"คุณเลิกทำท่าทางเหมือนเพิ่งพบความจริงที่โลกแตกสลายเสียทีศิลา เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะพูดต่อไปนี้ มันคือสิ่งที่ฝังอยู่ในกระดูกสันหลังของคุณมาตลอดชีวิต"
เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาของเธอกลับคมกริบดุจใบมีดโกนที่จ่อเข้าที่คอหอยของเขาในความมืดสลัวของโกดังร้างริมน้ำ แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องโหว่ของหลังคาสังกะสี ตกกระทบลงบนใบหน้าของศิลาที่บัดนี้ไร้ซึ่งความเยือกเย็นที่เคยมี เขาจ้องมองผู้หญิงข้างกายราวกับกำลังมองคนแปลกหน้าที่เพิ่งถอดหน้ากากออก
ศิลาไม่ตอบ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของฝุ่นผงและเหล็กสนิมในอากาศดูจะหนักอึ้งขึ้นเป็นกอง เขาพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกกระเจิงในหัว ความปวดร้าวแล่นริ้วขึ้นมาดั่งเข็มพันเล่มที่แทงทะลุสมอง
"พูดมา" ศิลาเค้นเสียง ร่างกายกำยำเกร็งแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "เลิกพูดจาอ้อมค้อมเหมือนคนกำลังเล่นละครเสียที รินรดา"
หญิงสาวถอนหายใจยาว เธอหยิบอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วขึ้นมาเปิดฉายโฮโลแกรมกลางอากาศ แสงสีฟ้าหม่นเผยให้เห็นแฟ้มเอกสารดิจิทัลที่มีตราประทับสีแดงฉาน—ตราสัญลักษณ์รูปดวงตาที่ถูกกากบาทด้วยดาบไขว้
"คุณเคยเป็นหนึ่งในพวกเขา" เธอหยุดเว้นวรรค จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "คุณไม่ใช่แค่เหยื่อที่ครอบครัวถูกสังหารเหมือนที่ภาพในหัวคุณหลอกตัวเองมาตลอดหลายปี แต่คุณคือ 'ผลผลิต' ที่สมบูรณ์แบบที่สุดของโครงการ 'เซนทินัล' องค์กรที่คุณกำลังพยายามจะทำลาย นั่นคือบ้านหลังแรกและเป็นกรงขังที่คุณถูกฝึกให้เป็นเครื่องจักรสังหารไร้หัวใจ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นดินดัง *เปาะ...เปาะ...* เป็นจังหวะที่บีบคั้นหัวใจ ศิลานิ่งงันไปเหมือนถูกสาป ความจริงข้อนี้หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่จิตใจของเขาจะแบกรับได้ไหว ภาพจำลองในหัวที่เคยเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นค่อยๆ บิดเบี้ยว กลายเป็นภาพของห้องแล็บสีขาวโพลน กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ และเสียงของชายในชุดคลุมสีดำที่สั่งให้เขา 'กำจัดเป้าหมาย' โดยไม่ทิ้งร่องรอย
"ไม่จริง" เขาสวนกลับ เสียงแหบพร่า "ถ้าฉันเป็นพวกมัน ฉันจะไม่มีวันปล่อยให้ธันวามันลอยนวลมาถึงวันนี้ได้ และที่สำคัญ... ฉันไม่มีทางจำตัวเองไม่ได้ขนาดนั้น"
"เพราะนั่นคือการล้างสมองระดับโครงสร้างอย่างไรล่ะครับ" รินรดาเดินเข้าใกล้เขาอีกก้าว มือของเธอเอื้อมมาแตะที่หน้าอกของเขา สัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวดั่งกลองรบ "พวกเขาไม่ได้ลบความทรงจำคุณ แต่เขา 'เขียนทับ' มันด้วยโศกนาฏกรรม เพื่อเปลี่ยนศิลาที่เป็นหมาล่าเนื้อ ให้กลายเป็นศิลาผู้แสวงหาความยุติธรรม... คุณน่ะ คือโปรเจกต์ที่ฉลาดที่สุดขององค์กร เพราะคุณถูกสร้างมาให้ทำลายล้างศัตรูของตัวเอง โดยที่คุณไม่เคยรู้ตัวเลยว่าศัตรูที่แท้จริงน่ะ คือใคร"
ศิลาผลักเธอออกเบาๆ เขาถอยหลังกรูดไปจนชิดกำแพงอิฐ ความเชื่อมั่นที่เขาสั่งสมมาตลอดชีวิตพังทลายลงตรงหน้าเหมือนปราสาททรายที่ถูกคลื่นซัด ความเย็นเยียบจากกำแพงซึมผ่านเสื้อผ้าเข้าสู่ผิวหนัง แต่ความเย็นในใจเขานั้นรุนแรงกว่าเป็นร้อยเท่า
เขาพยายามจะเถียง แต่คำพูดกลับจุกอยู่ที่ลำคอ เมื่อภาพนิมิตสุดท้ายแวบเข้ามา—ภาพมือของเขาที่เปื้อนเลือดสีแดงฉาน และรอยยิ้มของธันวาในวัยเด็กที่ยืนมองเขาอยู่ข้างศพของใครบางคน
"ธันวา..." ศิลาครางชื่อนั้นออกมา "ธันวารู้เรื่องนี้ใช่ไหม?"
รินรดายิ้มขื่น แววตาของเธอสั่นไหวด้วยความสงสารที่ยากจะปิดบัง "ธันวาไม่ใช่ศัตรูของคุณเพียงลำพังหรอกศิลา เขาคือคนที่ 'รู้' ความจริงทั้งหมด และเขาก็คือคนเดียวที่พยายามจะย้ำเตือนคุณด้วยวิธีที่โหดร้ายที่สุด เพราะเขารู้ว่าถ้าคุณจำได้ คุณจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง... และเขาก็ไม่อยากเป็นคนที่ต้องลงมือสังหารเพื่อนคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็ดังขึ้นจากด้านนอกโกดัง ศิลาและรินรดาหันไปมองพร้อมกันโดยสัญชาตญาณ ประตูกระจกที่ถูกพ่นทาสีทึบถูกเตะกระเด็นเข้ามา เศษกระจกแตกกระจายเกลื่อนพื้น พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างสูงโปร่งในชุดแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิท
ชายคนนั้นยืนอยู่ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย มือขวาถือปืนพกกระบอกคุ้นตาที่ศิลาจำได้แม่นยำว่าเป็นของเขาก่อนที่จะหายตัวไป
"รินรดา คุณพูดมากเกินไปหน่อยนะ" เสียงของธันวาดังขึ้น ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจ เขาปัดเศษกระจกบนไหล่ออกด้วยความใจเย็น "และศิลา... นายควรจะดีใจนะที่ความทรงจำเริ่มกลับมา เพราะนับจากวินาทีนี้ไป เกมไล่ล่าที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นแล้ว"
ธันวายกปลายกระบอกปืนขึ้นเล็งมาที่หน้าอกของเพื่อนรัก ก่อนจะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า "นายจะเลือกเป็นหมาล่าเนื้อของพวกมันเหมือนเดิม หรือจะเป็นคนที่ยอมให้ฉันปลดปล่อยด้วยลูกกระสุนนัดนี้ดีล่ะ?"
ศิลาเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยสับสนบัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่น่าสะพรึงกลัว เขาค่อยๆ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อลง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่ไม่เหลือเค้าเดิมของมนุษย์คนหนึ่งอีกต่อไป
"ถ้านายอยากจะฆ่าฉันจริงๆ ธันวา..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยแรงอาฆาตที่พุ่งพล่าน "นายควรจะทำตั้งแต่วันแรกที่เราแยกทางกันแล้ว เพราะตอนนี้... เครื่องจักรที่นายเป็นคนสร้างขึ้น ได้เรียนรู้วิธีที่จะพังระบบของนายทิ้งจนหมดสิ้นแล้วครับ"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวแห่งความจริงในบทนี้ครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทานหวังว่าทุกท่านจะยังคงติดตามการตัดสินใจครั้งสำคัญของศิลาในตอนต่อไปนะครับ
เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 5
รอยร้าวของความจริง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!