เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา•ตอนที่ 43

ข้อตกลงลับ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
หน้าจอแท็บเล็ตในมือของรินรดาสั่นไหวเบาๆ พร้อมกับไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงที่ถูกเปิดขึ้น ภาพที่ปรากฏไม่ใช่หลักฐานอันสวยงามตามอุดมการณ์ที่องค์กรพยายามสร้างขึ้นมานานนับปี แต่มันคือภาพฟุตเทจจากกล้องวงจรปิดตัวจิ๋วที่ถูกซ่อนไว้ในมุมอับของโกดังร้างเมื่อสิบปีก่อน คราบเขม่าควัน สีหน้าอันตื่นตระหนก และปลายกระบอกปืนที่พ่นเปลวไฟสังหารบุคคลในครอบครัวของศิลา—ทั้งหมดถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ ความเงียบงันแผ่ซ่านเข้ามาในห้องทำงานสลัว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกขณะเงยขึ้นสบตากับศิลา ผู้ซึ่งยืนนิ่งสงบอยู่ริมหน้าต่าง แผ่นหลังของชายหนุ่มกว้างใหญ่แต่กลับดูโดดเดี่ยวราวกับยืนอยู่บนหน้าผาอันหนาวเหน็บ "คุณ... รู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วศิลา" เสียงของรินรดาแหบพร่า มือเรียวบางที่ถือแท็บเล็ตเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง "นานพอที่จะรู้ว่าความแค้นที่ผมแบกไว้ครึ่งชีวิต ถูกสร้างขึ้นโดยคนที่เราไว้ใจที่สุดครับ" ศิลาหันกลับมา แววตาของเขาไร้ซึ่งความโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น มีเพียงความว่างเปล่าที่ล้ำลึกเกินกว่าจะหยั่งถึง "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม... เราถึงต้องเปลี่ยนเกม" เป้าหมายของเขาในค่ำคืนนี้ไม่ใช่การตามล่าล้างบางแบบไร้สมองอีกต่อไป แต่เป็นการดึง 'หมากตัวสำคัญ' จากฝั่งตรงข้ามให้ก้าวเข้ามาสู่กระดานของเขาเอง ... สายฝนโปรยปรายลงมากระทบกระจกหน้าต่างกันกระสุนของอาคารพาณิชย์หรูใจกลางเมือง ที่นี่คือเขตปลอดภัยระดับสูงของธันวา อดีตเพื่อนสนิทผู้พลิกผันกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจ บรรยากาศภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีเข้มและเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงสะท้อนรสนิยมอันเย่อหยิ่งของผู้เป็นเจ้าของ ธันวานั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ มือเรียวยาวถือแก้ววิสกี้ชั้นดี แกว่งของเหลวสีอำพันไปมาอย่างใจเย็น ขณะที่สายตาคมกริบมองชายหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า "นายกล้ามากนะศิลาที่เดินเข้ามาในนี้คนเดียว โดยไม่มีแม้แต่รินรดาคอยคุ้มกัน" ธันวาเอ่ยขึ้น รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "หรือว่าสำนึกได้แล้วว่า ต่อให้พยายามดิ้นรนแค่ไหน แกก็เป็นได้แค่เงาที่รอวันถูกกลืนกิน?" ศิลาไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหว เขาย่างเท้าเข้ามาอย่างมั่นคง ทิ้งระยะห่างจากโต๊ะทำงานของธันวาเพียงไม่กี่ก้าว ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลลงบนกระจกใส เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวดังขึ้นเบาๆ แต่กลับทรงพลังดั่งเสียงก้องของค้อนทั่งตีเหล็ก "ผมไม่ได้มาเพื่อต่อรองเรื่องอำนาจ ธันวา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงกระแสกดดันบางอย่างที่ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวาเริ่มชะงัก "แต่ผมมาเพื่อเตือนสติคุณ... ว่าคนที่คุณภักดีด้วยจนตัวตาย แท้จริงแล้วเห็นคุณเป็นอะไรในหมากกลนี้" ธันวากวาดสายตามองแฟ้มเอกสารนั้นด้วยความสงสัยระคนระแวง เขาเอื้อมมือไปเปิดมันออก ช้าๆ สายตาคมกริบกวาดอ่านบรรทัดอักษรและภาพถ่ายที่ซ่อนอยู่ภายใน ทันใดนั้น รอยยิ้มเยาะก็เลือนหายไปจากใบหน้า สีหน้าของธันวาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทีละน้อยจนเห็นเส้นเลือดฝอย "นี่มัน... โกหกเหลိုး!" ธันวาตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกพรวดขึ้นจนโซฟาเคลื่อนถอยหลัง "นายคิดจะใช้แผนตื้นๆ แบบนี้มาปั่นหัวฉันงั้นเหรอ ศิลา!" "โกหกหรือความจริง คุณเช็กข้อมูลในระบบเครือข่ายของตัวเองได้ทันทีเลยตอนนี้ครับ ธันวา" ศิลายิ้มเย็นชา "คนที่สั่งเก็บครอบครัวผมในคืนนั้น ไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็นคนเดียวกับที่กำลังจะเขี่ยคุณทิ้งทันทีที่คุณหมดประโยชน์" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธันวานิ่งงัน มือที่ถือแก้ววิสกี้สั่นเทาเล็กน้อย ความเชื่อมั่นที่เขายึดถือมาตลอดหลายปีเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงเมื่อหลักฐานตรงหน้ามันชัดเจนเกินกว่าจะปฏิเสธได้ว่า องค์กรที่เขาอุทิศชีวิตให้ได้หักหลังเขาในเงามืดมาโดยตลอด ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดอาบยาพิษ "เราเคยเป็นเพื่อนกัน ธันวา... เราต่างเคยมีอุดมการณ์เดียวกัน ก่อนที่พวกมันจะพรากทุกอย่างไปจากเรา ผมรู้ว่าคุณฉลาดพอที่จะไม่ยอมตายแทนคนที่ไม่เห็นค่า แม้แต่ชีวิตของสุนัขตัวหนึ่ง" ศิลายื่นมือออกไปข้างหน้าเบื้องล่างแสงไฟสลัว "มาร่วมมือกับผม... แล้วเราจะลากคอมันมาลงโทษด้วยกัน" ธันวามองมือของศิลา สลับกับใบหน้าของอดีตสหายที่ตอนนี้กลายเป็นบุรุษผู้กุมความลับทั้งหมดของเกมนี้ หน้าอกของเขาไหวสะขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หนักหน่วง ความลังเลฉายชัดเจนผ่านแววตาดุจกวางป่าที่จนมุม ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นสะเทือนเลื่อนลั่นจากชั้นล่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้กระจกหน้าต่างแตกกระจายละเอียดเป็นผุยผง เศษฝุ่นและควันไฟพวยพุ่งเข้ามาในห้องทำงานทันที ธันวาชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหันปากกระบอกปืนเล็งตรงมาที่ศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวงขีดสุด "แกพาใครมาด้วย ศิลา! แผนบ้าอะไรของแกกันแน่!" ศิลาไม่ได้หลบเลี่ยงหรือตกใจ เขายังคงยืนนิ่งสงบ ทว่าสายตากลับเบนไปยังประตูห้องที่ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ ท่ามกลางกลุ่มควันหนาทึบ ร่างของเงาดำร่างหนึ่งก้าวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกที่ทำให้ศิลาต้องขมวดคิ้วมุ่น "ไม่ใช่ฝั่งฉันหรอก ธันวา..." ศิลาเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดเป็นครั้งแรก "ดูเหมือนว่า... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาร่วมโต๊ะเราแล้วล่ะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดนี้เคียงข้างกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงามายาใต้ตะวัน: พันธนาการแห่งโชคชะตา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%