เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 37

ในถ้ำมืด

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
“อย่ามองตาเขาศิลา… อย่าพยายามอ่านรหัสนั้น มิฉะนั้นจิตของเจ้าจะถูกมันกลืนกินจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของตัวตน!” เสียงตะโกนของรินรดาดังฝ่าความเงียบงันในโถงทางเดินที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับชื้น ศิลาชะงักกึก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านดั่งคนตกอยู่ในห้วงฝันร้าย ดวงตาที่เคยคมกล้าดุจเหยี่ยวบัดนี้พร่ามัว รหัสลับสีแดงฉานที่เต้นระริกอยู่ในดวงตาของธันวานั้นไม่ใช่แค่ภาพหลอน แต่มันคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่เขามองหามาตลอดสิบปี ธันวาแสยะยิ้ม มุมปากที่เคยเป็นมิตรบัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความเหยียดหยาม ก่อนที่ร่างของอดีตเพื่อนรักจะเลือนหายไปในเงามืด ราวกับควันสีดำที่ถูกพัดหายไปในพายุ ศิลากระชากลมหายใจเข้าลึกจนเจ็บหน้าอก เขาทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นดินที่เปียกชื้น โดยมีรินรดาประคองไหล่ไว้แน่น “มันหายไปแล้ว…” ศิลาพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่า “รหัสที่ข้าเห็น… มันไม่ใช่ตัวเลข แต่มันคือคำสั่งประหารชีวิตคนทั้งตระกูลของข้า” “เราอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้แล้ว” รินรดากระซิบพลางกวาดสายตามองไปรอบด้าน “ผู้เฒ่ารอเราอยู่ในถ้ำหลังน้ำตก ถ้าข้อมูลที่ข้าแฮ็กมาไม่ผิดพลาด เขาคือคนเดียวที่จะบอกได้ว่ารหัสในตาของธันวามีที่มาอย่างไร” ทั้งสองเร้นกายผ่านป่าทึบที่หนาวเหน็บจนถึงปากถ้ำที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์หนาทึบ บรรยากาศภายในนั้นเงียบเชียบจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินดังก้องกังวาน ทุกก้าวที่เดินลึกลงไป ศิลาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากเงามืดเบื้องหน้า ชายชราในชุดคลุมมอซอนั่งอยู่บนโขดหิน ผิวหนังที่เหี่ยวย่นราวกับเปลือกไม้ดูจะกลืนไปกับผนังถ้ำ หากไม่ใช่เพราะนัยน์ตาที่วาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สั่งสมมานับทศวรรษ เขาคือ ‘ตาเฒ่าพยัคฆ์เงา’ อดีตมือสังหารระดับสูงขององค์กรที่เคยทำงานให้บิดาของศิลา “เจ้ามาสายไปสิบปีนะ… ศิลา” ชายชรากล่าวโดยไม่หันมามอง เสียงของเขาก้องกังวานด้วยพลังอำนาจที่เหลืออยู่ “ท่านรู้จักข้า?” ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ มือยังคงกุมด้ามดาบไว้แน่น ผู้เฒ่าหัวเราะหึๆ ในลำคอ ก่อนจะหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่พาดผ่านใบหน้า “ข้ารู้จักเจ้าตั้งแต่วันที่เจ้ายังเป็นเพียงเด็กทารกที่ร้องไห้ในกองเพลิงที่องค์กรสร้างขึ้น รหัสที่เจ้าเห็นในตาของธันวา… มันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือ ‘กุญแจพันธุกรรม’ ที่องค์กรฝังไว้ในเลือดของพวกเจ้าตั้งแต่เกิด” “พันธุกรรม?” รินรดาแทรกขึ้นด้วยความตกใจ “หมายความว่าพวกเขาสองคนถูกดัดแปลง?” “ไม่ใช่แค่ดัดแปลง แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็น ‘ภาชนะ’!” ผู้เฒ่าลุกขึ้นยืน ร่างกายที่ดูผอมโซกลับแผ่ซ่านไอสังหารที่ทำเอาศิลาถึงกับชะงัก “ธันวาไม่ได้สูญเสียความเป็นมนุษย์ไปเพราะความบ้าคลั่ง แต่เขากำลังถูก ‘ระบบ’ ยึดครองร่างกายเพื่อทำภารกิจที่ไม่มีใครหยุดได้ หากเจ้าไม่ทำลายรหัสนั้นทิ้งเสียตอนนี้ ธันวาจะกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้ความทรงจำ และเจ้า… ศิลา เจ้าจะเป็นรายต่อไปที่จะถูกดึงเข้าไปสู่ความมืดมิดนั้น” ศิลานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงราวกับกลองรบ “ข้าต้องทำอย่างไรถึงจะหยุดมันได้?” ผู้เฒ่าหยิบแผ่นศิลาจารึกสีดำสนิทออกมาจากอกเสื้อ แสงสลัวในถ้ำทำให้ตัวอักษรที่สลักไว้เรืองแสงสีม่วงแปลกตา “วิธีเดียวที่จะหยุดรหัสในดวงตาคือการทำลาย ‘แม่รหัส’ ที่ศูนย์บัญชาการหลัก แต่นั่นหมายความว่าเจ้าต้องพาตัวเองไปยืนอยู่ตรงหน้าผู้บงการที่เจ้ายังไม่เห็นแม้แต่เงา… และเจ้าต้องยอมรับความจริงที่ว่า มิตรภาพของเจ้ากับธันวามันตายไปตั้งแต่วันที่รหัสถูกกระตุ้นแล้ว” ศิลามองดูศิลาจารึกในมือชายชรา ความรู้สึกสูญเสียถาโถมเข้ามาในอก ความเป็นเพื่อนที่เคยยึดเหนี่ยวจิตใจกำลังถูกทำลายลงด้วยความจริงที่โหดร้าย รินรดาบีบมือเขาเบาๆ เพื่อเรียกสติ “ท่านแน่ใจนะว่าไม่มีทางอื่น?” ศิลาถามย้ำ เสียงเขาสั่นเครือ ผู้เฒ่ามองลึกเข้าไปในดวงตาของศิลา ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่น่าขนลุก “ทางอื่นน่ะมี… แต่คนที่จะต้องจ่ายค่าตอบแทนด้วยชีวิต อาจไม่ใช่ข้า หรือธันวา… แต่อาจจะเป็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าในตอนนี้” บรรยากาศภายในถ้ำเปลี่ยนไปทันที ศิลารู้สึกถึงแรงลมวูบหนึ่งที่พัดผ่านจากด้านหลัง เขาหมุนตัวกลับมาด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า แต่ทว่ากลับว่างเปล่า... ทว่าเงาบนผนังถ้ำที่ควรจะเป็นเพียงเงาของรินรดากลับขยับเขยื้อนผิดธรรมชาติ มันค่อยๆ ยืดขยายและบิดเบี้ยวกลายเป็นร่างของใครบางคนที่ยืนซ้อนทับอยู่หลังรินรดา ชายลึกลับในชุดคลุมสีเงินสนิทก้าวออกมาจากเงามืดนั้นอย่างแผ่วเบา รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้นั้นชัดๆ เพราะเขาคือคนเดียวกับที่เธอเคยระบุไว้ในฐานข้อมูลว่าตายไปแล้วเมื่อห้าปีก่อน “เจ้าถามหาทางออกงั้นรึ ศิลา?” ชายชุดเงินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “งั้นก็ลองถามผู้หญิงที่เจ้าไว้ใจที่สุดดูสิว่า… ทำไมรหัสลับที่เจ้าเห็นในตาธันวา ถึงไปปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลลับของเธอตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน!” ศิลาหันกลับไปมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่เหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลงตรงหน้า... รินรดาไม่ได้โต้ตอบ เธอเพียงแต่ก้มหน้าลงต่ำ ก่อนจะค่อยๆ หยิบปืนพกขึ้นมาจ่อที่ขมับของศิลาด้วยมือที่สั่นเทาแต่เด็ดเดี่ยว! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่เข้มข้นที่สุดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%