“กดปุ่มนั้นเสีย รินรดา ก่อนที่ระบบนิรภัยของมันจะระบุตัวตนเราได้”
ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำที่ไร้แรงกระเพื่อม ทว่าดวงตาคมกริบของเขากลับจดจ้องไปยังหน้าจอโฮโลแกรมที่ฉายแสงสีฟ้าจางๆ อยู่เบื้องหน้า นิ้วมือของรินรดาที่สั่นเทาเล็กน้อยชะงักค้างอยู่เหนือคีย์บอร์ดเสมือน ในความมืดมิดของเซฟเฮาส์ชั้นใต้ดิน กลิ่นอายของโอโซนจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่ทำงานหนักอบอวลอยู่ในอากาศ ราวกับพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ แห่งนี้
“ถ้าเราส่งข้อมูลนี้ออกไป ชีวิตของพวกเราจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปนะศิลา” รินรดาหันมามองเขา แววตาของเธอสับสน “หลักฐานชิ้นนี้... มันไม่ใช่แค่การเปิดโปง แต่มันคือการประกาศสงครามกับตระกูลอิทธิพลทั่วทั้งเมือง”
ศิลาขยับกายเล็กน้อย แสงสลัวจากหน้าจอตกกระทบสันกรามคมชัดของเขา “โลกที่บิดเบี้ยวใบนี้ต้องการการผ่าตัดครั้งใหญ่ การที่โคลนตมถูกเปิดเผยออกมาไม่ใช่สงคราม แต่มันคือความยุติธรรมที่ล่าช้าเกินไปต่างหาก”
มือหนาของชายหนุ่มเอื้อมไปแตะไหล่หญิงสาวแผ่วเบาเพื่อเรียกความมั่นใจ รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ตัดสินใจกดปุ่มสั่งการด้วยแรงกดที่หนักแน่น ในชั่วพริบตา ข้อมูลลับที่บรรจุความผิดปกติของโครงการจัดสรรงบประมาณภาครัฐก็พุ่งทะยานสู่สำนักข่าวออนไลน์ทุกแห่งหนทั่วประเทศราวกับลูกธนูที่พุ่งออกจากแหล่ง
ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ใช่เสียงความโกลาหลที่พวกเขาคาดหวัง
ห้านาทีผ่านไป ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วเครือข่ายสังคมออนไลน์ ศิลาขมวดคิ้ว เขาหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาดูฟีดข่าวด้วยความเร็วสูง ทันใดนั้น ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นพล่านไปตามสันหลัง
“ดูนี่สิ รินรดา”
หน้าจอแสดงผลข่าวเด่นประจำวัน ทว่าสิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่หลักฐานที่พวกเขาเพิ่งส่งไป แต่เป็นบทสัมภาษณ์ปลอมของบุคคลที่เป็นพยานในคดี ซึ่งถูกตัดต่อด้วยเทคโนโลยี Deepfake ให้กลายเป็นคนสารภาพว่า ‘ข้อมูลที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้เป็นเพียงฝีมือของกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนเพื่อหวังเรียกค่าไถ่’ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีการนำภาพถ่ายของรินรดาในอดีตมาบิดเบือนประหนึ่งว่าเธอเคยมีคดีฉ้อโกงระดับชาติมาก่อน
“มัน... มันเปลี่ยนหน้ามือเป็นหลังมือได้ภายในไม่กี่นาที” รินรดาหน้าซีดเผือด “พวกมันไม่ได้พยายามปกปิดข้อมูล แต่มันกำลังเปลี่ยนความจริงให้กลายเป็นเรื่องตลก”
ศิลากัดกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เขาเดินไปที่หน้าต่างที่ถูกบดบังด้วยม่านเหล็กหนาทึบ สัญชาตญาณนักล่าในตัวบอกเขาว่าธันวาอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ นี่ไม่ใช่การป้องกันตัวธรรมดา แต่มันคือการเดินหมากที่เตรียมการมาเป็นอย่างดีเพื่อต้อนพวกเขาให้จนมุม
“ธันวาไม่ได้แค่ต้องการทำลายหลักฐาน แต่มันกำลังดึงเราลงไปในโคลนเดียวกับพวกมัน” ศิลาพึมพำ “ถ้าคนทั่วไปมองว่าเราคืออาชญากรไซเบอร์ที่กำลังกุเรื่องขึ้นมา ทุกสิ่งที่เราพยายามทำก็จะกลายเป็นเพียงขยะในสายตาประชาชน”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญกับความพ่ายแพ้ในยกแรก จู่ๆ สัญญาณเตือนภัยในระบบรักษาความปลอดภัยของเซฟเฮาส์ก็แผดเสียงกึกก้อง รินรดารีบปรี่กลับไปที่หน้าจอ “ศิลา! มีคนกำลังเจาะระบบของเรา... ไม่ใช่การแฮ็กจากระยะไกล แต่เป็นการจู่โจมจากภายใน!”
ศิลาคว้าอาวุธข้างกายทันที สายตาของเขาจดจ้องไปที่ประตูทางเข้าที่ถูกล็อคไว้อย่างแน่นหนา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังขึ้นที่ฝั่งตรงข้ามของประตู มันไม่ใช่เสียงของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ แต่มันคือเสียงของกลุ่มคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน
“เราไม่ได้แค่ถูกเล่นงานด้วยข้อมูลแล้วรินรดา” ศิลาถอยไปยืนข้างหญิงสาวพร้อมกับกระชับปืนในมือ “พวกมันส่งคนมาปิดปากเราถึงที่นี่”
ประตูเหล็กกล้าถูกระเบิดออกด้วยแรงอัดมหาศาล ควันสีขาวพุ่งกระจายไปทั่วห้อง ท่ามกลางม่านควัน ร่างของชายคนหนึ่งก้าวเข้ามาอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาดูภูมิฐานและแฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจต้านทานได้ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาช่างดูคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียนในเวลาเดียวกัน
ธันวาเดินผ่านควันออกมา มือของเขาไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือสมาร์ทโฟนที่เปิดหน้าจอโชว์ภาพใบหน้าของศิลาและรินรดาในฐานะ ‘ผู้ก่อการร้ายที่อันตรายที่สุดของเมือง’ พร้อมข้อความประกาศจับที่มีค่าหัวสูงลิ่ว
“เพื่อนเก่า... นายคิดจริงๆ หรือว่าการโยนเศษกระดาษเปื้อนเลือดพวกนั้นจะทำให้ฉันสะเทือน” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็น “นายมันก็แค่ตัวละครในนิยายที่พยายามจะแต่งตอนจบให้ตัวเอง แต่ลืมไปว่า... ปากกาที่ใช้เขียนโชคชะตาน่ะ อยู่ในมือฉันมานานแล้ว”
ศิลามองใบหน้าอดีตเพื่อนรักด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอาลัย มีเพียงความมุ่งมั่นที่ลุกโชนอยู่ในแววตา “ถ้าปากกาอยู่ในมือแก... งั้นฉันก็คงต้องขอแรงทำลายมันทิ้งเสียตั้งแต่วันนี้”
ทว่าก่อนที่ศิลาจะทันได้เหนี่ยวไก เสียงกระซิบที่คุ้นเคยของรินรดาก็ดังขึ้นข้างหู “ศิลา... มองที่หน้าจอของมันให้ดีสิ นั่นไม่ใช่ภาพจริง”
ธันวาหยุดเดิน เขาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของศิลา และเมื่อเขาหันกลับไปมองจอด้านหลังเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของข่าวสาร ทันใดนั้น เขาก็ต้องชะงักค้างเมื่อเห็นว่าหน้าจอขนาดยักษ์บนผนังห้องถูกสลับภาพไปเป็นคลิปวิดีโอหลักฐานชิ้นใหม่ที่เขายังไม่เคยเห็น... มันคือภาพเหตุการณ์ที่ธันวากำลังฆาตกรรมพยานปากสำคัญด้วยมือของเขาเองเมื่อสามปีก่อน
ในห้องที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ธันวาหันกลับมามองศิลาอีกครั้ง คราวนี้รอยยิ้มของเขาจางหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดระแวงที่ฉายชัดในแววตา... เพราะคลิปที่ถูกฉายอยู่นั้น ไม่ใช่ภาพตัดต่อ แต่มันคือภาพสดที่ถูกส่งตรงมาจากฐานข้อมูลลับสุดยอดที่ไม่มีใครเคยเข้าถึงได้มาก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 23 และเตรียมตัวรับแรงกระแทกในก้าวต่อไปของโชคชะตาด้วยกันนะครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 23
เริ่มเปิดโปง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!