“หากนายยังรั้นจะเดินหน้าต่อ ผมเกรงว่าเส้นทางที่นายกำลังเหยียบอยู่นี้ อาจจะไม่ได้นำไปสู่คำตอบที่นายโหยหา แต่มันคือนรกที่ใครบางคนขุดรอไว้ให้ตั้งนานแล้ว”
รินรดากระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเก่าคร่ำคร่า เสียงของมันดังก้องไปทั่วห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความชื้นและไอระเหยจากสนิมเหล็ก แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่เป็นจังหวะ ราวกับกำลังเต้นระบำไปกับความตึงเครียดที่ปกคลุมอยู่รอบกายของศิลา
ศิลาไม่ได้ตอบโต้ทันที เขานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ดวงตาเรียบเฉยคู่นั้นจ้องมองไปยังรอยแตกบนผนังปูนที่ดูเหมือนจะไร้ความหมาย แต่หากสังเกตให้ดี ลวดลายของมันไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือเส้นสายที่สอดประสานกันเป็นแผนผังเมืองลับที่สาบสูญ—จุดยุทธศาสตร์ที่ธันวาใช้เป็นฐานที่มั่นในการล้างกระดานประวัติศาสตร์
“นรกงั้นหรือ?” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่าทว่าเปี่ยมไปด้วยความเยือกเย็น “สำหรับคนที่สูญเสียทุกอย่างไปตั้งแต่วันนั้น นรกหรือสวรรค์ก็ไม่ต่างกันหรอกรินรดา สิ่งเดียวที่ผมสนใจคือทำไมชื่อของพ่อผมถึงไปปรากฏอยู่ในบันทึกการก่อสร้างโครงการ ‘รากฐานแห่งเงา’ นี้”
รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอก้าวเข้าหาเขาจนระยะห่างลดเหลือเพียงหนึ่งฝ่ามือ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอปะทะเข้ากับกลิ่นบุหรี่ที่ติดตัวศิลามา “นายอ่านแผนผังนี้ผิดไป ศิลา... นี่ไม่ใช่เมืองลับที่ถูกทิ้งร้าง แต่มันคือโครงข่ายกรงขังที่เชื่อมต่อกับชั้นใต้ดินของกรุงเทพฯ ทั้งหมด ธันวาไม่ได้แค่ซ่อนตัวอยู่ แต่มันกำลังเปลี่ยนเมืองทั้งเมืองให้กลายเป็นหมากรุกกระดานใหญ่ที่มันเป็นคนคุมกฎ และที่สำคัญที่สุด... พ่อของนายไม่ได้เป็นเหยื่อ แต่เขาคือสถาปนิกผู้ออกแบบมัน”
ราวกับฟ้าผ่าลงกลางความเงียบ ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง นิ้วมือที่เคยสงบนิ่งสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะคว้าแผนผังนั้นขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง ดวงตาของเขาฉายแววสับสนวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวที่น่าสะพรึงกลัว เขาไล่นิ้วไปตามแนวท่อระบายน้ำโบราณที่เชื่อมต่อเข้ากับสถานีรถไฟร้างใต้ใจกลางเมือง ทุกเส้นทางล้วนนำไปสู่จุดจุดหนึ่งที่ธันวาเรียกมันว่า ‘จุดกำเนิด’
“ถ้าพ่อผมเป็นคนสร้างมัน นั่นก็หมายความว่าทางออกเดียวที่จะหยุดธันวาได้ ก็อยู่ที่พ่อผมเช่นกัน” ศิลาพึมพำกับตัวเอง เขาเริ่มปะติดปะต่อชิ้นส่วนแห่งความทรงจำที่หายไป ภาพของชายวัยกลางคนที่มักจะพกเข็มทิศเก่าๆ ติดตัวเสมอในยามเด็กย้อนกลับเข้ามาในหัว “ไม่ใช่แผนผังเมือง... แต่มันคือรหัสผ่านรหัสลับ”
“ศิลา! นายกำลังจะทำอะไร?” รินรดาท้วงเมื่อเห็นเขาหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมา แล้วกรีดลงบนภาพร่างแผนผังส่วนที่เป็นรอยตำหนิบนกำแพง
“ธันวาคิดว่าตัวเองฉลาดที่ดึงคนตระกูลผมเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มันลืมนึกไปว่า แม้แต่กรงขังที่แข็งแกร่งที่สุด ก็ย่อมมี ‘กุญแจ’ ที่คนสร้างทิ้งเอาไว้เสมอ”
ศิลาออกแรงกดมีดลงบนรอยแตกของปูนตามตำแหน่งที่คำนวณไว้ เสียงกลไกเฟืองเหล็กที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนมาหลายทศวรรษดังสนั่นหวั่นไหว พื้นห้องใต้ดินสั่นสะเทือนจนฝุ่นปูนร่วงหล่นลงมาเป็นทาง แสงสีแดงจากเครื่องตรวจจับความเคลื่อนไหวที่ซ่อนอยู่ในกำแพงสว่างวาบขึ้นมาโดยพร้อมเพรียง
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเธอรันรหัสผ่านจำนวนมหาศาลขึ้นมาบนหน้าจอราวกับสายฝน “หยุดนะ! นั่นมันโปรโตคอลทำลายล้างตัวเอง! ถ้านายปลดล็อกรหัสนี้ ระบบรักษาความปลอดภัยของเมืองทั้งเมืองจะเข้าสู่สภาวะปิดตาย และธันวา... มันจะรู้ทันทีว่าเราอยู่ที่ไหน!”
ศิลาไม่ฟังคำทัดทาน เขากระชากแผ่นปูนหลุดออกมาเผยให้เห็นกล่องโลหะขนาดเล็กที่ฝังอยู่ภายใน ภายในนั้นไม่มีทองคำหรืออาวุธ แต่มันคือไดอารี่หนังเก่าๆ เล่มหนึ่งที่มีตราสัญลักษณ์ขององค์กรลับที่ล่มสลายไปนานแล้วแปะอยู่
ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปหยิบไดอารี่เล่มนั้น ประตูป้อมปราการเหล็กด้านหลังของพวกเขาก็ถูกกระแทกจนพังครืนลงมา กองกำลังติดอาวุธชุดดำพุ่งตัวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ โดยมีชายร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่เบื้องหลัง รอยยิ้มของเขาเหยียดกว้างอย่างผู้ชนะ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ ศิลา” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังทักทายเพื่อนเก่า “นายรู้ไหม... ของชิ้นนั้นน่ะ ผมเฝ้ารอมันมานานจนเกือบลืมไปแล้วว่าคนที่จะเปิดมันได้จริงๆ คือนายคนเดียวเท่านั้น”
ศิลากระชับไดอารี่ในมือแน่น ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อสบตากับธันวาที่บัดนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่อยู่ในไดอารี่เล่มนี้อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ครอบครัวของเขาต้องตาย แต่ในวินาทีนี้... สิ่งที่ธันวากำลังถืออยู่ในมืออีกข้างหนึ่งต่างหาก ที่ทำให้ลมหายใจของศิลาหยุดชะงักไปชั่วขณะ
นั่นคือรูปถ่ายใบเก่าของเขากับแม่ ที่เขาคิดว่ามันถูกเผาไปพร้อมกับบ้านหลังนั้นเมื่อยี่สิบปีก่อน
ธันวาค่อยๆ จุดไฟแช็คขึ้นมา และเปลวไฟสีส้มนั้นก็เริ่มลามเลียไปที่ขอบรูปถ่ายใบนั้นอย่างช้าๆ
“อยากรู้ไหมว่าความจริงที่เจ็บปวดกว่าความตายคืออะไร?” ธันวากระซิบพลางแค่นยิ้ม “และนั่นคือตอนที่นายจะได้เห็นว่า... คนที่ฆ่าพ่อแม่นายจริงๆ ในคืนนั้น ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย แต่เป็นตัวนายเองที่อยู่ในความทรงจำที่หายไปนั่นยังไงล่ะ!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยร้าวแห่งอดีตไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 38
ร่องรอยแห่งอดีต
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!