เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 25

ความลับของธันวา

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"นายโกหกผม ธันวา" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยเศษซากของเซิร์ฟเวอร์เก่าเก็บ กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและโลหะสนิมเขรอะไม่ได้ทำให้บรรยากาศตึงเครียดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย เขายืนกอดอกพิงกำแพง สายตาคมกริบคู่เดิมจ้องมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนหันหลังให้ ท่ามกลางแสงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เหลือเพียงเครื่องเดียวซึ่งยังทำงานอยู่ ธันวาหยุดมือที่กำลังพิมพ์รหัสผ่านลงบนคีย์บอร์ดชั่วขณะ นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือปุ่มตัวอักษร ก่อนจะแค่นยิ้มออกมาโดยไม่หันกลับมามอง "คำว่าโกหกของนายมีนิยามกว้างขวางเกินไปนะศิลา หรือจะเป็นเพราะความทรงจำที่หายไปนั่น ทำให้การรับรู้ของนายบิดเบี้ยวไปถึงเพียงนี้?" "อย่าเปลี่ยนเรื่อง" ศิลาก้าวเท้าออกมาหนึ่งก้าว เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นคอนกรีตดังสะท้อน "รินรดาบอกผมว่ารหัสผ่านที่นายใช้เข้าถึงฐานข้อมูลขององค์กร มันเป็นรหัสชุดเดียวกับที่ใช้ในคืนวันที่ครอบครัวผมถูกสังหาร... นายอธิบายได้ไหม ว่าทำไมรหัสลับที่ควรตายไปพร้อมกับมือสังหาร ถึงมาอยู่ในมือของเพื่อนที่โตมาด้วยกันอย่างนาย?" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงทันที มีเพียงเสียงพัดลมระบายความร้อนของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ครางหึ่งๆ เหมือนเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ธันวาค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งถูกซ่อนอยู่ในเงามืด แต่อีกครึ่งหนึ่งที่สะท้อนแสงจากหน้าจอเห็นรอยยิ้มที่ดูว่างเปล่าและน่าขนลุก "รินรดา... ผู้หญิงคนนั้นฉลาดเกินไปจริงๆ" ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายอย่างน่าประหลาด "นายรู้ไหมศิลา สิ่งที่นายเรียกว่า 'ความจริง' มันก็เป็นเพียงเงาที่ทาบทับอยู่บนกำแพง นายมองเห็นแค่สิ่งที่ผมอยากให้เห็น และนายก็เห็นแค่สิ่งที่นายอยากจะจำ" ศิลาขมวดคิ้วแน่น มือขวาของเขาสอดเข้าไปในเสื้อแจ็คเก็ตแตะอาวุธคู่กายที่ซ่อนอยู่ใต้แขน "ฉันไม่ได้อยากจำความเจ็บปวด แต่ฉันต้องการความยุติธรรม นายบอกว่าอุดมการณ์ของนายคือการสร้างระเบียบใหม่ แต่สิ่งที่ฉันเห็นมันมีแต่ซากศพ... นายเป็นคนทรยศ หรือนายเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งของพวกมันกันแน่?" ธันวาเดินตรงเข้ามาหาศิลาโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัว เขาหยุดลงตรงหน้าชายหนุ่มผู้เป็นอดีตเพื่อนสนิทเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยออกมาจากตัวเขา ก่อนที่ธันวาจะโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ "ถ้าฉันเป็นหมากตัวหนึ่ง นายก็คงเป็นกระดานที่ถูกออกแบบมาให้พังทลายตั้งแต่ต้น... นายเคยสงสัยไหมว่าทำไมศัตรูถึงไม่เคยฆ่านายทิ้ง ทั้งที่มีโอกาสนับร้อยครั้งในตอนที่นายยังอ่อนแอ?" คำถามนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความมั่นใจของศิลา เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบิกตากว้าง ความคิดที่พยายามปฏิเสธมาตลอดเริ่มเด่นชัดขึ้นในใจ ราวกับจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ประกอบตัวเข้าด้วยกันอย่างโหดร้าย "นายพูดอะไร..." ธันวาผละออกไปพร้อมรอยยิ้มหยัน เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดส่งข้อความบางอย่าง ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าเสื้อ "ความลับไม่ได้อยู่ที่ว่าผมคือใครศิลา แต่อยู่ที่ว่า 'ใคร' กันแน่ที่กำลังดึงสายชักหุ่นเชิดให้นายวิ่งพล่านไปทั่วเมืองเพื่อตามหาอดีตที่ไม่มีอยู่จริง" ทันใดนั้น เสียงเตือนจากนาฬิกาดิจิทัลบนข้อมือของศิลาก็ดังขึ้นพร้อมกับหน้าจอโปรเจกเตอร์ขนาดใหญ่ที่ฉายภาพขึ้นกลางห้อง มันไม่ใช่ภาพแผนที่ หรือข้อมูลลับขององค์กร แต่มันคือภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดในบ้านของเขาเอง—ในคืนวันเกิดเหตุ ศิลาตัวแข็งทื่อ ภาพในจอมันแสดงให้เห็นชายในชุดสีดำสนิทคนหนึ่งที่ถือมีดเล่มเดียวกับที่เขาเคยพกติดตัว มันก้าวเดินผ่านห้องนั่งเล่นอย่างใจเย็น และที่น่าตกใจที่สุดคือ ชายคนนั้นไม่ได้ปิดบังใบหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว ภายใต้หน้ากากที่หลุดรุ่ยออกไปครึ่งหนึ่ง ใบหน้าของคนร้ายที่สังหารพ่อและแม่ของเขา... กลับเป็นใบหน้าของศิลาเอง ในวัยที่เด็กกว่านี้สิบปี ร่างของศิลาโอนเอน เขาพยายามหายใจเข้าลึกๆ แต่เหมือนอากาศถูกสูบออกไปจากห้อง "นี่มันอะไรกัน... นี่มันภาพตัดต่อใช่ไหม ธันวา!" ธันวาเดินไปที่ประตูทางออก ก่อนจะหันกลับมามองเพื่อนเก่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสมเพช "ไม่ใช่ภาพตัดต่อหรอกเพื่อนรัก มันคือความจริงที่นายพยายามจะลบมันทิ้งด้วยความจำที่หายไปตลอดกาล และตอนนี้... เจ้านายเก่าของนายกำลังมาทวงคืนสิ่งที่นายขโมยไปในคืนนั้น" ประตูกระจกบานใหญ่หน้าห้องพังทลายลงด้วยแรงระเบิดจากภายนอก เศษกระจกปลิวว่อนไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงปืนเก็บเสียงที่ดังรัวราวกับห่าฝน ศิลากระโดดหลบหลังเสาคอนกรีตด้วยสัญชาตญาณ แต่นัยน์ตาของเขายังคงจ้องมองไปที่ธันวาที่เดินออกไปท่ามกลางกระสุนโดยไม่มีรอยขีดข่วน ทว่าในวินาทีที่แสงเลเซอร์จากปืนไรเฟิลเล็งตรงมาที่หน้าผากของศิลา เขากลับเห็นเงามืดที่ก้าวออกมาจากหลังธันวา เงานั้นมีรูปร่างสูงใหญ่และขยับตัวอย่างประหลาด ราวกับมันไม่ใช่คน แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดจริงๆ และก่อนที่ศิลาจะทันได้ชักปืนยิงตอบโต้ เงานั้นก็เอ่ยประโยคที่ทำให้เขาสิ้นหวังที่สุดออกมา... "ขอบคุณที่พากลับมาบ้านนะ... ศิลา" ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในครั้งนี้ไปกับผมนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%