"นายคิดว่าคนพวกนั้นกำลังอ่านอะไรอยู่ ศิลา?"
เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความเยือกเย็น เธอวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ในมุมลับตาของร้านกาแฟที่ห่างไกลจากย่านธุรกิจ บนหน้าจอคือภาพพาดหัวข่าวจากสำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังที่กำลังร้อนแรงที่สุดในชั่วโมงนี้ พาดหัวตัวหนาสีแดงฉานว่า *'ศิลา: วีรบุรุษจอมปลอมหรือฆาตกรเงาในคราบผู้กล้า?'*
ศิลาไม่ได้เหลือบมองหน้าจอแม้แต่น้อย เขากำลังหมุนแก้วกาแฟดำในมือช้าๆ สายตาจับจ้องไปที่คราบสีน้ำตาลที่เกาะติดข้างแก้วเหมือนร่องรอยของอดีตที่กัดกินจิตใจ
"พวกเขากำลังอ่านสิ่งที่ธันวาต้องการให้พวกเขาอ่านครับ" ศิลาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แววตาของเขากลับวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง "ธันวาไม่ได้แค่ต้องการทำลายตัวผม แต่มันกำลังทำลายความเชื่อมั่นของผู้คนที่เหลืออยู่ ถ้าใครสักคนที่เป็นความหวังสุดท้ายถูกตราหน้าว่าเป็นสัตว์ร้าย สังคมที่กำลังสั่นคลอนจะหันไปพึ่งพาใครล่ะครับ? ก็ต้องพึ่งพา 'ระเบียบใหม่' ของมันนั่นไง"
"แต่นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวแล้วนะ" รินรดาลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ เธอกวาดสายตาไปรอบร้านก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้ "มันมีการปล่อยคลิปตัดต่อ... คลิปที่นายดูเหมือนกำลังสังหารผู้บริสุทธิ์ในย่านการค้าเมื่อสองคืนก่อน ทั้งที่ตอนนั้นนายอยู่กับฉันที่เซฟเฮาส์ หลักฐานถูกทำขึ้นเนียนจนแม้แต่ฉันยังแทบแยกไม่ออก"
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ "การเมืองสกปรกน่ะครับริน มันไม่จำเป็นต้องใช้ความจริง มันต้องการแค่ 'ความรู้สึก' ที่มากพอจะจุดไฟให้คนคลุ้มคลั่ง ต่อให้ผมเอาหลักฐานไปกางหน้าสถานีตำรวจ พวกเขาก็จะบอกว่านั่นคือข้อมูลปลอมที่ผมกุขึ้นมาเอง เพราะตอนนี้ในสายตาพวกเขา... ผมคือปีศาจที่ต้องถูกกำจัด"
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กระชับเสื้อโค้ทตัวยาวปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เขาไม่ได้มองว่านี่คือวิกฤตที่ต้องหนี แต่เขามองเห็นหมากที่ธันวาวางไว้บนกระดานอย่างชัดเจน ธันวาไม่ได้ต้องการฆ่าเขาในที่ลับ แต่อยากให้เขาตายด้วย 'มือของสังคม'
ศิลาเดินออกมาที่หน้าร้าน บรรยากาศภายนอกดูผิดปกติ ผู้คนที่เคยสัญจรไปมาต่างหยุดชะงัก สายตาที่เคยเฉยเมยบัดนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและรังเกียจ บางคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเขาด้วยมือที่สั่นเทา เสียงซุบซิบดังลอดผ่านกระแสลม ฟังไม่ได้ศัพท์แต่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่แผ่ออกมา
"ดูนั่นสิ... ใช่คนในข่าวหรือเปล่า?"
"อย่าเข้าใกล้เขานะ ลูก..."
ศิลาเดินผ่านฝูงชนอย่างมั่นคง เขาไม่เร่งรีบ ไม่หลบสายตา แต่ทว่าท่ามกลางความตึงเครียด ชายในชุดสูทสีเทาคนหนึ่งก็เดินสวนเขามา ชายผู้นั้นไม่ได้มองศิลาด้วยความโกรธแค้นเหมือนคนอื่น แต่มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินกระแทกไหล่ศิลาอย่างจงใจ พร้อมกับทิ้งวัตถุบางอย่างไว้ในมือของเขา
ศิลาชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ความเย็นเฉียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อรับรู้ถึงสิ่งที่อยู่ในกำมือ มันคือ 'กุญแจ' ดอกเก่าที่มีสัญลักษณ์รูปดวงตาที่เขาคุ้นเคย... สัญลักษณ์ขององค์กรที่เขาสงสัยว่ามีส่วนร่วมในการสังหารครอบครัวของเขา
เขาหยุดเดินกลางถนน ท่ามกลางสายตาของฝูงชนที่เริ่มรุมล้อมเข้ามาด้วยความไม่เป็นมิตร ศิลาไม่ได้สนใจเสียงตะโกนด่าทอ เขาหยิบกุญแจขึ้นมาส่องดูภายใต้แสงไฟสลัว ในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาก็สั่นรัว เขาหยิบขึ้นมาดู พบว่าเป็นข้อความสั้นๆ จากหมายเลขที่ไม่มีชื่อบันทึกไว้
*'ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าพ่อแม่นายจริงๆ คืนนี้... มาที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 9 อย่าพาใครมา... รวมทั้งรินรดาด้วย'*
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองไปทางที่ชายสูทเทาเพิ่งเดินหายไป เขารู้ดีว่านี่อาจจะเป็นกับดักที่ออกแบบมาให้เขาเดินเข้าไปรับความตายอย่างสมบูรณ์แบบ แต่อีกใจหนึ่ง ความโหยหาความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้เถ้าถ่านกลับรุนแรงยิ่งกว่าความกลัว
ขณะที่เขากำลังจะตัดสินใจ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังสนั่นมาจากหัวมุมถนน แสงไฟสีแดงน้ำเงินสาดส่องเข้ามายังตัวเขา และรินรดาที่วิ่งตามออกมาจากร้านทำหน้าตาสิ้นหวังเมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า
"ศิลา! หนีไป!" รินรดาตะโกนสุดเสียง
ศิลาหันกลับไปมองรินรดาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับกลุ่มชายในชุดดำที่ก้าวออกมาจากรถตำรวจกลุ่มนั้น—ไม่ใช่ตำรวจแท้ แต่มันคือหน่วยล่าสังหารของธันวาที่แฝงตัวอยู่ในคราบเจ้าหน้าที่
ท่ามกลางวิกฤตที่กำลังรัดตัวแน่นเข้าทุกขณะ ศิลากำกุญแจในมือแน่นจนเลือดซึมออกมาจากฝ่ามือ เขาตัดสินใจก้าวถอยหลังเข้าสู่ตรอกมืดข้างทาง ทิ้งความยุติธรรมในสายตาของฝูงชนไว้เบื้องหลัง และก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่เขาอาจจะไม่ได้หวนกลับออกมาอีก
ทว่า... ในจังหวะที่เขากำลังจะลับหายไปในเงามืด ร่างของใครคนหนึ่งในชุดคลุมสีดำสนิทก็ปรากฏขึ้นขวางทางเขาไว้ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเขาอย่างแนบเนียน
"คุณเดินเกมผิดไปก้าวหนึ่งนะ ศิลา..." เสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาดกระซิบข้างหูของเขา "คนที่เรียกนายมาที่ท่าเรือ... ไม่ใช่ธันวา... แต่เป็นคนที่ธันวากลัวที่สุด"
ศิลาตัวแข็งทื่อเมื่อจำเสียงนั้นได้... เสียงของชายที่ควรจะตายไปตั้งแต่สิบปีก่อน
เตรียมพบกับความจริงที่อาจจะเปลี่ยนทุกอย่างในตอนหน้าครับ
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในครั้งนี้ไปกับผมนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 24
การเมืองสกปรก
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!