไว้ในหัว... ฉันส่งมันไปอยู่ในที่ที่ต่อให้นายฆ่าฉันวันนี้ นายก็จะไม่มีวันได้มันคืนตลอดกาล"
เสียงไซเรนของรถตำรวจนับสิบคันดังระงมมาจากทุกทิศทาง ท่ามกลางความมืดมิดที่กำลังจะถูกแสงไฟเปิดโปง ธันวาเบิกตากว้างเมื่อเห็นความเคลื่อนไหวที่หน้าจอโทรศัพท์ของศิลา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันในตอนต่อไปนะครับครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 35
การลอบสังหาร
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!